คริสตมาส เทศกาลนี้มีอะไร

God with Us   End of Bar
หน้าบ้าน    FAQ    ฮอตฮิต    
>  พระคำ
>   บทความ
>   คำพยาน
>   บทเพลง
>   คริสตจักร
>   ดาวน์โหลด
>   หนังสือออนไลน์
>   บทเรียนออนไลน์
>   ลิงค์ต่างๆ
>   ติดต่อเรา

Online Status
F Guest
??????????? 7 ??
?????? 0 ??


[ - Login - ]

Sponsor by Web Inspirer


Star!   คริสตมาส เทศกาลนี้มีอะไร?   Star!

Nativity of Jesus Christ

      คนไทยหลายคน ยังไม่รู้จักว่าคริสตมาสคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และคนที่คิดว่าตนรู้จักคริสตมาส ก็มีหลายคน ที่ยังไม่รู้จักดีพอ หรือแม้แต่ประเทศตะวันตกที่นับถือ ศาสนาคริสต์กันเป็นส่วนใหญ่ ก็ยังมีความเข้าใจผิด คิดว่าคริสตมาส เป็นเทศกาลเฉลิมฉลอง มีการแจกของขวัญ มีซานตาครอส หรือคล้ายๆ กับวันปีใหม่ และเป็นวันที่ได้อยู่กับครอบครัว มีการสนุกสนาน งานรื่นเริงต่างๆ

      แต่แท้จริงแล้ว คริสตมาส เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ วันแห่งความชื่นชมยินดี และสันติสุข เป็นวัน ประสูติ ของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ จอมราชัน และจอมเจ้านาย ผู้เปรียบไปด้วยพระคุณ และความรัก เป็นผู้ไถ่บาป มวลมนุษย์ ด้วยการสละพระชนม์บนไม้กางเขน หลายคนอาจสงสัยว่า เสียสละอย่างไร และทำไมต้องไถ่บาป ทำไมต้องสิ้นพระชนม์ ที่ไม้กางเขน ท่านผู้นี้ เป็นใคร และมีที่มาอย่างไร

โรม 4:23  เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า

2 โครินธ์ 5:19  คือพระเจ้าทรงให้โลกนี้คืนดีกันกับพระองค์ ทางพระเยซูคริสต์ และทรงโปรดประทานให้เรามีพันธกิจเรื่องการคืนดีกัน

      เพราะว่ามนุษย์เกิดมา มีความบาปติดตัว ให้ผู้อ่านลองสังเกตุตัวเอง ว่ามนุษย์นั้น ไม่สามารถดีได้ด้วยตัวเอง แม้ว่าใจของเราพยายามจะเป็นคนดีมากเท่าไหร่ พยายามแสวงหา และหาทางหลุดพ้นจากกิเลส และการอธรรมทั้งหลาย คุณไม่สามารถทำได้เลย!!!
      ด้วยว่าโลกนี้เต็มไปด้วยบาป ตั้งแต่ครั้งแรกเริ่ม ที่มนุษย์ได้ถือกำเนิดมาบนโลกนี้ มนุษย์ไม่เชื่อฟังพระเจ้า และได้ล้มลงในความบาป เป็นผลให้มนุษย์รุ่นต่อมา มีบาปติดตัว และไม่อาจลบล้างได้ด้วยตัวเอง แต่ด้วยพระเจ้า ผู้สร้างสรรพสิ่งทั้งหลายบนโลก พระองค์ทรงรักมนุษย์มาก จึงส่งพระบุตรผู้หนึ่งมาไถ่บาปเรา ผู้นั้นคือ พระเยซูคริสต์ (Jesus Christ)

อิสยาห์ 7:14; มัทธิว 1:23  "ดูเถิด หญิงสาวคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของท่านว่า อิมมานูเอล" (แปลว่า พระเจ้าทรงอยู่กับเรา)

อิสยาห์ 9:2, 6  ชนชาติที่ดำเนินในความมืด จะได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่ บรรดาผู้ที่อาศัย อยู่ในแผ่นดินแห่งเงามัจจุราช สว่างจะได้ส่องมาบนเขา ... ด้วยมีเด็กคนหนึ่ง เกิดมาเพื่อเรา มีบุตรชายคนหนึ่งประทานมาให้เรา และการปกครอง จะอยู่ที่บ่าของท่าน และท่านจะเรียก นามของท่านว่า "ที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช"

      ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ภาคพันธสัญญาเดิม ได้มีการบันทึกคำพยากรณ์ การเสด็จลงมา ของพระบุตร ไว้ล่วงหน้าถึง 700 ปี ว่าผู้ที่จะเสด็จมานั้น เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ที่จะช่วยประชาชาติทั้งหลาย ให้หลุดพ้นจากความบาป และทุกสิ่งล้วนสำเร็จ สิ้นตามคำทำนาย ในองค์พระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอด

Annoucament     Virgin Mary     Deliver     with Cow
ลูกา 1:35,37 ทูตสวรรค์จึงตอบนางว่า 'พระวิญญาณบริสุทธิ์ จะเสด็จลงมาบนเธอ และฤทธิ์เดช ของผู้สูงสุดจะปกเธอ เหตุฉะนั้น บุตรที่จะเกิดมานั้นจะได้เรียกว่าวิสุทธิ์ และเรียกว่าพระบุตร ของพระเจ้า' ..... เพราะว่า ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งพระเจ้าทรงกระทำไม่ได้

ลูกา 2:7  นางจึงประสูติบุตรชายหัวปี เอาผ้าอ้อมพันและวางไว้ในรางหญ้า เพราะว่าไม่มีที่ว่าง ให้เขาในโรงแรม

      ทูตสวรรค์มาปรากฎแก่นางมารีย์ หญิงสาวพรมจารีย์ ผู้เชื่อในพระเจ้า นางมารีย์ตั้งครรภ์ ด้วยฤทธิ์เดชแห่ง พระวิญญาณบริสุทธิ์ โยเซฟไม่พอใจ แต่ทูตสวรรค์ก็ปรากฎแก่โยเซฟด้วย โยเซฟจึงรับนางมารีย์เป็นภรรยา จนประสูติ บุตรชาย และเรียกบุตรนั้นว่าเยซู

Young Child in a Manger       Nativity

      พระเจ้าได้ให้พระบุตรของพระองค์ ลงมาบังเกิดในโลกมนุษย์ โดยเลือกเกิด ในสถานที่ ที่โลกมองว่าต่ำต้อย เพื่อแสดงให้เห็นถึง ความถ่อมพระทัยของพระองค์ ที่พระองค์ตั้งใจมาเพื่อเราทุกๆ คน แม้คนที่เล็กน้อยที่สุด พระองค์ก็จะยังคงทำเพื่อเรา

มัทธิว 2:1-12  พระเยซูได้ทรงบังเกิดที่บ้านเบธเลเฮม แคว้นยูเดีย ในรัชกาลของ กษัตริย์เฮโรด ภายหลังมีพวกโหราจารย์ จากทิศตะวันออก มายังกรุงเยรูซาเล็ม ถามว่า 'กุมารผู้ที่บังเกิดมาเป็น กษัตริย์ของชนชาติยิวนั้น อยู่ที่ไหน เราได้เห็นดาวของท่านปรากฎขึ้น เราจึงมาหวังจะนมัสการ ท่าน' ... โหราจารย์เหล่านั้น จึงไปตามรับสั่ง และดาวซึ่งเข้าได้เห็นเมื่อปรากฎขึ้นนั้น ก็ได้นำหน้า เข้าไป จนมาหยุดอยู่เหนือสถานที่ที่กุมารอยู่นั้น. เมื่อพวกโหราจารย์ได้เห็นดาวนั้นแล้ว ก็มีความ ยินดียิ่งนัก ครั้นเข้าไปในเรือน ก็พบกุมารกับนางมารีย์มารดา จึงกราบถวายนมัสการกุมารนั้น แล้วเปิดหีบหยิบทรัพย์ของเขา ออกมาถวายแก่กุมารเป็นเครื่องบรรณาการ คือ ทองคำ กำยาน และ มดยอบ

Wise Men and Stars     Wise Men     Presented Gifts

      ตามการบันทึกในพระคัมภีร์ กลุ่มคนที่ได้เข้าเฝ้าพระกุมาร มีอยู่สองกลุ่ม พวกแรก คือโหราจารย์ ที่ได้ติดตาม ดวงดาวไปจนถึงสถานที่ ที่พระองค์ประสูติ ในเมืองเบ็ธเลเฮ็ม เมื่อได้พบพระกุมาร พวกเขาได้นำของขวัญถวาย ให้พระองค์เป็นเครื่องบรรณาการ ได้แก่
      1. ทองคำ (Gold) เป็นธรรมเนียมของชาวเปอร์เซีย ที่ไม่อาจเข้าเฝ้ากษัตริย์ได้ ถ้าปราศจากของขวัญ และทองคำ เป็นของขวัญอันทรงคุณค่า คู่ควรต่อกษัตริย์ เท่ากับการยอมรับโดยดุษฎีว่า พระคริสต์กุมารนี้คือผู้บังเกิดมาเป็นกษัตริย์!
      2. กำยาน (Frankincense) เป็นเรื่องปกติที่จะต้องนำ กำยาน และเครื่องหอม สำหรับการนมัสการพระเจ้า มาที่พระวิหาร และผู้ที่จะถวาย เครื่องหอมและกำยานนี้ คือ ปุโรหิต (ซึ่งมาจากคำ ภาษาลาตินว่า Pontifex ที่แปลว่า "สะพาน" หรือ "ผู้สร้างสะพาน" เพราะปุโรหิตเป็นผู้สร้างสะพาน ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์) เท่ากับเป็นการยอมรับว่า พระกุมารเยซูนี้คือ ผู้ที่มาบังเกิดเป็นปุโรหิต ระหว่างโลกและสวรรค์
      3. มดยอบ (Myrrh) เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่จะชโลมศพด้วยมดยอบ เพื่อดับกลิ่นศพ และรักษาสภาพศพให้คงรูป เท่ากับเป็นการยอมรับว่า พระกุมารผู้มาประสูตินี้ มาเพื่ออยู่ และตายไถ่บาป มวลมนุษย์ ในฐานะผู้ช่วยให้รอด และเป็นค่าไถ่บาป!

ลูกา 2:8-20  ในแถบนั้นมีคนเลี้ยงแกะอยู่ในทุ่งนา เฝ้าฝูงแกะของเขาในเวลากลางคืน มีทูตองค์หนึ่ง ของพระเป็นเจ้า มาปรากฏแก่เขา และพระสิริของพระเป็นเจ้า ส่องล้อมรอบเขา และเขากลัวนัก ฝ่ายทูตองค์นั้นกล่าวแก่เขาว่า "อย่ากลัวเลย เพราะเรานำข่าวดีมายังท่านทั้งหลาย คือความปรีดียิ่ง ซึ่งจะมาถึงคนทั้งปวง เพราะว่าในวันนี้ พระผู้ช่วยให้รอดของท่านทั้งหลาย คือพระคริสตเจ้า มาบังเกิด ที่เมืองดาวิด นี่จะเป็นหมายสำคัญ แก่ท่านทั้งหลาย คือท่านจะได้พบพระกุมารนั้น พันผ้าอ้อมนอนอยู่ ในรางหญ้า" ในทันใดนั้น มีชาวสวรรค์หมู่หนึ่ง มาอยู่กับทูตองค์นั้น ร่วมสรรเสริญพระเจ้าว่า "พระสิริ จงมีแด่พระเจ้า ในที่สูงสุด ส่วนบนแผ่นดินโลก สันติสุข จงมีท่ามกลางมนุษย์ทั้งปวง ซึ่งพระองค์ ทรงโปรดปรานนั้น" เมื่อทูตสวรรค์เหล่านั้น ไปจากเขาขึ้นสู่สวรรค์แล้ว พวกเลี้ยงแกะได้พูดกันว่า "ให้เราไปยังเมืองเบธเลเฮม ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ซึ่งพระเป็นเจ้าได้ทรงแจ้งแก่เรา" เขาก็รีบไป แล้วพบนางมารีย์กับโยเซฟ และพบพระกุมารนั้นนอนอยู่ในรางหญ้า ครั้นเขาได้เห็นแล้ว จึงเล่าเรื่อง ซึ่งเขาได้ยินถึงพระกุมารนั้น คนทั้งปวงที่ได้ยินก็ประหลาดใจ ด้วยเนื้อความ ที่คนเลี้ยงแกะได้บอก แก่เขา ฝ่ายนางมารีย์ ก็เก็บบรรดาสิ่งเหล่านั้น ไว้ในใจและรำพึงอยู่ คนเลี้ยงแกะ จึงกลับไปยกย่อง สรรเสริญพระเจ้า เพราะเหตุการณ์ทั้งปวง ซึ่งเขาได้ยิน และได้เห็นดังได้กล่าวไว้แก่เขาแล้ว

Angels & Shepherds     Found     Shepherds & Mary

      กลุ่มที่สอง ที่ทูตสวรรค์นำข่าวดีมาแจ้งแก่พวกเขา ก็คือ คนเลี้ยงแกะ ในขณะที่พวกเค้าอยู่ในทุ่งนา ทูตสวรรค์ มาส่งข่าว และมีทูตสวรรค์กลุ่มหนึ่ง มาร่วมกันสรรเสริญพระเจ้า และคนเลี้ยงแกะเหล่านั้นก็พากันไปยังเมืองเบ็ธเลเฮม ตามที่ทูตสวรรค์ได้แจ้งไว้ พระเจ้าของเรา ต้องการให้เรารู้ว่า พระองค์ไม่ได้เลือกเกิดมาเพื่อคนรวย แต่มาเพื่อคนทั้งหลาย ที่ยอมเชื่อฟัง และติดตามแสวงหาพระองค์จนพบ ดังโหราจารย์ ที่ติดตามดาว และคนเลี้ยงแกะ ที่ไปตามข่าวดีที่ได้ยิน และในที่สุด พวกเขาก็ได้เห็นพระองค์ พระกุมารน้อย องค์พระผู้ช่วยให้รอด

Line of Sheep

กาลาเทีย 1:4 พระเยซูทรงสละพระองค์เอง เพราะบาปของเราทั้งหลาย เพื่อช่วยเราให้พ้น จากยุคปัจจุบันอันชั่วร้าย ตามน้ำพระทัยพระบิดาเจ้าของเรา

ฟิลิปปี 2:6-8,11  ผู้ทรงสภาพของพระเจ้า แต่มิได้ถือว่าการเท่าเทียมกับพระเจ้านั้น เป็นสิ่งที่จะต้องยึดถือ แต่ได้กลับทรงสละ และทรงรับสภาพทาส ทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์ และเมื่อทรงปรากฎพระองค์ในสภาพมนุษย์ แล้ว พระองค์ก็ทรงถ่อมพระองค์ลง ยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณา กระทั่งความมรณาที่กางเขน ... และเพื่อ ทุกลิ้นจะยอมรับว่า พระเยซูคริสต์ ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า

      คำพยากรณ์ และความล้ำลึกทั้งปวง ในแผนการสร้างโลก ได้สำเร็จโดยองค์พระเยซูคริสต์ "และทำให้คนทั้งปวง เห็นแผนงานแห่งความล้ำลึก ซึ่งตั้งแต่แรกสร้างโลก ทรงปิดบังไว้ ที่พระเจ้าผู้ทรงสร้างสารพัดทั้งปวง ประสงค์ให้ ... ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำให้สำเร็จแล้ว ในพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา" [เอเฟซัส 3:9-11] และพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า "พระองค์ ทรงเป็นพระฉายาของพระเจ้า ผู้ซึ่งไม่ประจักษ์แก่ตา ทรงเป็นบุตรหัวปี เหนือสรรพสิ่งทั้งปวง" [โคโลสี 1:15]

Crucified

อิสยาห์ 53:3-12  ท่านได้ถูกมนุษย์ดูหมิ่น และทอดทิ้ง เป็นคนที่รับความเจ็บปวด และคุ้นเคย กับความเจ็บไข้ และดังผู้หนึ่ง ซึ่งคนทนมองดูไม่ได้ ท่านถูกดูหมิ่น และเราทั้งหลาย ไม่ได้นับถือท่าน แน่ทีเดียว ท่านได้แบก ความเจ็บไข้ของเราทั้งหลาย และหอบความเจ็บปวดของเราไป กระนั้นเราทั้งหลายก็ยังถือว่าท่านถูกตี คือพระเจ้า ทรงโบยตีและข่มใจ ...แต่ก็ยังเป็นน้ำพระทัยพระเจ้า ที่จะให้ท่านฟกช้ำ ด้วยความเจ็บไข้ เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้ วิญญาณของท่าน เป็นเครื่องบูชาไถ่บาป ท่านจะเห็นพงศ์พันธุ์ของท่าน ท่านจะยืดวันทั้งหลายของท่าน น้ำพระทัย ของพระเจ้าจะเจริญขึ้นในมือของท่าน ... ท่านก็แบกบาปของเราเป็นอันมาก และทำการอ้อนวอนเพื่อผู้ทรยศ

      จากพระวจนะคำของอิสยาห์ แสดงให้เห็นว่า คำพยากรณ์นั้นได้สำเร็จ และสมบูรณ์ในองค์พระเยซูคริสต์ ทุกประการ แล้ว พระองค์ทรงเป็นแพทย์ผู้ประเสริฐ ทรงรักษาภัยไข้เจ็บ แก่ทุกคนที่พระองค์พบเจอ พระองค์ยอมทนทุกข์ทรมาน บนไม้กางเขน เพื่อให้เราได้รับรู้ว่า ความรักของพระองค์ไม่มีสิ้นสุด พระองค์ยอมรับความเจ็บปวด เอาตนเองเป็นเครื่อง สังเวยบนไม้กางเขน โลหิตของพระองค์ที่ไหลออกมา ก็เพื่อความผิดความบาปทั้งหลายของเรา จะได้รับการอภัยทั้งสิ้น แล้วบัดนี้ ... แท้จริงแล้ว คริสตมาส หาใช่วันสำคัญเพื่อการเฉลิมฉลองไม่ หากแต่เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่แสดงถึงความรัก และเสียสละ พระองค์ยอมลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อหาทางคืนดีกับมนุษย์ผู้กระทำบาป และออกห่างจากพระเจ้า ขอให้พระเกียรติ และพระสิริของพระองค์ ดำรงอยู่สืบไปเป็นนิตย์



ส่งต่อเข้าเมลล์
ส่งต่อ
พิมพ์ออกกระดาษ
พิมพ์
ร่วมด้วย ช่วยโวต
โหวต
เก็บเข้าคลังส่วนตัว
เก็บ

Copyright © 2005 by GOD. Created by Web Inspirer. | Hosted by Maxx.me / คริสเตียน.net Back to Top