คริสเตียนกับการดื่มสุรา เราควรรู้สึกอย่างไร?

God with Us   End of Bar
หน้าบ้าน    FAQ    ฮอตฮิต    
>  พระคำ
>   บทความ
>   คำพยาน
>   บทเพลง
>   คริสตจักร
>   ดาวน์โหลด
>   หนังสือออนไลน์
>   บทเรียนออนไลน์
>   ลิงค์ต่างๆ
>   ติดต่อเรา

Online Status
F Guest
??????????? 7 ??
?????? 0 ??


[ - Login - ]

Sponsor by Web Inspirer


คริสเตียนกับการดื่มสุรา เราควรรู้สึกอย่างไร?

คำถาม : "มีสิ่งใดบ้างที่ชี้ให้เห็นว่าพระเยซูดื่มเหล้า คริสเตียนสามารถดื่มเหล้า และยังคงมีผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้หรือไม่"

    เมื่อผมยังเป็นเด็กในพระเจ้า สิ่งที่ปรากฏต่อผมก็คือ คริสเตียนที่ไม่ดื่มสุรา จะมีการ เติบโตด้านจิตวิญญาณมากกว่าคริสเตียนที่ดื่มสุรา (ทั้งด้านคำพูดและการปฏิบัติ) มากกว่า (แม้กระทั่งในปัจจุบันนี้) สิ่งนี้เป็นการสังเกตุพื้นฐานส่วนตัวของผม ซึ่งไม่จำเป็นต้องจริง สำหรับคริสเตียนทุกคน ที่เลือกดื่มหรือไม่ดื่ม อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตุนี้ทำให้ผมเกิดความสงสัยว่า การที่คริสเตียนดื่มสุรานั้น เป็นบาปหรือไม่ เมื่อผมได้ศึกษาพระคัมภีร์ใหม่ บอกเกี่ยวกับสิ่งนี้ ทำให้ผมประหลาดใจ ที่พระเยซูและสาวกของพระองค์ ดื่มเหล้าองุ่น หรือไวน์กระนั้น ไม่ว่าพระเยซูและสาวกได้ดื่มเหล้าองุ่นหรือไม่ พระคัมภีร์ก็กล่าวอย่างชัดเจนว่า การเมาเป็นบาป

โรม 13:13   เราจงประพฤติตัวให้เหมาะสมกับเวลากลางวัน มิใช่เลี้ยงเสพสุราเมามาย มิใช่หยาบโลนลามก มิใช่วิวาทริษยากัน

1 โครินธ์ 5:11   แต่ข้าพเจ้าเขียนบอกท่านว่า ถ้าผู้ใดได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องแล้ว แต่ยัง ... เป็นคนขี้เมา ... อย่าคบคนอย่างนั้น แม้จะกินด้วยกันก็อย่าเลย

1โครินธ์ 6:9-10   ท่านไม่รู้หรือว่า คนอธรรมจะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า อย่าหลงเลย ... คนขี้เมา ... จะไม่ได้รับส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า

กาลาเทีย 5:19-21   การงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือ ... การเมาเหล้า ... และการอื่นๆ ในทำนองนี้อีก เหมือนที่ข้าพเจ้าได้เตือนท่านมาก่อน บัดนี้ข้าพเจ้าขอเตือนท่านเหมือนกับที่เคยเตือนมาแล้วว่า คนที่ประพฤติเช่นนั้น จะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า

    ดังนั้น ไม่ว่าคริสเตียนสมัยใหม่ จะยอมรับการดื่มสุราพอประมาณ ในปัจจุบันหรือไม่ คือเราต้องไม่เมา ก่อนที่ผมจะมาเป็นคริสเตียน ผมดื่มมากๆ สองสามครั้ง ขณะที่เรียน อย่างไรก็ตามหลังจากเรียนจบ ผมได้รับความรอด และได้ตัดสินใจ ที่จะดื่มสุรา พอประมาณเท่านั้น ผมดื่มเบียร์ตามโอกาส หรือดื่มไวน์ในมื้ออาหารเย็น แต่เมื่อผม เติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ และได้เรียนรู้ ถึงการฟังเสียงของพระเจ้าอย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าพระเจ้า ได้นำผมให้ถามตัวเองว่า ทำไมผมต้องดื่มไวน์ หรือเบียร์ตลอดเวลา อะไรคือแรงจูงใจของผม คุณลองคิดดูว่า ไม่ว่าการดื่มไวน์เพียงเล็กน้อย จะบาปหรือไม่ พระเจ้ามองดูที่ท่าที หรือแรงจูงใจของเรา
    ใน 1 พงศาวดาร 28:9; สุภาษิต 16:2; 1โครินธ์ 4:5 ผมเริ่มเห็นถึงเหตุผลเพียงข้อเดียว สำหรับการดื่มไวน์ หรือเบียร์เพียงเล็กน้อย นั้นคือ 'มึน' เพราะมัน 'ผ่อนคลาย' ผมไม่ได้ดื่มอย่างหนัก แต่ผมได้ตระหนัก เมื่อผมเริ่มรู้สึก 'มึน' จากแอลกอฮอล์ นั่นหมายถึงว่าแอลกอฮอล์ มีผลกระทบต่อผม และนั่นผมกำลังอยู่ในขั้นเริ่มต้น ของการเมา เหตุผลเดียวที่ผมดื่มไวน์ หรือเบียร์นิดหน่อย ก็เพื่อให้มึนๆ เมื่อผมตระหนัก ถึงแรงจูงใจในการดื่มไวน์ หรือเบียร์ของผม ซึ่งดูเหมือนไม่บริสุทธิ์ จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า ผมจึงเลือกที่จะหยุดดื่มแอลกอฮอล์ และผมไม่เคยดื่มอีกเลย ตั้งแต่นั้นหลายปีแล้ว แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ไม่เป็นไร หากจะกินอาหารที่มีซอสไวน์ และหากต้องใช้น้ายาบ้วนปาก ที่มีส่วนผสม ของแอลกอฮอล์ และผมก็ดื่มไวน์ หนึ่งถ้วย สำหรับพิธีมหาสนิทที่คริสตจักร แรงจูงใจของผม ก็คือ พระเจ้ากำลังทอดพระเนตรอยู่ ยิ่งกว่านั้น ผมไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเหตุผลด้านอารมณ์หรืออื่นๆ
    แม้ว่าจะมีหลายตอน ที่อาจชี้ให้เห็นว่า พระเยซูคริสต์และสาวกดื่มไวน์ พิจารณาถึงแรงจูงใจ ของพวกเขา ซึ่งอาจจะแตกต่างจากของเรา (ประการหนึ่ง พวกเขาไม่ได้มีเครื่องดื่มหลากหลาย ที่จะเลือกดื่ม อย่างที่พวกเรามีในปัจจุบัน) ถ้าพระเยซูและสาวกดื่มไวน์ แน่นอนว่าพวกเขามีแรงจูงใจที่บริสุทธิ์มากกว่าเรา และแน่นอน ว่าพวกเขาไม่ดื่มเพื่อมึน หรือผ่อนคลายและมีความสุข เหมือนที่เราทำ นั่นเพราะพวกเขา มีความยินดี อย่างแท้จริงในพระวิญญาณบริสุทธิ์ พวกเขาไม่ต้องการความยินดีที่หลอกลวง จากวิญญาณของการมึนเมา

    แต่การอัศจรรย์แรกที่พระเยซูคริสต์ทำคือการเปลี่ยนน้ำให้เป็นเหล้าองุ่นที่งานแต่งงาน (ยอห์น 2:1-11) สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณา คือ แรงจูงใจในการอัศจรรย์นี้ พระเยซูได้พูดหรือเปล่า 'มาสาวก มาดื่มกันทุกวัน และรื่นเริงกันทุกคืน'
    นั่นเป็นแรงจูงใจของพระองค์หรือไม่ ที่เปลี่ยนน้ำให้เป็นไวน์ ไม่ใช่หมายสำคัญด้านจิตวิญญาณ หรือทางศาสนศาสตร์ หรือที่ทำการอัศจรรย์ ยกตัวอย่าง ครูสอนพระคัมภีร์ ชี้ให้เห็นว่าโมเสสทำการอัศจรรย์ โดยเปลี่ยนน้ำให้เป็นเลือด คือการปลดปล่อยของอิสราเอล (อพยพ 7 :20) ดังนั้นพวกเขาเล็งเห็นว่าพระเยซูคริสต์ คือผู้ปลดปล่อยของพวกเรา และการอัศจรรย์ที่เปลี่ยนน้ำเป็นเหล้าองุ่น ซึ่งเหล้าองุ่น ก็เป็นเครื่องหมายของพระโลหิต ของพระองค์ (มัทธิว26:27-29) และน้ำในไหหิน 6 ใบที่งานแต่งงานนั้น สำหรับพิธีการชำระให้บริสุทธิ์ของยิว และการอัศจรรย์ของพระเยซู แสดงให้เห็นถึงวิธีตรงกันข้าม ในแบบของฟาริสี และวิธีใหม่ในพระคริสต์ เจ้าของงานเลี้ยง ประหลาดใจ ที่เหล้าองุ่นที่ดีที่สุด ถูกยกมาที่หลัง ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติในงานแต่งงาน
    ฉะนั้นสิ่งสำคัญของการอัศจรรย์ สำหรับคริสเตียนมากกว่านั้นก็คือ พระเจ้าได้เก็บของขวัญที่ดีที่สุด -พระบุตร- จนถึงตอนนี้ มากกว่านั้น ยอห์นยังได้กล่าวถึงการอัศจรรย์ของพระเยซู ว่าเป็น หมายสำคัญ ซึ่งมีจุดเด่นที่การปฏิบัติ มากกว่าความประหลาด ยอห์นย้ำถึงความสำคัญด้านจิตวิญญาณ ในยอห์น 2:11 บอกเราว่าพระเยซูคริสต์ ทำหมายสำคัญ เพื่อเปิดเผยถึงพระสิริของพระองค์ ดังนั้น ถ้าเราจะอ้างเอาการอัศจรรย์นี้ เพื่อจะดื่มแอลกอฮอล์ เราจำเป็นต้องคิดถึงแรงจูงใจ ที่ลึกลงไปด้านจิตวิญญาณ หรือด้านศาสนศาสตร์ ไม่มีคริสเตียนในงานแต่งงานนี้ เพราะคริสตจักรยังไม่เกิด และเราควรระวัง เกี่ยวกับความประพฤติของคริสเตียน ที่บริสุทธิ์ (เช่นการดื่มแอลกอฮอล์) บนพื้นฐานของเหตุการณ์ ซึ่งสำหรับคนยิวขณะนั้น ซึ่งยังอยู่ภายใต้ธรรมบัญญัติของโมเสส หลักการพระคัมภีร์ที่แสดงให้เห็นว่า เรามีเสรีภาพในพระคริสต์ แต่สังเกตว่า นั้นไม่ได้หมายความว่าทุกสิ่งเป็นประโยชน์ สำหรับการเติบโต และเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณของเรา

1โครินธ์ 6:12   ข้าพเจ้าทำสิ่งสารพัดได้ แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำได้นั้นเป็นประโยชน์ ข้าพเจ้าทำสิ่งสารพัดได้ แต่ข้าพเจ้าไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจของสิ่งใดเลย

1 โครินธ์ 10:23   เราทำสิ่งสารพัดได้ แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำได้นั้นเป็นประโยชน์ เราทำสิ่งสารพัดได้ แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำให้เจริญขึ้น

กาลาเทีย 5:13   ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ที่ทรงเรียกท่านก็เพื่อให้มีเสรีภาพ อย่าเอาเสรีภาพของท่าน เป็นช่องทางที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้กันและกันด้วยความรักเถิด

    พี่น้องทั้งหลาย ที่ทรงเรียกท่านก็เพื่อให้มีเสรีภาพ อย่าเอาเสรีภาพของท่าน เป็นช่องทาง ที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้ซึ่งกันและกัน ด้วยความรักเถิดตอนนี้ ลองพิจารณาดูว่า มีด้านใดในชีวิตของเราบ้าง ซึ่งพระเจ้าต้องจัดการ ในสิ่งยังไม่อาจทำได้ หากว่าพระองค์ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพระองค์ ได้จัดการกับข้อบกพร่องต่างๆ ของเราเพียงครั้งเดียว นี่หมายถีงว่า คริสเตียนอาจดื่มแอลกอฮอล์ และยังคงอยู่ภายใต้การทำงาน ของพระวิญญาณบริสุทธิ์
    ในด้านอื่นๆ ของชีวิต ผมไม่แนะนำให้คุณทำเช่นนั้น ผมแค่จะพูดว่าพระเจ้า อาจจัดการกับคุณ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ หลังจากพระองค์ ได้เปลี่ยนแปลงคุณในด้านอื่นๆ แล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณเริ่มสนใจประเด็นที่ว่า คริสเตียนควรจะดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่ นั่นอาจเป็นเพราะพระเจ้า เริ่มทำงานในชีวิตคุณในด้านนี้ หากคุณเป็นคริสเตียน ที่ดื่มแอลกอฮอล์ คุณรู้สึกอึดอัดขณะที่อ่านบทความตอนนี้ไหม หากคุณเป็นคริสเตียนที่ดื่มแอลกอฮอล์ บทความนี้ทำให้คุณ รู้สึกขุ่นข้องหมองใจ หรือทำให้เสียอารมณ์บ้างไหม
    ถ้าเป็นเช่นนั้น นั่นอาจเป็นเพราะว่าจิตสำนึกของคุณ กำลังบอกบางสิ่งบางอย่าง บ่อยครั้ง ที่พระเจ้าตรัสผ่านจิตสำนึกของเรา ดังนั้นเราจึงควรเชื่อฟังในสิ่งที่จิตสำนึกกำลังบอก ความคิดที่มีเหตุผลเช่นว่า "ฉันดื่มเหล้าก็เพียงเพราะฉันชอบรสชาติมัน" ไม่สามารถหลอกพระเจ้าได้ ถ้าหากว่าพระองค์ จะเริ่มบอกจิตสำนึกของคุณ เกี่ยวกับการดื่ม (แม้ว่าจะเป็นการดื่มพอประมาณ หรือเพื่อสังคม)
    สรุปข้อแนะนำของผม หากว่าคุณเป็นคริสเตียนที่ดื่มแอลกอฮอล์ ลองพิจารณา และสำรวจ แรงจูงใจของคุณอย่างถี่ถ้วน ว่าทำไมคุณถึงดื่ม นั่นใช่การที่คุณ จะสามารถเข้ากับผู้คนในโลกนี้รอบๆ คุณหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น ลองสังเกตจากมุมมองของพระเจ้า

ยากอบ 4:4   คนทุจริตเอ๋ย ไม่รู้หรือว่า การเป็นมิตรกับโลกนั้น คือการเป็นศัตรูกับพระเจ้า เหตุฉะนั้น ผู้ใดใคร่เป็นมิตรกับโลก ผู้นั้นก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเจ้า

    เราควรที่จะระวัดระวัง ในการพยายามปรับตัวให้เข้าผู้คนที่อยู่รอบๆ ตัวเราในโลกนี้ เพราะข้อความข้างบนที่กล่าวว่า ถ้าเราเลือกจะเป็นมิตรกับทางของโลกนั้น เราวางตัวเหมือนเป็นศัตรูกับพระเจ้า คุณดื่มแอลกอฮอล์ เพียงเพราะมัน ให้ความรู้สึกกับคุณหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้น ความรู้สึก หมายถึงว่า แอลกอฮอล์มีผลต่อคุณ เพราะฉะนั้นร่างกายคุณ ก็เข้าสู่ขั้นเริ่มต้นของการเมา เราได้เห็นมุมมองของพระเจ้าแล้ว เกี่ยวกับการเมา แล้วทำไมคริสเตียน ยังต้องการจะยุ่งเกี่ยว กับสิ่งที่พระเจ้าประนามอย่างยิ่ง หากคุณดื่มแอลกอฮอล์
    ผมหวังว่าคุณจะไม่คิดว่า ผมกำลังประนามคุณ เพราะผมไม่ควรทำตำหนิ พี่น้องในพระคริสต์ ด้วยเรื่องนี้ ผมไม่ได้จะตัดสินในสิ่งที่คุณทำ พระเจ้าเท่านั้นที่จะตัดสินในสิ่งที่ผมทำ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเลือกดื่มหรือไม่ นั่นก็ไม่ใช่เรื่องของผม แต่ผมห่วงใย สิ่งที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องในพระคริสต์ และต้องการช่วยหนุนใจคุณที่จะเติบโตมากขึ้น และเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณมากขึ้น นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมผมจึงต้องการช่วยให้คุณมองเห็นว่า พระเจ้าอาจเริ่มต้น ทำงานที่จิตสำนึกของคุณเกี่ยวกับการดื่ม และทางเดียวที่คุณจะเติบโตในพระเจ้าได้ คือการเชื่อฟังพระองค์ สิ่งที่ต้องระวังสำคัญที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะรักษาจิตสำนึก ที่บริสุทธิ์ต่อพระเจ้าได้ (กิจการ24:16; โรมัน13:5; 1โครินธ์ 4:4; 2 โครินธ์ 1:12; 1 ทิโมธี 1:5; 1 ทิโมธี 1:18-19; 1 ทิโมธี 3:9; 2 ทิโมธี 1:3; ฮีบรู9:14; ฮีบรู 10:22; ฮีบรู13:18; 1 เปโตร 3:15-16)

    เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่เราควรรักษาจิตสำนึกของเรา ให้บริสุทธิ์ต่อพระเจ้า เพราะนั้นเป็นทางหนึ่ง ในการที่จะให้พระองค์นำเรา ดังนั้นถ้าเราเป็นคริสเตียนที่ดื่มแอลกอฮอล์ และคุณกำลังเริ่มต้นสงสัยว่า เหมาะสมหรือไม่ ที่คริสเตียนจะดื่มแอลกอฮอล์ (หรือหากคุณเริ่มรู้สึกอึดอัด หรือรู้สึกอารมณ์เสียขณะที่อ่านบทความนี้) นั่นอาจเพราะพระเจ้า กำลังจัดการกับจิตสำนึกของคุณ เกี่ยวกับการดื่ม การเชื่อฟังอย่างง่ายๆ คือการเลิก แล้วคุณจะมีความยินดีที่ทำ
    ผมไม่ได้พูดว่า แอลกอฮอล์เป็นสิ่งชั่วร้าย หรือเราไม่ควรจะดื่ม ผมแค่พูดง่ายๆ ว่า เราควรจะสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า โดยการเชื่อฟังจิตสำนึกของเรา พระเจ้าได้จัดการกับจิตสำนึกของผม เกี่ยวกับการดื่มพอประมาณ และคริสเตียนส่วนมาก ก็พูดว่า พระเจ้านำเค้าที่จะไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ฉะนั้น หากว่าคุณ เป็นคริสเตียนที่ดื่มแอลกอฮอล์ (แม้จะพอประมาณ) เป็นไปได้ที่พระเจ้า จะเริ่มทำงานภายในจิตสำนึกของคุณบางจุด เกี่ยวกับการดื่ม ถ้าพระองค์ทำ กึถึงเวลาของคุณ ที่จะเชื่อฟังและเลิกมัน ผมหวังว่าบทความนี้ จะเป็นประโยชน์ และขอพระเจ้าอวยพระพรคุณอย่างมาก ผ่านการศึกษาพระวจนะของพระองค์

เรื่อง : David Emrson Root    
แปลและเรียบเรียง โดย สุรีย์รัตน์ แดงเขียว (พี่โอ๋)    
http://www.layhands.com/CanChristiansDrinkAlcohol.htm
   


ส่งต่อเข้าเมลล์
ส่งต่อ
พิมพ์ออกกระดาษ
พิมพ์
ร่วมด้วย ช่วยโวต
โหวต
เก็บเข้าคลังส่วนตัว
เก็บ

Copyright © 2005 by GOD. Created by Web Inspirer. | Hosted by Maxx.me / คริสเตียน.net Back to Top