ทำไมต้องไปโบสถ์วันอาทิตย์?
มีหลายคนที่ไม่กล้าเชื่อพระเยซู เพราะว่าไม่มีเวลาไปโบสถ์ แท้จริงแล้ว การเชื่อพระเยซู
ไม่ใช่หมายความว่า จะต้อง ไปทำตาม ประชุมที่โบสถ์ แต่ทว่า ถ้าดูอีกด้าน คนที่บังเกิดใหม่ และได้รับความรอด ที่แท้จริงนั้น
เขาต้องชอบ ที่จะไป ร่วมในคริสตจักร อย่างแน่นอน ตรงกันข้าม กับตอนที่ยังไม่เชื่อพระเยซู เพราะอะไรล่ะ เขาจึงกลับชอบ
ไปร่วมประชุมที่ คริสตจักร ก็เพราะเขามีความสัมพันธ์ใหม่กับพระเจ้านั่นเอง
เฉลยธรรมบัญญัติ 5:12-14
(12) "จงถือวันสะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์ ดังที่พระยโฮวาห์ พระเจ้าของเจ้า ทรงบัญชาไว้แก่เจ้า
(13) จงทำการ งานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน
(14) แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโต แห่งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเจ้า ในวันนั้น อย่ากระทำ งานสิ่งใดๆ
คือเจ้าเองหรือบุตรา บุตรีของเจ้า หรือทาสทาสีของเจ้า หรือโค ของเจ้า หรือลาของเจ้า
หรือใช้สัตว์ใดๆ ของเจ้า หรือแขกที่อยู่ในเมืองของเจ้า เพื่อทาสทาสีของเจ้า จะได้หยุด พักอย่างเจ้า"
|
เมื่อยอมรับว่า พระเจ้าทรงเป็นพระบิดา จึงเป็นธรรมดา ที่จะยอมรับว่า คริสตจักร เป็นบ้านของพระเจ้า
เมื่อยอมรับว่า พระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้าง จึงทำให้ ต้องไปที่คริสตจักร เพื่อนมัสการพระองค์ เมื่อยอมรับว่า พระเจ้าทรงเป็น
กษัตริย์ เหนือกษัตริย์ จึงร่วมประชุมและรับใช้ เพื่อถวายเกียรติ แด่พระเจ้า เมื่อยอมรับว่า พระเยซูทรงเป็นผู้เลี้ยง ทำให้รู้สึก
ว่าจะแยกตัวเอง ให้ออกจากฝูงไม่ได้ จะต้องกลับไปที่คริสตจักร (ฝูงแกะของพระองค์) เมื่อยอมรับว่า พระเยซูคริสต์
เป็นคนรักของเขา จึงรักคริสตจักร ที่พระเยซูคริสต์ ทรงรักด้วย และที่คริสตจักร ยังได้แบ่งความรัก ของพระองค์
ให้กับผู้ที่เชื่อคนอื่นด้วย
เพราะฉะนั้น คริสเตียนที่แท้จริง จะค่อยๆ เรียนรู้ว่า การที่เขามาประชุมคริสตจักร
ไม่ใช่เพราะฆ่าเวลา หรือมาร่วมฟัง รายการดนตรี แต่เขามา เพื่อพระเจ้า และความสัมพันธ์ใหม่ กับพระเจ้า
ความสัมพันธ์นี้ หอมหวาน เต็มไปด้วย ความปิติ ยินดี มีคุณค่า เพราะฉะนั้น เมื่อเขามาร่วมประชุม ที่คริสตจักร
จึงได้รู้สึกมีความสุข และหวานชื่นเสมอ แต่ทว่า จะรักษา ความสุข อันหวานชื่นของชีวิต ในคริสตจักรได้นั้น คริสเตียนทุกคน
ควรจะต้องเสียสละบางอย่าง ดังนี้
- สร้างคริสตจักรให้เป็นบ้านของพระเจ้า เพื่อจะมีแรงผลักดัน
ให้เป็นที่ๆ ของทุกคน และจะเพิ่มความสัมพันธ์ ระหว่างความรู้สึก ของพี่น้องในคริสตจักร ให้สนิทสนมกัน เมื่อเป็นเช่นนี้
ใจที่อยากออกจากคริสตจักร จึงจะไม่เกิดขึ้น
- สร้างคริสตจักรให้เป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ถ้าหากคริสเตียน
ทุกคน ต่างก็เห็นความสำคัญ ในการ นมัสการพระเจ้า และมีท่าทียำเกรง ในการไปนมัสการพระองค์ คริสตจักรก็จะศักดิ์สิทธิ์
คนที่เข้าไปร่วมนมัสการ ก็จะสัมผัส ถึงการสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นการอธิษฐาน การร้องเพลง คนที่พูด และคนที่ฟัง
ต่างก็สามารถ สัมผัสถึงการเคลื่อนไหว ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในที่ประชุมได้ เหมือนกับสมัยพระคัมภีร์เดิม
ในพระวิหาร เต็มไปด้วยควัน และพระสิริของพระเยโฮวาห์ ขณะนั้น ประชาชน ต่างก็ล้มลงนมัสการ ไม่มีใคร กล้าทำ
ในสิ่งที่ไม่มีการยำเกรง ต่อพระพักตร์พระเจ้า เช่นนี้ พระนามของพระองค์ ก็ได้รับเกียรติแล้ว
- สร้างคริสตจักรให้เป็นแผ่นดินของธรรมิกชน คริสเตียนทุกคน
ต่างก็มีหน้าที่รับผิดชอบ ในการทำให้คริสตจักร กลายเป็นบ้านของพระเจ้า พระวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์
แผ่นดินของธรรมิกชน คริสตจักร เหมือนบ้านของ พวกเรา ที่จะมีหรือไม่มีไม่ได้เด็ดขาด เราทุกคนนั้น ต่างก็มีบ้าน
เช่นเดียวกัน เราทุกคนก็ต้องมีคริสตจักร
พระวิหารของพระเยซูคริสต์นั้น สร้างมาตั้งแต่สมัยพระคัมภีร์เดิม เพื่อการถวายเครื่องบูชา แด่พระเจ้า
เวลานั้น ถ้ามีชาว อิสราเอลคนใด ที่เชื่อพระเจ้าอย่างจริงๆ เครื่องบูชาไถ่บาป ที่พวกเขาถวายนั้น ก็สามารถ ช่วยชำระล้าง
และยกโทษ ความ ผิดบาปของเขาได้ เพราะว่าแกะหรือโคที่พวกเขาถวายเพื่อไถ่บาปนั้น ความหมายฝ่ายวิญญาณ
ก็เป็นการเล็งถึงการตาย ของพระเยซูคริสต์ บนไม้กางเขน เพื่อเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปที่มีผลอย่างแท้จริง สามารถ
ที่จะนำเครื่องบูชาไถ่บาป ในสมัยนั้น มาเชื่อมกับพระคุณในการไถ่บาป ของพระเยซูคริสต์ บนไม้กางเขนนั้นได้
แต่น่าเสียดายว่า ชาวอิสราเอล เวลานั้น ไม่ได้เชื่อ และกลับใจใหม่ เช่นนี้ พวกเขามีจิตใจหยิ่งจองหอง และคิดว่า
เพียงแต่เขามีเงิน ซื้อแกะตัวหนึ่ง เวลาไหนเขาทำบาป ก็สามารถที่จะมาลบล้างได้ตลอดเวลา ซึ่งการถวาย
แบบหน้าซื่อใจคดเช่นนี้ ไม่เป็นที่พอพระทัย พระเจ้าเลย พระเจ้าได้ทรงเตือนพวกเขาหลายครั้ง ให้พวกเขากลับใจใหม่
แต่พวกเขา ก็ไม่ยอม กลับใจใหม่อยู่นั่นเอง กระทั่งพระเยซูคริสต์ ไม่ได้รับการยอมรับ ว่าพระองค์คือ พระเยซู บุตรของพระเจ้า
พวกเขาไม่ยอมรับว่า พระองค์เข้ามาในโลก เพื่อช่วยพวกเขา ผลสุดท้าย เพราะความบาปของพวกเขา พระเจ้าจึงต้องให้
อาณาจักรโรม มาเผาพระวิหาร ในปี ค.ศ. 70
การที่พระเจ้าทรงรื้อถอนพระวิหารนั้น มีเหตุผลที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ เพราะว่าพระเจ้า
ไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ ในวิหารที่สร้างด้วยมือมนุษย์ ในสมัยกษัตริย์ดาวิด อยากจะสร้างพระวิหาร ให้พระเจ้านั้น
พระเจ้าก็ทรงตรัส อย่างชัดเจนว่า ฟ้าคือที่ประทับของพระองค์ ดินคือที่วางพระบาทของพระองค์ มนุษย์ก็จะสร้าง สถานที่
จะให้พระเจ้าอาศัยอยู่ได้อย่างไร? แต่เมื่อพระเจ้า ทรงใคร่ครวญจิตใจ ที่ยำเกรง และรักพระเจ้าของดาวิด และคิดถึง สภาพ
และเบื้องหลัง ของชาวอิสราเอล สมัยนั้น ซึ่งประเทศต่างๆ ล้อมรอบเขานั้น ต่างก็มีพระวิหารพระต่างๆ อย่างงดงาม
ทรงอนุญาต ให้กษัตริย์ซาโลมอน สร้างพระวิหารขึ้นมา ปัจจุบันนี้ ชาวอิสราเอล นำความผิดบาป พระเจ้า จึงไม่ทรงสถิต
อยู่ในพระวิหารที่มนุษย์สร้างขึ้นมา และทรงรื้อถอนออกเสีย
พระเจ้าได้ใช้ ความรักที่ยิ่งใหญ่ มากขึ้น ในการช่วยคน แม้วันนี้ พระเจ้าจะไม่อยู่
ในพระวิหารที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่พระองค์ ยอมที่จะอยู่ในคริสตจักร ที่สร้างขึ้นมา จากคนที่ยอมกลับใจใหม่ เชื่อพระองค์จริงๆ
และยอมที่จะรับ และสถิตอยู่ ในพระวิหาร ที่เป็นร่างกาย เพราะว่าพระเยซูคริสต์ ทรงบอกอย่างชัดเจนว่า พระเจ้าทรงเป็น
พระวิญญาณ พระองค์ทรงสถิตอยู่ ทุกหนทุกแห่ง เพียงแต่คนยอม ที่จะนมัสการพระองค์ ด้วยจิตวิญญาณและความจริง เท่านั้น
พระองค์ยอม ที่จะเข้ามาใกล้เขา เพียงแต่คน ที่ถ่อมใจ กลับใจใหม่ หันกลับมาหาพระองค์ พระองค์ยอม ที่จะสถิต
อยู่ในใจของเขา เพราะฉะนั้น คริสเตียน จะต้องรักษาตัวเอง และมีชีวิตที่บริสุทธิ์ ไม่ควรทำ ให้ร่างกายของตัวเอง สกปรก
ล่วงประเวณี หรือทำผิดบาป เพราะวาพระเจ้าทรงสถิตอยู่ในเขา
|