|
ทูตสวรรค์เป็นใคร?
ทูตสวรรค์คือวิญญาณ ที่พระเจ้าสร้างขึ้น เพื่อรับใช้พระองค์ พวกเขามีฤทธิ์อำนาจมาก
ดำรงอยู่ในฐานะ ผู้สื่อข่าวของพระเจ้า หลายครั้ง ในพระคัมภีร์ พวกเขาปรากฏแก่มนุษย์และพูดว่า "เราได้มาในฐานะ
ผู้รับใช้ ของพระเจ้า" พระคัมภีร์ใหม่บอกด้วยว่า พวกเขาเป็นวิญญาณ ที่ออกไปรับใช้มนุษย์ ที่จะได้รับความรอด
เป็นมรดก (1) พระเยซูดูเหมือนตรัสว่า เด็กๆ มีทูตสวรรค์ที่คอยเฝ้าระวังเขาอยู่ เพราะพระองค์ตรัสว่า
ทูตสวรรค์ ของเขา เฝ้าอยู่จำเพาะพระพักตร์พระเจ้าตลอดเวลา (2) ดังนั้นความเชื่อเรื่อง ทูตผู้พิทักษ์ มีหลักฐานมาจาก
พระคัมภีร์ นอกจากพวกทูตสวรรค์ที่รับใช้แล้ว ยังมีทูตชั้นหัวหน้า ทูตสวรรค์ผู้ครอบครองเช่น มีคาเอล
(3) พระคัมภีร์ดูเหมือนอธิบายว่า เขาเป็น ตัวแทนของทั้งอาณาจักร (4)
แม้ว่าเราไม่สามารถรู้อย่างชัดเจนว่า ทูตสวรรค์มีลักษณะอย่างไร พระคัมภีร์ได้กล่าวถึง
ลักษณะบางอย่าง ของทูตสวรรค์ด้วย ในบทแรก ของหนังสือ เอเสเคียล ผู้เผยพระวจนะได้เห็นนิมิต ถึงพวกทูตสวรรค์
ซึ่งมีความ บริสุทธิ์มากเป็นเหมือนเปลวไฟ วิญญาณเหล่านี้ดูคล้ายกับมนุษย์ แต่มีสี่ปีก หลายๆหน้า
(5) พวกเขาตอบสนอง ต่อพระวิญญาณของพระเจ้าทันทีทันใด หนังสืออิสยาห์
กล่าวถึงทูตสวรรค์ว่า "เซราฟิม" ซึ่งมีหกปีก
(6) พวก ทูตอีกกลุ่มหนึ่งเรียกว่า "เชรูบิม" ดูเหมือนว่าพวกเชรูบิม ได้อยู่จำเพาะพระเจ้า
ในความบริสุทธิ์ของพระองค์ และตรงฝาปิดหีบพันธสัญญา ปีกของพวกเขาเป็นเหมือนบัลลังก์ของพระเจ้า
(7) ทูตสวรรค์เป็นวิญญาณที่ยิ่ง ใหญ่ ไม่ใช่เป็นเหมือนรูปเด็กเล็กๆ ที่เรามักจะเห็นในภาพวาด ในสมัยศตวรรษที่ 14
พวกเขามีฤทธิ์มากขนาดว่า ทูตองค์เดียว สามารถทำลายกองทัพของอะซีเรีย ที่มีทหาร 185,000 คนในคืนเดียวได้
(8) การปรากฏของ พวกเขา น่ากลัวมาก จนขนาดว่า คนที่ ได้เห็นพวกเขา ล้มลงหมดสติไปที่พื้นดิน หรือยอมหมอบราบกับพื้น
(9)
ผีมารคือใคร?
ผีมารคือทูตสวรรค์ที่หลงผิด เมื่อซาตานซึ่งเป็นทูตที่มีตำแหน่งสูงสุด กบฏต่อพระเจ้า
มันได้นำเอา ทูตสวรรค์กลุ่มใหญ่ ไปกับมัน ในการ กบฏนั้น เมื่อการกบฏของมันล้มเหลว พวกมันได้ถูกขับไล่ออกจากสวรรค์
ทูตสวรรค์เหล่านั้นทุกวันนี้คือผีมาร (10) ในทำนองเดียวกัน ที่ทูตสวรรค์ สามารถขึ้นไปสู่ สภาพฝ่ายวิญญาณ ที่สูงสุด
ผีมารก็สามารถตกลงต่ำ ไปสู่ความเกลียดชัง ความขมขื่นและความวิปริต ผีมารสนใจในการทรมาน ผู้คน เข้าสิง
และนำมนุษย์ให้หลงไปจากพระเจ้า และความจริง ของพระองค์
แม้ว่า ราคะตัณหา ลักร่วมเพศ การเมาเหล้า ความโลภ ตะกละ และไสยศาสตร์
เป็นกิจกรรมของเนื้อหนัง และความบาป แต่กิจกรรมเหล่านี้ ก็เป็นการแสดงออก ของอำนาจภูติผีปีศาจ ในชีวิตของผู้คน
ความวิปริต ทางเพศต่างๆ เช่น การทารุณกรรมทางเพศ การร่วมเพศ กับเด็ก มีรากมาจากวิญญาณชั่ว ในทำนองเดียวกัน
คนที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ เช่นมีบุคลิกสองอย่างในบุคคลเดียวกัน อาจเกิดจากโรค ประสาท หรืออาจเกิด จาก
วิญญาณชั่วเข้าสิง อดอลฟ์ ฮิทเล่อร์ และคาร์ล มาร์ส มีวิญญาณชั่วเข้าสิง เหมือนอย่างที่ทูตสวรรค์ มีทูต ระดับหัวหน้า
และทูตผู้ครอง ผีมารก็มีสิ่งที่เรียกว่า "เทพผู้ครองและศักดิเทพ" เป็นไปได้มากว่าผีมารตัวหนึ่ง เป็นเทพผู้ครอง
เมืองนิวยอร์ค ดีทร้อย เซนท์หลุยส์ หรือเมืองใหญ่อื่นๆ ความบาปบางอย่าง ขยายไปมาก ในบางเมือง บางเมือง
อาจจะเต็มไปด้วย พวกรักร่วมเพศ ในขณะที่บางเมืองอาจเต็มไปด้วยราคะตัณหา บางเมืองอาจมีปัญหา ในด้านไสยศาสตร์
และเวทย์มนต์คาถา ประเทศหรือเมือง ต่างๆ สามารถตกอยู่ใต้ เงื้อมมือ ของผีมาร เรื่องนี้อาจจะอธิบายได้ว่า
ทำไมชาวเยอรมัน อดทนต่อ ความพยายามของฮิทเลอร์ และพวกนาซี ที่จะทำลาย ล้างชาวยิวในยุโรป
มีการต่อสู้ในโลกฝ่ายวิญญาณ ระหว่างทูตผู้รับใช้ของพระเจ้า และกองทัพผีมาร อย่างไรก็ตาม ในระบบของพระเจ้า
พระองค์ใช้การอธิษฐานของประชากรของพระองค์
ในการขัดขวางกิจการของผีมาร และทำให้ทูตสวรรค์ มีอำนาจในการควบคุมวิญญาณชั่ว ในหนังสือดาเนียล กล่าวถึง
การต่อสู้ระหว่างเทวทูตมีคาเอลและผีมาร "เจ้าแห่งเปอร์เซีย" (11)
พระคัมภีร์กล่าวว่า "ท่านเป็นฝ่ายพระเจ้า และได้ชนะเขาเหล่านั้น เพราะว่าพระองค์
ผู้ทรงอยู่ในท่าน ทั้งหลาย เป็นใหญ่กว่าผู้นั้นที่อยู่ ในโลก"
(12) คริสเตียนที่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่กับเขา มีอำนาจเหนือผีมาร เมื่อพระเยซูส่งสาวกของพระองค์ ออกไปประกาศ
พระองค์ตรัสว่า พระองค์ได้ให้สิทธิอำนาจแก่เขา (เอ็กโซเซีย) เหนืออำนาจของ (ดูนามีส) ศัตรู
(13) สิทธิอำนาจของพระเยซูมีเหนืออำนาจของผีมาร เมื่อพวก สาวกกลับมาเขาได้เล่าว่า ได้ขับผีออก พระเยซูตรัสว่า
"แต่ว่า อย่าเปรมปรีดิ์ ในสิ่งนี้ คือที่พวกผีอยู่ใต้บังคับ ของพวกท่าน แต่จงเปรมปรีดิ์ เพราะชื่อ
ของท่านจดไว้ในสวรรค์"
(14) ผู้เชื่อที่เป็นคริสเตียน มีสิทธิอำนาจ ที่ไม่จำกัด เหนือผีมารในพระนามพระเยซู แต่อำนาจนี้
ยังเปรียบไม่ได้กับสง่าราศี และสิทธิอำนาจ ที่เราจะได้ เห็นในสวรรค์
ซาตานมีฤทธิ์แค่ไหน?
ในข้อความที่กล่าวถึงกษัตริย์ แห่งเมืองไทระ ซึ่งหมายถึงซาตานโดยตรง เราพบข้อความเหล่านี้
"เจ้าเป็น ตราแห่งความสมบูรณ์แบบ เต็มด้วยสติปัญญา และมีความงามอย่างพร้อมสรรพ เราตั้งเจ้าให้อยู่กับเครูบ
ผู้พิทักษ์ที่ได้เจิมตั้งไว้ เจ้าอยู่บนภูเขาบริสุทธิ์แห่งพระเจ้า และเจ้าเดินอยู่ท่ามกลางศิลาเพลิง เจ้าก็ปราศจาก ตำหนิ
ในวิธีการทั้งหลายของเจ้า ตั้งแต่วันที่เจ้าได้ถูกสร้างขึ้น มาจนพบความบาปชั่วในตัวเจ้า" (15)
และในอิสยาห์ " พ่อโอรสแห่งพระอรุณ เจ้าร่วงลงมาจากฟ้าสวรรค์แล้วซิ
เจ้าถูกตัดลงมายังพื้นดิน อย่างไร หนอ เจ้ารำพึงในใจของเจ้าว่า ข้าจะขึ้นไปยังฟ้าสวรรค์ เหนือดวงดาวทั้งหลายของพระเจ้า
ข้าจะตั้งพระที่นั่ง ของข้า ณ ที่สูงนั้น ข้าจะนั่งบนขุนเขาชุมนุมสถาน ( คือ สถานเทพ ชุมนุม ) ณ ที่อุดรไกล
ข้าจะกระทำตัว ของข้า เหมือนองค์ผู้สูงสุด" ซาตานเป็นทูตผู้สูงส่ง ในบรรดาผู้ที่พระเจ้าสร้าง มันมีฤทธิ์อำนาจ
อย่างเหนือ ธรรมดา มันเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม หลอกลวง ชั่วร้ายและ เกลียดชัง เกินที่จะจินตนาการได้ พระเยซูเรียกมันว่า
"เจ้าแห่งโลกนี้" และ "พ่อของการมุสา" (17) ชื่อของมันคือลูซิเฟอร์ แปลว่า
"เจ้าแห่งความสว่าง" และชื่อซาตาน มีความหมายว่า "ผู้เป็นปฏิปักษ์" และชื่อที่ว่าเบเอลซาบูล
ตามที่หลาย คนเข้าใจแปลว่า "เจ้าแห่งแมลง" หรือ "เจ้าแห่งความวุ่นวาย" และชื่อของมัน ที่ว่า
อะปอลลุโอนแปลว่า "ผู้ทำลาย" (18) อัครทูตเปโตรกล่าวว่ามัน คำรามเหมือนสิงโต ไปรอบๆ คนที่มันจะกัดกินได้
(19) คริสเตียนต้องจำไว้ว่า ซาตานปลอมตัวเป็นเหมือน "ทูตแห่งความสว่าง" มีความสวยงาม น่าดูและหลอกลวง
(20) การปรากฏตัว ของมัน ไม่ใช่เป็นเหมือนสัตว์ร้ายที่น่าเกลียดน่ากลัว รูปร่างผิดปกติ ลักษณะนั้นจะมาทีหลัง
อุบายของซาตาน และอำนาจของมัน แม้ว่าจะมีมาก ถึงกระนั้น คริสเตียนทุกคน มีอำนาจในพระนามพระเยซู
ที่จะต่อต้าน และชนะมันได้ พระเยซูประทานสิทธิอำนาจ แก่สาวกทุกคนของพระองค์ ที่จะมีอำนาจ เหนืออำนาจทั้งสิ้น ของศัตรู
(21)
จะมีอะไรเกิดขึ้นกับซาตาน?
หลายอย่างจะเกิดขึ้นกับซาตาน พระคัมภีร์บอกว่า มันเข้ามาในโลก โดยรู้ว่ามันมีเวลาน้อย
(22) เพราะมัน รู้ว่า วันเวลาของมันมีน้อย มันจึงเต็มไปด้วย ความโกรธ เราจะได้เห็นการสำแดงของซาตาน ในโลกนี้
ซึ่งจะ ทำให้ คนที่ไม่รู้จักพระเยซูหวาดกลัว เราได้เห็นการสำแดงหลายอย่าง ของอำนาจวิญญาณชั่วมาบ้างแล้ว
ตัวอย่างเช่น อดอล์ฟ ฮิทเล่อร์ ซึ่งคิดว่าถูกวิญญาณชั่วเข้าสิง และการฆาตกรรมที่โหดร้าย ที่เขาได้ทำต่อ มนุษยชาติ
เป็นการสำแดงออก ของซาตาน เชื่อด้วยว่า คาร์ล มารคส์ เป็นปุโรหิตของซาตาน และปรัชญาอัน ชั่วร้ายของเขา
ซึ่งมีผลทำให้ ผู้คนถูกสังหารไปเป็นสิบๆ ล้านคน เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เป็นสิ่งที่มาจากซาตาน การข่มเหงผู้คน
ที่ไม่มีความผิด ในค่ายกักกันของสหภาพโซเวียต และประเทศคอมมิวนิสต์อื่นๆ เป็น การสำแดง ออก ของอิทธิพล
ที่เหนือมนุษย์ธรรมดา ในอนาคต เราอาจจะได้เห็นกระแสแห่งความชั่วร้าย ที่พยายามทำลาย การเป็นพยานถึงพระเจ้า
สำหรับมนุษย์ในโลก
อีกอย่างหนึ่ง ที่ซาตานจะทำคือ มันจะเข้าสิงในร่างมนุษย์ผู้หนึ่ง ที่เรียกว่า
" สัตว์ร้าย " หรือ "ผู้ต่อต้าน พระคริสต์" ซึ่งจะกลายเป็นผู้เผด็จ การของโลก คนผู้นี้
จะใช้อำนาจในนามของซาตาน ในช่วงเวลา สามปีครึ่ง (23) จะมีความพยายาม ที่จะตั้งอาณาจักรซาตานขึ้นในโลกนี้
โดยใช้การ อัศจรรย์ และหมายสำคัญเทียมเท็จ เพื่อจะสนับสนุนอำนาจของผู้ต่อต้านพระคริสต์ ในที่สุด ผู้คนจะถูกบังคับ
ให้กราบไหว้สัตว์ร้ายนี้ ในเวลานั้นจะมี การลุกฮือกันขึ้น ต่อต้านพระเจ้า และความพยายาม ที่จะทำลายประเทศอิสราเอล
แต่เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น พระเยซู จะเสด็จกลับมาในโลก และทำลาย ผู้ต่อต้านพระคริสต์ ซาตานจะถูกผูกมัด หลังจากนั้น
เป็นเวลาหนึ่งพันปี (24) ในช่วงเวลานี้ จะมีสันติสุข ในโลกมนุษย์ จะไม่อยู่ภายใต้อำนาจของวิญญาณชั่วอีกต่อไป
จะเป็นเวลาที่มี ความรัก ความเป็นพี่น้องกัน จะไม่มีการทำสงคราม แม้แต่สัตว์ก็จะอยู่กันด้วยสันติสุข แต่ในช่วงปลายยุคนี้
หลังจากที่มนุษย์ ได้เห็นสวรรค์ ซึ่งเป็นผล มาจากที่น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จในโลก ซาตานจะถูกปล่อยให้ เป็นอิสระอีก
เป็นครั้งสุดท้าย มันจะนำให้เกิด การต่อสู้กับพระเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งมันจะพ่ายแพ้ และจะถูก ผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ
มันและพรรคพวกของมัน จะอยู่ที่นั่นตลอดไปเป็นนิตย์ ซึ่งไม่มีทางที่จะหลีกหนีไปได้ (25)
การถูกผีสิงคืออะไร?
การถูกผีสิงคือการที่คนถูกครอบงำโดยวิญญาณชั่ว ในระดับที่คนนั้นๆ ถูกผีมารควบคุม
ทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง (26) คนที่ถูกผีสิง สามารถสำแดงอาการของวิญญาณชั่ว ในขณะหนึ่ง แล้วกลับไปมีสติดั้งเดิมได้
ในอีกขณะหนึ่ง มีโรคหนึ่งที่เรียกว่า โรคจิต เสื่อม ในบางกรณี อาจเป็นผีสิง ในกรณีที่คนนั้น พูดเป็นเสียงต่างๆ
และแสดงอาการ ที่ขนลุกน่ากลัว และทันทีทันใดต่อมา ก็จะกลับเป็นคนปกติ สงบ สุภาพ และอีกไม่กี่นาทีแสดงอาการ
ดิ้นรน น้ำลายฟูมปาก พูดเป็นเสียงและทำนองต่างๆ หมิ่นประมาทพระเจ้า
หลายๆครั้ง คนที่ถูกผีสิงจะได้ยินเสียงต่างๆ เสียงที่สั่งให้เขา ไปฆ่าใครบางคน
หรือให้ฆ่าตัวตาย หรือไปกระทำความบาปบางอย่าง คนเหล่านี้ จะมีความใคร่ที่ควบคุมไม่ได้ หรือมีความต้องการ
ทำร้ายตัวเอง การทำทารุณกรรมทางเพศ ซาร์ดิส หรือความวิปริตทางเพศต่างๆ มักจะเกิดจากการที่ถูกผีสิง
การถูกผีสิงอาจแสดงออกมาได้หลายทาง แต่จุดประสงค์ของมาร คือ เข้าครอบครอง
ให้ทำความชั่ว และในที่สุดก็ทำลายมนุษย์ที่ถูกสร้าง ตามพระฉายของพระเจ้า นั่นคือสิ่งที่ซาตานอยากทำ ต่อต้านพระเจ้า
โดยการทำลายคนเหล่านั้น ที่มีค่ามากในสายพระเนตรพระเจ้า อย่างไรก็ตาม คนเหล่านั้นที่รับใช้ซาตาน
พวกที่นมัสการซาตาน ไม่นานก็จะถูกทำลายโดยผู้ที่เขากราบไหว้นมัสการ
เป็นสิ่งที่น่าสนใจที่จะสังเกตุว่า คนเหล่านั้น ที่รับใช้ซาตานด้วยความสมัครใจ
เช่นพวกหมอดู พวกที่กราบไหว้วิญญาณ นักวิทยาคมหรือ ไสยศาสตร์ พวกนับถือซาตาน ก็จะถูกทำลายโดยซาตาน
ไม่เพียงแต่ พวกเขาจะได้รับโทษร่วมกับซาตาน ในการพิพากษาครั้งสุดท้าย ของพระเจ้า แต่พวกเขาจะถูกทรมาน
และเข้าสิงโดยซาตาน ก่อนการลงโทษครั้งสุดท้าย
คริสเตียนถูกผีสิงได้หรือไม่?
มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ในเรื่องคริสเตียนถูกผีสิงได้หรือไม่
ผมคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดกับชีวิตของผมเอง ผมพักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง
ในเมืองซีแอ๊ตเติล วอชิงตัน เช้าวันหนึ่ง ขณะที่ผมอยู่ในสภาพ ครึ่งหลับครึ่งตื่น มีความรู้สึกว่า มีความกดดัน
กำลังทับถมตัวผม ดูเหมือนว่าทุกๆ คนต่อต้านผม และทุกคนที่อยู่รอบๆ ผมก็ล้มเหลวไปหมด และทุกสิ่งที่ผมทำ
ดูเหมือนล้มเหลว ไม่มีชิ้นดี ความท้อแท้ใจครอบคลุมผม เหมือนกับเมฆดำ ขณะที่ผมดิ้นรนเพื่อตื่นขึ้น ผมตระหนักว่า
กำลังถูกวิญญาณชั่วโจมตี ผมตั้งสติมั่น และเข้าควบคุมสถานการณ์ และพูดว่า "ซาตาน ในพระ นามของพระเยซู
เราสั่งเจ้าให้ออกไป" ในนาทีที่ผมพูดอย่างนั้น ผมก็เป็นอิสระ และความสิ้นหวังของผม ก็หมดไป
ผมมาทราบเอาทีหลังว่า เมืองซีแอ๊ตเติล-ทาโคมา ติดอันดับหนึ่ง ของสถิติคนฆ่าตัวตาย วิญญาณที่มาจู่โจมผม
เป็นวิญญาณแห่งการฆ่าตัวตาย วิญญาณอย่างนี้จะนำความ กดดันมาสู่ผู้คน และทำให้เขาอยากฆ่าตัวตาย
ผมกำลังอยู่ในบริเวณ ที่หลายคนได้ถูกครอบงำ โดยวิญญาณชั่วชนิดนี้ ถ้าผมไม่ได้ตระหนักว่า กำลังเผชิญอยู่กับอะไร
ผมอาจถูกนำไปสู่ความกดดันอันลึก ที่ยากจะหลุดออกมาได้ แม้แต่คริสเตียนที่บังเกิดใหม่ อาจถูกโจมตีด้วย
อิทธิพลของวิญญาณชั่ว ในความคิด หรือแม้แต่ในร่างกายได้ (27)
อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า ถ้าวิญญาณของเรา สัมพันธ์กับพระวิญญาณของพระคริสต์
ไม่มีทางที่ผีมารจะเข้าสิงเขา เราได้มอบวิญญาณของ เราแก่พระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ซึ่งจะรักษาให้ปลอดภัย
พระองค์แข็งแรงกว่าวิญญาณชั่ว (28) ดังนั้นผมจึงเชื่อว่า เป็นไปไม่ได้ที่คริสเตียนจะถูก วิญญาณชั่วเข้าสิง
ในวิญญาณของเขา
การขับผีคืออะไร จะขับผีออกได้อย่างไร?
การขับผีคือ การสั่งผี ในพระนามพระเยซู ให้ออกมาจากคน จากบ้าน หรือที่ใดๆ ก็ตาม
ที่ผีไปอาศัยอยู่ การขับผีนั้น ต้องทำร่วมกับถ้อยคำที่ พูดออกไป ในนามพระเยซู โดยฤทธิ์อำนาจ ของพระวิญญาณบริสุทธิ์
และมันเกิดขึ้นง่ายๆทันทีทันใด (29) ผู้ที่จะไปขับผี ต้องเต็มไปด้วย พระวิญญาณบริสุทธิ์ เขาไม่ควรมีความบาปใดๆ
ที่ไม่ได้สารภาพในชีวิต เพราะวิญญาณชั่ว จะฉวยโอกาส ในจุดอ่อนทุกๆ อย่าง (30) ดังนั้นเขาต้องมีความบริสุทธิ์
ปราศจากท่าทีแอบแฝงใดๆ ปราศจากความสกปรกทางเพศ ความโลภ หรือสิ่งใดๆ ก็ตาม ที่จะเปิดช่องว่าง ให้แก่ศัตรู
ที่จะโจมตีได้ เพราะมันเป็นผู้กล่าวโทษพี่น้อง คำเตือนอีกอย่างหนึ่งคือ ไม่ควรออกไปหา ว่าวิญญาณชั่วอยู่ที่ไหน
หรืออ้างว่ามันอยู่ที่นั่นที่นี่ ทั้งๆ ที่มันไม่มี ผู้เชื่อควรเตรียมพร้อมที่จะ เผชิญกับวิญญาณชั่ว ถ้ามีความจำเป็นเกิดขึ้น
แต่ไม่ควรออกไปเสาะหา เพื่อเผชิญหน้ากับมัน
การเข้าทรง การเล่นผีถ้วยแก้ว การดูดวงชตาราศี นำไปสู่การถูกผีสิงหรือไม่?
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การเข้าไปเกี่ยวข้องกับลัทธิความเชื่อ ผิดหลายรูปแบบ
เป็นการเปิดทางให้ วิญญาณชั่วเข้าสิงได้ เด็กๆ อาจไม่ระวังเมื่อ เขาเล่นอยู่กับเกมส์ต่างๆ ซึ่งมีอำนาจวิญญาณชั่ว
อยู่เบื้องหลัง มีเกมส์อันหนึ่งที่เรียกว่า "คุกใต้ดินและมังกร" มีหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับ สัญญลักษณ์ของผีมาร
เมื่อคนเริ่มจินตนาการ รูปร่างแปลกๆ เหล่านี้ ในความคิดของเขา เขากำลังเชิญชวนให้ผีมารเข้ามา เมื่อคนเข้าไปฝึก
เกี่ยวกับ การนั่งสมาธิ ข้อความสวดภาวนา ที่ใช้เป็นชื่อของเทพเจ้าต่างๆ ในศาสนาฮินดู เมื่อคนไปเล่นผีถ้วยแก้ว
เพื่อแสวงหา ทิศทางในชีวิต มีความเป็นไปได้ ที่ผีมารจะใช้เป็นอุบายล่อลวง การไปหาหมอดู จะเปิดโอกาสให้วิญญาณชั่ว
เข้าไปเกี่ยวข้องได้ (31) สิ่งเหล่านี้ เป็นความบาปต่อพระเจ้า พระคัมภีร์ได้ห้ามไว้ และมีความเป็นไปได้ ที่จะเป็นแหล่ง
หรือช่องทางที่ผีมารจะเข้าสิง
พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมาเมื่อใหร่?
ไม่มีใครสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่า พระเยซูจะเสด็จกลับมาเมื่อไร เพราะพระองค์
ได้บอกไว้แล้วว่า แม้แต่ทูตสวรรค์ ไม่อาจรู้จักวัน นั้นได้ (32) ไม่มีใครรู้วันนั้น แม้แต่พระบุตรของพระเจ้า เมื่อพระองค์
อยู่ในโลกนี้ ก็ไม่รู้วันนั้นเหมือนกัน ความรู้อันนี้ พระเยซูตรัสว่า เก็บไว้ สำหรับพระบิดาผู้เดียว
เราสามารถมองเห็นหมายสำคัญหรือ สิ่งบ่งบอกบางอย่าง (33) ว่า การเสด็จกลับมา
ของพระองค์อยู่ใกล้แล้ว พระเยซูตรัสว่าจะเกิด สงคราม และข่าวเล่าลือเรื่องสงคราม การทรยศ การกันดารอาหาร
ที่ขยายออกไปมาก โรคภัยและแผ่นดินไหวในหลายๆแห่ง (34) จะมีการเพิ่มขึ้น ของคนนอกกฏหมาย และเผด็จการ
อัครทูตเปาโลกล่าวว่า "อย่าให้ผู้หนึ่งผู้ใดล่อลวงท่าน โดยทางหนึ่งทางใดเลย เพราะว่าวันนั้นจะไม่มาถึง
จนกว่าจะมีการทรยศเสียก่อน และคนนอกกฎหมายนั้นจะประจักษ์แจ้ง คือลูกแห่งความพินาศ ผู้กีดกั้นขัดขวาง
และยกตัวขึ้นต่อสู้อะไรๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระ หรืออะไรๆที่เขาไหว้นมัสการนั้น แล้วมันก็นั่ง ในพระวิหารของพระเจ้า
ประกาศตัวว่าเป็นพระเจ้า"(35) พร้อมกับ "คนนอกกฏหมาย" จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า การหลงไป
จากความจริง ความรักของคนส่วนมากจะเยือกเย็นลง เพราะความอธรรมแผ่กว้างออกไป (36) จะมี การข่มเหงคริสเตียน
และเวลาแห่งการทนทุกข์ครั้งใหญ่ ผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว และกำลังทวีความรุนแรงขึ้น มีอีกอย่างหนึ่ง
ที่จะต้องเกิดขึ้น ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จกลับมา คือ การก่อตั้งประเทศอิสราเอล ประเทศอิสราเอลดั้งเดิม ได้หายไปจาก
แผนที่โลก หลายร้อยปีมาแล้ว ในปี ค.ศ. 1948 ประเทศอิสราเอล ได้ถูกสถาปนาขึ้นใหม่ การกลับมารวมตัวกัน ของชาวยิว
ในประเทศอิสราเอล เป็นหมายสำคัญที่ชัดเจน ทั้งในพระคัมภีร์เก่าและพระคัมภีร์ใหม่ แสดงว่ายุคของเรากำลังจะล่วงพ้นไป
พระเยซูตรัส "และคนต่างชาติจะ เหยียบย่ำกรุงเยรูซาเล็ม จนกว่าเวลากำหนด ของคนต่างชาตินั้น จะครบถ้วน"
(37) ในเดือนมิถุนายน ปีค.ศ. 1967 เป็นครั้งแรกที่พวกยิว ได้ยึด ครองกรุงเยรูซาเล็มทั้งหมด ตั้งแต่ที่เนบูคัสเนสซาร์
ได้ยึดกรุงเยรูซาเล็ม ในปี 586 ก่อนค.ศ. เป็นเครื่องหมายว่าอำนาจของคนต่างชาติกำลังมา ถึงจุดจบแล้ว
พระเยซูได้ตรัสว่า หมายสำคัญอย่างหนึ่ง ที่จะประกาศถึงการเสด็จมาของพระองค์คือ
การประกาศข่าวประเสริฐ พระองค์ตรัสว่า "ข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า จะได้ประกาศไปทั่วโลก
ให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง" (38) ทั้งหมดนี้ คือหมายสำคัญ ที่บ่งบอกเวลา
เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับการเสด็จกลับมา ของพระเจ้าของเรา ไม่มีใครรู้กำหนดวัน และชั่วโมงว่าจะเป็นเมื่อไร
คำว่า "ราปิโอ" เป็นภาษาลาตินแปลว่า "ฉวยเอาไว้"
คำว่า "แรพเจอร์" ในภาษาอังกฤษแปลว่า การเสด็จกลับมาของ พระเยซู ไม่ได้ปรากฏในพระคัมภีร์
เป็นคำที่ใช้อธิบาย การที่คริสเตียนจะถูกรับไป เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา เปาโลได้กล่าวว่า เราจะถูกรับขึ้น
ไปพบกับองค์พระผู้เป็นเจ้าในท้องฟ้า (51) นั่นคือสิ่งที่เรา เรียกว่า การถูกรับขึ้นไปของคริสตจักร มันจะเกิดขึ้นในปลายยุค
เมื่อพระเยซูจะเสด็จมา ในโลกนี้อีกครั้งหนึ่ง เหมือนอย่างที่พระองค์เสด็จมาจากสวรรค์ เราจะถูกรับขึ้นไปพบกับพระองค์
ในท้องฟ้า และเราจะอยู่กับองค์พระผู้ เป็นเจ้าเสมอไป มันจะเกิดขึ้นหลังจาก ความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่
ก่อนสมัยปกครองพันปี ของพระเยซูในโลกนี้ ที่เรียกว่ายุคพันปี
ใครและอะไรคือผู้ทรยศพระคริสต์?
ในหนังสือวิวรณ์ ได้บอกกับเราว่า จะมีจอมเผด็จการผู้หนึ่ง จะขึ้นมามีอำนาจ
จากอาณาจักรโรมัน ที่ฟื้นฟูใหม่ มันจะได้รับมอบอำนาจ ของตัวซาตานเอง และจะทำตัวเสมอเหมือนพระเจ้า (39)
อัครทูตเปาโลกล่าวว่า จะมีบางคนที่จะยืนขึ้น ในพระวิหารของพระเจ้า อ้างตัวว่าเป็น พระเจ้า (40) หนังสือวิวรณ์
ได้ขยายความเรื่องนี้ โดยเรียกว่าผู้พยากรณ์เท็จ ซึ่งจะยืนอยู่ต่อหน้าจอมเผด็จการ และกระทำการอัศจรรย์ และหมายสำคัญ
เทียมเท็จในนามของเขา และจะทำให้รูปปั้นของจอมเผด็จการ ทำการอัศจรรย์ได้ (41)
เรารู้ว่า หนังสือวิวรณ์ ถูกเขียนขึ้นในสมัยที่คริสเตียน ถูกข่มเหงมาก ในอาณาจักรโรมัน
เรารู้ด้วยว่า จักรพรรดิ์ของโรม คิดว่าตัวเอง เป็นเทพเจ้า เขาได้สร้างรูปเคารพของตัวเอง และสั่งให้ประชาชนก้มลงกราบ
นมัสการพวกเขา เป็นไปได้ว่า ผู้ทรยศพระคริสต์ได้เกิดขึ้นในโลกแล้ว จอมเผด็จการที่มีมาก่อนๆ นั้น เป็นเพียงตัวแทน
ของจอมเผด็จการ คนสุดท้าย ที่จะมา คนผู้นี้ จะปรากฏขึ้นมา เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ พูดสิ่งที่แสดงถึงสติปัญญาล้ำลึก
และจะนำให้คน ที่ไม่เป็นคริสเตียนกราบนมัสการมัน สำหรับพวกเขา มันจะเป็นศูนย์รวมของสติปัญญาแห่ง
คำตอบสำหรับปัญหาต่างๆ (42) การที่ผู้ทรยศพระคริสต์จะเข้ามาสู่ระบบของโลกปัจจุบัน จะต้องมีการจัดแบ่งระบบ
ของโลกเสียใหม่ อย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้แล้ว จะต้องมีการจัดระบบเงินตรา กฏหมายและระเบียบต่างๆ
และอำนาจของสาธารณะรัฐต่างๆ
ปัญหาหรือการตื่นตระหนกในด้านเศรษฐกิจ จะเป็นตัวช่วยเตรียมทาง ให้ผู้ทรยศพระคริสต์
สงครามนิวเคลียร์ ความหายนะที่เกิดขึ้น จะทำให้ผู้คนเรียกร้อง หาผู้นำที่จะทำให้เกิดความสงบสุข ซึ่งก็คือซาตาน
ที่แกล้งทำเป็นเหมือนพระคริสต์ คนผู้นี้จะทำเป็นเหมือนพระเยซู จนถึงเวลาที่มันจะแสดงตัวจริงของมันออกมา
เวลานั้นมันจะโหดร้ายมาก มันจะกลายเป็นเหมือนอดอล์ฟ ฮิทเล่อร์ รวมกับโยเซฟ สตาลิน เจงกีส ข่าน เหมาเซตุง
และผู้นำเผด็จการคนอื่นๆ ที่ได้ฆ่าคนมาแล้วเป็นล้านๆ ผู้ทรยศพระคริสต์จะเป็นแบบอย่างของความโหดเหี้ยม
ของอำนาจเผด็จการ ที่โลกจะเคยได้เห็นมา
ขอจำไว้ว่า วิญญาณของผู้ทรยศพระคริสต์ สามารถอยู่ในใครก็ได้ ที่พยายามนำคนไปหาเขา
และบอกว่า "จงนมัสการข้า" วิญญาณของผู้ทรยศพระคริสต์ ได้มีอยู่แล้ว ในการที่เราให้ความเคารพต่อรัฐบาล
ผู้นำเผด็จการ ผู้นำทางทหาร หรือมนุษย์ผู้หนึ่งผู้ใด ปรัชญาของการยกย่อง มนุษย์ที่เราสอนกันในโรงเรียน ทางสื่อต่างๆ
และในแวดวงการศึกษา จะนำไปสู่การนมัสการ ผู้ทรยศพระคริสต์ในที่สุด เพราะว่ามันจะเป็นรูปแบบของมนุษย์
ที่มีความเป็นเลิศ
คริสเตียนจะผ่านเข้าไปในความทุกทรมาณครั้งใหญ่หรือไม่?
เมื่อเราใช้คำว่า "ความทุกทรมานครั้งใหญ่" เราหมายถึงช่วงเวลา
ที่โลก จะได้รับความทุกขเวทนา ในวันสุดท้าย พร้อมกันกับการพิพากษาลงโทษของพระเจ้า ร่วมกับผู้ทรยศพระคริสต์
และอาณาจักรของมัน (43) นักศาสนศาสตร์บางคน คิดว่าความทุกขเวทนานี้ ได้เกิดขึ้นแล้ว มีการข่มเหงครั้งใหญ่
ต่อคริสเตียนและชาวยิว ในสมัยอาณาจักรโรมัน เป็นความจริงด้วย ที่นักวิชาการบางคนเชื่อว่า ความทุกขเวทนาครั้งใหญ่นี้
สำหรับชาวยิว และประเทศอิสราเอลเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับคริสเตียน และคนทั้งโลก ถ้าเรายอมรับว่า ความทุกขเวทนาครั้งใหญ่นี้
ยังอยู่ในอนาคต และเกิดขึ้นสำหรับทุกคนทั่วโลก ผมก็จะบอกว่า คริสเตียนจะต้องผ่านเข้าไปด้วยเหมือนกัน ผมไม่ได้พบ
ในพระคัมภีร์ตอนไหนที่บอกว่า คริสเตียนจะถูก "รับขึ้นไป" ก่อนการทุกขเวทนาครั้งใหญ่ พระคัมภีร์สอนว่า
พระเยซูเสด็จมาสองครั้ง ครั้งแรกมาบังเกิด ครั้งที่สอง มาด้วยชัยชนะ ไม่มีการเสด็จมาครั้งที่สาม เพื่อรับผู้เชื่อไปลับๆ
หนังสือมัทธิวบอกไว้อย่างชัดเจนว่า "แต่พอสิ้นความทุกข์ลำบาก แห่งวันเหล่านั้นแล้ว เมื่อนั้นนิมิตแห่งบุตรมนุษย์
จะปรากฏขึ้นในท้องฟ้า มนุษย์ทุกชาติทั่วโลกจะตีอกร้องไห้ บุตรมนุษย์เสด็จมาบนเมฆในท้องฟ้า ทรงฤทธานุภาพ
และพระสิริเป็นอันมาก พระองค์ทรงใช้เหล่าทูต สวรรค์ของพระองค์ ให้รวบรวมคนทั้งปวง ที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้แล้ว
ทั้งสี่ทิศนั้น ตั้งแต่ที่สุดฟ้าข้างนี้ จนถึงที่สุดฟ้าข้างโน้น (44) นี่เป็นพระคัมภีร์ตอนหนึ่งในหลายๆ ตอนที่ชี้ว่า เราจะต้องผ่าน
เข้าไปในการทนทุกขเวทนาครั้งใหญ่ จนกว่าพระเยซูเสด็จมา (45)
ผมเชื่อว่าคริสเตียนจะถูกปกป้องไว้ ในท่ามกลาง ความทุกข์ลำบากใหญ่นี้ เพราะเราพบว่า
คนอิสราเอล ได้รับการปกป้องจากพระเจ้า เมื่อภัยพิบัติ ตกลงมาแก่ชาวอียิปต์ พระเจ้าทรงทราบว่า จะแยกคนของพระองค์
ออกจากคนที่ไม่ใช่ของพระองค์อย่างไร พระองค์ให้ความทุกข์ ยากลำบาก ตกแก่ชาวอียิปต์ ที่ไม่นับถือพระเจ้า
ในขณะที่พระองค์อวยพรประชาชนอิสราเอล แต่เราต้องระลึกอยู่เสมอว่า ผีมารและพรรคพวกของมัน ดูหมิ่นคริสเตียน
จะมีการต่อสู้ขัดขวางกันอยู่ ตลอดระหว่างคนของพระเจ้า และคนเหล่านั้น ที่ปรนนิบัติซาตาน ในประวัติศาสตร์ตลอดมา
มีการข่มเหงและทำลายล้างคริสเตียน และจะเป็นการเย่อหยิ่งจองหอง ที่จะคิดว่า คริสเตียนในศตวรรษที่ 20 ที่อยู่ใน
สหรัฐอเมริกา จะไม่ต้องได้รับการข่มเหง นั่นเป็นสิ่งที่ขัดแย้ง กับเหตุการณ์ต่างๆ ในประวัติศาสตร์ ในตลอด
ระยะเวลาสองพันปี หนังสือวิวรณ์กล่าวถึง ผู้ที่ยอมพลีชีพเพื่อพระคริสต์ ในยุคแห่งความทุกข์เวทนา คนเหล่านี้ที่ถูกฆ่าตาย
เพราะเป็นพยานเพื่อ พระคริสต์ ยืนอยู่ระหว่างบัลลังก์ของพระเจ้า เขาเหล่านั้นร้องเสียงดังว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า
ผู้บริสุทธิ์และสัตย์จริง อีกนานเท่าใดพระองค์ จึงจะทรงพิพากษา และตอบสนองต่อคนทั้งหลาย ที่อยู่ในโลก" (46)
ดังนั้นจ ะมีผู้คนในช่วงเวลาแห่งความทุกข์เวทนา ที่รักพระเยซู และยอมสละ ชีวิตของพวกเขา เพื่อพระองค์ พระเยซูตรัสว่า
"ผู้ใดทนได้จนถึงที่สุด ผู้นั้นจะรอด" (47) การข่มเหง เป็นส่วนหนึ่ง ของชีวิตคริสเตียน ในโลกนี้
ผู้เชื่อในประเทศจีน รัสเซีย และประเทศคอมมูนิสต์อื่นๆ ได้ถูกทรมาน อดอยาก ถูกริดรอนสิทธิ การงาน ครอบครัว
ถูกเอาไปจากเขา หลายคน เสียชีวิตไปแล้ว เพราะเป็นพยานฝ่ายพระเยซู เป็นการยาก ที่จะเห็นว่า มีความทุกข์เวทนา
มากไปกว่าที่วีรชนแห่งความเชื่อเหล่านี้ ได้ประสบแล้ว
อะไรคือเครื่องหมายของสัตว์ร้าย?
ในหนังสือวิวรณ์มีข้อความกล่าวถึง เครื่องหมายของผู้ทรยศพระคริสต์ นั่นคือเลข 666
(48) เลขหก ในพระคัมภีร์ เป็นจำนวนที่ขาดไป จากความสมบูรณ์ คือหมายเลข เจ็ด เลขหกเป็นเลขของมนุษย์
ในขณะที่เลขเจ็ด หมายถึงความครบบริบูรณ์ ดังนั้น 666 จึงเป็นจุดรวมของความ เป็นมนุษย์ หนังสือวิวรณ์บอกเราว่า
หมายเลข 666 หรือเครื่องหมาย ของผู้ทรยศพระคริสต์ จะใช้ประทับที่หน้าผาก หรือมือของทุกๆ คนในโลก
ในช่วงเวลาการปกครอง ของผู้ทรยศพระคริสต์
หน้าผากหมายถึง ความคิดความตั้งใจ ในขณะที่ มือ หมายถึงการกระทำของเรา
โดยทางใดทางหนึ่ง ผู้ทรยศพระคริสต์ จะประทับตราของมัน บนผู้คนทุกที่ทุกแห่ง ทำให้พวกเขายอมจำนน
ทั้งใจและการกระทำ เพื่อจะปรนนิบัติมัน เราได้ค้นพบ วิธีการที่จะใส่เครื่องหมายลงไป บนหน้าผากหรือมือของมนุษย์
เครื่องหมายนี้ สามารถอ่านได้ด้วยแสงเลเซอร์ และสามารถบรรจุข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับคนนั้นๆ ในเรื่องของ กรุ๊ปเลือด
ที่อยู่อาศัย หรือข้อมูลที่สำคัญๆทุกเรื่อง เทคโนโลยี ในด้านคอมพิวเตอร์ สามารถควบคุมประชากร การเงิน และการเคลื่อนไหว
ของเขา มีสิ่งประดิษฐ์ ที่เรียกว่า "สมาร์ท การ์ด" ซึ่งบรรจุไมโครชิพชิ้นเล็กมาก เก็บข้อมูลขอประวัติ
การเคลื่อนไหวทางการเงิน ซึ่งสามารถสอดไว้ภายใต้ผิวหนัง ทุกครั้งที่คนนั้นจะซื้อของ "สมาร์ท การ์ด" นี้
ก็จะบันทึกการเปลี่ยนแปลง ของจำนวนเงินที่เหลืออยู่ หรือเมื่อคนๆ นั้นฝากเงินเข้าบัญชี ก็จะเพิ่มเข้าไปในรายการ
ข้อมูลของ ทุกคนสามารถเก็บรวมไว้ในระบบศูนย์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่
ไม่ใช่เป็นการยากหรือไกลเกินไปที่จะคิดว่า ผู้ทรยศพระคริสต์ จะสามารถควบคุมประชากร
โดยใช้ระบบเครื่องหมาย อย่างเดียวกัน ข้อความในหนังสือวิวรณ์ที่ว่า "และมันยังได้บังคับคนทั้งปวง ทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อย
คนมั่งมี และคนจน ไทและทาสให้รับเครื่องหมาย ไว้ที่มือ ขวาหรือที่หน้าผากของเขา เพื่อไม่ให้ผู้ใดทำการซื้อขายได้
นอกจากผู้ที่มี เครื่องหมายนั้น ซึ่งเป็นชื่อของสัตว์ร้ายนั้น หรือเลขชื่อของมัน" (49) พระคัมภีร์เตือนเราว่า
ถ้าเรา มีเครื่องหมายของสัตว์ร้าย เราก็จะได้รับผล อันน่าสะพึงกลัว เหมือนกับสัตว์ร้ายนั้น (50) ถ้าเราถือว่า
หน้าผาก เป็นสัญญลักษณ์ ของความตั้งใจ และมือ เป็นเครื่องหมายของการกระทำ เครื่องหมายนี้ ไม่ได้หมายถึง
การรับเอาตราประทับโดย คอมพิวเตอร์เลเซอร์เท่านั้น แต่สิ่งที่เรากำลังพูดถึงคือ ใครเป็นผู้ควบคุมความตั้งใจ
และการกระทำของเรา ถ้าพระเจ้าเป็นผู้ที่เราจงรักภักดี เราจะไม่รับใช้ผู้ทรยศพระคริสต์
และจะไม่ยอมรับ เครื่องหมายของมัน ไว้ในตัวเรา
สมัยพันปีคืออะไร?
คำว่า "มิลเลนเนียม" แปลว่าหนึ่งพันปี ยุคพันปีของพระคัมภีร์ จะเป็นช่วงเวลา
ที่มีความสงบสุข ความรัก ความเป็นพี่น้อง เมื่อธรรมชาติ ทั้งสิ้น อยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้า ต้องการให้
เกิดขึ้นในสวนเอเดน (52) หนังสืออิสยาห์ กล่าวถึงเวลา ที่สัตว์ป่าต่างๆ จะอยู่ ร่วมกับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ อย่างสงบสุข
เมื่องูพิษ จะไม่กัดอีกต่อไป เด็กเล็กๆ จะเล่นปากปล่องของงูเห่า และนำสัตว์ป่าออกไปโ ดยไม่ได้รับอันตราย
โรงเรียนฝึกทหารจะปิดลง อาวุธสงครามจะไม่มีการสร้างขึ้นอีก ทรัพยากรและเงินมหาศาล ที่ถูกใช้ในการทำสงคราม
จะถูกนำไปใช้เพื่อให้เกิด ความสันติสุข เมื่อเวลานี้มาถึง ทุกๆ คนจะมีที่ดินส่วนของตนเอง บ้านของตนเอง
ทุกคนจะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้าน อย่างสุขสบาย ไม่มีใครต้องมา กังวลว่า จะมีคนมาขโมยของของเขา จะมีสันติสุขไปทั่วโลก
เพราะความรู้เรื่องพระเจ้า จะปกครองโลกนี้ เหมือนน้ำปกคลุมโลก (53) สมัยพันปี เป็นช่วงเวลา แห่งการเปลี่ยนแปลง
เมื่อพระเยซู เสด็จกลับมาในโลก เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า ชีวิตจะเป็นอย่างไร ถ้าความบาป ไม่ได้เกิดขึ้นในโลก
มันจะเป็นเวลา ที่พระเยซูจะปกครอง ในฐานะกษัตริย์ และอาณาจักรของพระเจ้า จะเกิดขึ้นในโลก จะมีการปกครอง
โดยรัฐบาลแห่งโลกอันเดียว ภายใต้การนำของพระเยซูคริสต์ ที่ทุกๆ ประเทศจะยอมจำนนต่อพระองค์ พระคัมภีร์บอกว่า
จะมีตัวแทนของทุกๆ ประเทศทั่วโลก จะมาที่กรุงเยรูซาเล็ม ทุกปี (54) และแน่นอน ทุกประเทศจะมีผู้นำ ที่ยำเกรงพระเจ้า
ในเวลานั้น อิสราเอล จะเป็นศูนย์กลางของประเทศต่างๆ ทั่วโลก
นรกเป็นอย่างไร?
มีคำอธิบายถึงนรก สองลักษณะ ในพระคัมภีร์ อย่างหนึ่งคือที่ๆ มีไฟลุกไหม้อยู่
พระเยซูใช้คำว่า "เกเฮนน่า" อธิบายลักษณะของนรก เกเฮนน่า เป็นที่ทิ้งขยะ นอกกรุงเยรูซาเล็ม
ที่มีไฟไหม้อยู่เสมอ พระเยซูตรัสว่า นรกเป็นที่มีตัวหนอน มีไฟและความทุกข์ยาก จากภาพนี้เอง ที่เราได้ความคิดเรื่องบึงไฟ
และไฟที่ไม่รู้ดับ คนชั่วที่อยู่ในนั้น จะเต็มไปด้วยความเศร้า เสียใจ และทุกข์เวทนา (55)
พระเยซูตรัสอีกว่า นรกเป็นเหมือนที่มืดภายนอก "แต่ชาวแผ่นดินนั้น
จะต้องถูกขับไล่ไสส่ง ออกไปในที่มืด ที่นั่นจะมีเสียงร้องไห้ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน" (56) นี่เป็นภาพของความอ้างว้าง
เดียวดาย จะเป็นที่ถูกแยก ออกจากพระเจ้าและมนุษย์ คนเหล่านั้นที่ถูกส่งไปนรก จะถูกนำ ไปสู่ที่มืดสนิทชั่วนิรันดร์
ไม่มีใครที่จะสนทนาได้ จะอยู่อย่างโดดเดี่ยวตลอดไป เขาจะมีความโศกสลด และทรมานที่รู้ว่า เขามีโอกาสที่จะไปสวรรค์
กับพระเจ้า แต่ได้ปฏิเสธ พระคัมภีร์บอกว่า บึงไฟนั้นเตรียมไว้สำหรับมาร และพรรคพวกของมัน (57) นรกไม่ได้ถูกเตรียม
ไว้สำหรับมนุษย์ แต่คนเหล่านั้นที่ เลือกปฏิเสธพระเจ้า วันหนึ่งจะติดตามซาตานไปสู่นรก จะไม่มีทางออกไปจากนรก
ไม่มีทางหลบหนีไปได้เลย ไม่มีโอกาสครั้งที่สอง เพราะเหตุนี้ จึงสำคัญมากสำหรับชีวิตในโลกนี้ ที่จะรับ การอภัยโทษ
ที่พระเจ้าหยิบยื่นให้ โดยทางไม้กางเขนของพระเยซู
พระเยซูเป็นคำตอบสุดท้าย
มีคำตอบสุดท้ายสำหรับปัญหาและคำถามทุกอย่าง พระเยซูคริสต์เองได้ตรัสว่า
"เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา" [ยน.14:6]
พระเยซูจัดเตรียมหนทาง ที่คุณจะมาหาพระเจ้า และมารับเอาการเริ่มต้นใหม่ ในชีวิต พระองค์ตาย เพื่อรับเอาความบาป
ของคุณไป และนำ ให้คุณมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า เป็นส่วนตัว คุณสามารถรับเอาความสัมพันธ์นั้น เดี๋ยวนี้ โดยการมอบชีวิต
กับพระเยซู และรับเอาการอภัยโทษบาปจากพระองค์ ถ้าคุณไม่รู้ว่า จะอธิษฐานอย่างไร ให้อธิษฐานง่ายๆ ดังต่อไปนี้
พูดออกมาจากใจของคุณ
"พระเยซูเจ้า ข้าพเจ้ารู้ตัวว่าเป็นคนบาป ข้าพเจ้าได้ทำสิ่งที่ผิดหลายอย่าง
(บอกแต่ละอย่างก็ได้ ถ้าอยากพูดออกมา) ขอให้พระองค์ ยกโทษให้ด้วย ข้าพเจ้าต้องการให้พระองค์ เป็นเจ้าของชีวิต
ของข้าพเจ้า ขอช่วยให้มีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์ และขอบคุณสำหรับความรักของ พระองค์ เอเมน"
ขอแสดงความยินดีด้วย ถ้าคุณได้อธิษฐานอย่างนี้แล้ว คุณควรบอกให้แก่คนอื่นถึง การตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ที่คุณได้ทำ
คนที่ห่วงใยคุณ จะชื่นชมยินดีกับคุณด้วย เชิญติดต่อกับเราหรือคริสเตียนที่คุณรู้จัก ที่สามารถแนะนำคริสตจักร
ที่คุณไปร่วมประชุมได้ เพื่อเขาจะอธิษฐานเผื่อคุณ และช่วยให้คุณเติบโตขึ้นในชีวิตคริสเตียน
นี่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุด ในชีวิตของคุณ ขอให้พระเจ้าอวยพร ให้คุณเจริญขึ้นในความรักของพระองค์
|