หลักข้อเชื่อของคาทอลิกกับโปรแตสแตนท์

God with Us   End of Bar
หน้าบ้าน    FAQ    ฮอตฮิต    
>  พระคำ
>   บทความ
>   คำพยาน
>   บทเพลง
>   คริสตจักร
>   ดาวน์โหลด
>   หนังสือออนไลน์
>   บทเรียนออนไลน์
>   ลิงค์ต่างๆ
>   ติดต่อเรา

Online Status
F Guest
??????????? 8 ??
?????? 0 ??


[ - Login - ]

Sponsor by Web Inspirer


หลักข้อเชื่อของคาทอลิกกับโปรแตสแตนท์

I. เรื่องพระคริสตธรรมคัมภีร์

โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ

  1. ไม่เปิดโอกาสให้สามัญชนอ่านพระคัมภีร์ด้วยตนเองเป็นการส่วนตัว
  2. ไม่สนับสนุนให้สามัญชนอ่านพระคัมภีร์ ด้วยการไม่อนุญาตให้แปลพระคัมภีร์เป็นภาษาท้องถิ่น ผู้ที่ฝ่าฝืน มีโทษถึงประหารชีวิต
  3. การตีความหมายของพระคัมภีร์เป็นกิจที่ทำได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ทางศาสนาเท่านั้น
  4. ยอมรับคำสอนตกทอดของคริสตจักรและคำสั่งของสันตะปาปาว่ามีสิทธิอำนาจเท่ากับพระคัมภีร์
  5. ยอมรับหนังสืออธิกธรรม เข้าในสาระบบของพระคัมภีร์

โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ

  1. กระตุ้นให้คริสตชนอ่านพระคัมภีร์ด้วยตนเอง เป็นการส่วนตัว นอกเหนือที่ได้รับฟัง จากคริสตจักร
  2. สนับสนุนให้คริสตชนอ่านพระคัมภีร์ ด้วยการแปลออกเป็นภาษาท้องถิ่น เพื่อสามัญชนจะสามารถอ่าน และเข้าใจได้ด้วยตนเอง
  3. โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่สถิตอยู่กับผู้ที่เชื่อทุกคน ทำให้ผู้ที่เชื่อได้รับการดลใจ การเปิดเผยจากพระคัมภีร์
  4. พระวจนะของพระเจ้าในพระคัมภีร์นั้น ถูกต้องและสมบูรณ์ มีสิทธิอำนาจเหนือหนังสือคำสอน วาทะของมนุษย์ทุกคน
  5. พระคัมภีร์ 66 เล่ม ที่บรรจุในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมและสัญญาใหม่เท่านั้น ที่อยู่ในสาระบบที่คริสตจักรยอมรับ

II. เรื่องความรอด

โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ

  1. มนุษย์จะได้รับความรอดโดยผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์และการทำความดี
  2. การอภัยโทษบาปจะได้รับโดยพิธีบัพติศมา และจะหมดสภาพไป หากมนุษย์ได้กระทำบาป ที่นำไปสู่ความตาย ซึ่งจะแก้ไขได้โดยการทนทุกข์ทรมานชดใช้กรรม หรือการถวายทรัพย์
  3. ความรอดจะเป็นของผู้ที่อยู่ในศาสนจักรโรมันคาทอลิกเท่านั้น

โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ

  1. มนุษย์จะได้รับความรอดโดยผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์เท่านั้น การทำดีเป็นผลจาก การได้รับความรอดจากพระเจ้าไม่ใช่เป็นเหตุที่ทำให้ได้รับความรอด (เอเฟซัส 2:8-10)
  2. การอภัยโทษบาป จะได้รับเมื่อมนุษย์เชื่อในการสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปของพระเยซูคริสต์ การรับบัพติศมาไม่ได้เป็นเหตุของการรับอภัยโทษบาป
  3. ความรอดเป็นของมนุษย์ทุกคนที่เชื่อและไว้วางใจในพระเยซูคริสต์ไม่ใช่เพราะเป็นสมาชิกของคริสตจักร

III. เรื่องคริสตจักร

โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ

  1. คริสตจักรที่แท้จริงประกอบด้วยผู้ที่รับบัพติศมาเข้าเป็นสมาชิกของศาสนจักรโรมันคาทอลิก
  2. คริสตจักรที่แท้จริง คือ คริสตจักรโรมมันคาทอลิกส่วนคริสตจักรอื่นๆ เป็นคริสตจักรนอกรีต

โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ

  1. คริสตจักรที่แท้จริงประกอบด้วย ผู้ที่เชื่อและวางใจในพระนามของพระเยซูคริสต์ ที่ร่วมสามัคคีธรรมในจิตวิญญาณ
  2. คริสตจักรที่แท้จริง คือ คริสตจักรที่เป็นพระกายของพระเยซูคริสต์ ซึ่งประกอบด้วย ผู้ที่เชื่อที่วางใจ ในพระเยซูคริสต์ เป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอด ที่เรียกว่าการบังเกิดใหม่
  3. คริสตจักรเป็นชุมชนของผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ ที่ทำหน้าที่สำแดงความรัก และนำมนุษย์มาถึงความรอดในพระเจ้า นั่นคือการตอบสนองพระมหาบัญชา

IV. เรื่องประมุขของคริสตจักร

โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ

  1. พระสันตะปาปาเป็นประมุขของพระศาสนจักร
  2. พระสันตะปาปาเป็นตัวแทนของพระเยซูคริสต์บนแผ่นดินโลก
  3. พระสันตะปาปาไม่มีข้อผิดพลาดและคำพูดไม่มีผิด มีค่าเทียบเท่าพระคัมภีร์
  4. พระสันตะปาปาได้รับกุญแจสวรรค์ต่อจากอัครทูตเปโตร
  5. อัครทูตเปโตรเป็นพระสันตะปาปาองค์แรกของศาสนจักร

โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ

  1. พระเยซูคริสต์เป็นประมุขสูงสุดของคริสตจักร : "พระเจ้าได้ทรงปราบสิ่งสารพัดลง ไว้ใต้พระบาทของ พระคริสต์ และได้ทรงตั้งพระองค์ ไว้เป็นประมุขเหนือสิ่งสารพัดแห่งคริสตจักร " [เอเฟซัส 1:22]
  2. พระเยซูคริสต์เป็นศีรษะของคริสตจักร :
    "เพราะว่าสามีเป็นศีรษะของภรรยา เหมือนพระคริสต์ ทรงเป็น ศีรษะของคริสตจักร ซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ และพระองค์ ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคริสตจักร " [เอเฟซัส 5:23]
  3. คริสตชนทุกคนเป็นตัวแทนของพระเยซูคริสต์ :
    "พระองค์ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้น เป็นความสว่างของมนุษย์ " [ยอห์น 1:4] "ท่านทั้งหลายเป็นความสว่างของโลก นครซึ่งอยู่บนภูเขาจะปิดบังไว้ไม่ได้ " [มัทธิว 5:14]
  4. คริสตชนทุกคนเป็นปุโรหิตหลวง :
    "แต่ท่านทั้งหลายเป็นชาติ ที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นประชาชาติบริสุทธิ์ เป็นชนชาติของพระเจ้าโดยเฉพาะ เพื่อให้ท่านทั้งหลาย ประกาศพระบารมีของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียก ท่านทั้งหลายให้ออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่าง อันมหัศจรรย์ของพระองค์ " [1 เปโตร 2:9]
  5. มนุษย์ทุกคนเป็นบาป และมีข้อผิดพลาดทั้งสิ้น เว้นแต่องค์พระเยซูคริสต์
    "เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า " [โรม 3:23]
  6. กุญแจสวรรค์อยู่กับคริสตชนทุกคน "เจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ " [มัทธิว 28:19]
  7. อัครทูตเปโตร เป็นหนึ่งในบรรดาอัครสาวกของพระเยซูคริสต์และก็เป็นผู้ที่มีความกระตือรือร้น ในการรับใช้พระเยซู แม้จะผิดพลาดล้มเหลวและล้มลงหลายครั้งก็ตาม

V. เรื่องคนกลางระหว่างพระเจ้าและมนุษย์

โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ

  1. วีรบุรุษแห่งความเชื่อที่ได้ดำเนินชีวิตและสละชีวิตเพราะความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ถูกยกย่องว่าเป็นนักบุญ และเป็นคนกลางที่คริสตชนสามารถอธิษฐานผ่านเพื่อทูลต่อพระเจ้าได้
  2. คำอธิษฐานใดที่ไม่ได้รับคำตอบในพระนามของพระเยซู ก็ให้อธิษฐานทูลขอต่อพระแม่มารีย์ ก็จะได้รับคำตอบแน่นอน (มีการอธิบายว่าพระเยซูทรงรักพระมารดามาก ถ้าพระมารดาขอพระองค์ จะทรงประทานให้เสมอ - คำอธิบายจากซิสเตอร์เพื่อนของผู้เขียน)

โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ

  1. พระเยซูคริสต์เป็นคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ "ด้วยเหตุว่ามีพระเจ้าองค์เดียว และมีคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสภาพเป็นมนุษย์" [1 ทิโมธี 2:5]
  2. พระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐานผ่านทางคำทูลขอที่ผ่านทางพระเยซูคริสต์เท่านั้น
    "สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายจะขอในนามของเรา เราจะกระทำสิ่งนั้น เพื่อว่าพระบิดา จะทรงได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ทางพระบุตร" [ยอห์น 14:13]

VI. เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์

โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ

  1. สนับสนุนให้คริสตสมาชิกกราบไหว้รูปปั้นของพระแม่มารีย์, รูปปั้นของอัครทูต และรูปปั้นของนักบุญ ทั้งหลาย ในการประชุมของศาสนจักรโรมันคาทอลิก ค.ศ.1526 ที่เมืองเตรนต์ (Trent) ได้เสนอว่า "คริสตจักรควรจะมีรูปปั้นของนักบุญและการกราบไหว้ก็เป็นสิ่งที่สมควรทำ"
  2. กรุงโรมเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตคริสตสมาชิกทุกคนต้องเดินทางมาแสวงบุญที่นี่ (เหมือนกับการที่คนมุสลิมต้องไปแสวงบุญที่นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย)
  3. สิ่งของเครื่องใช้ของพระเยซู พระแม่มารีย์และเหล่านักบุญเป็นสิ่งของที่ศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธิ์เดชในการ รักษาโรค และการตอบคำอธิษฐาน เช่น ผ้าคลุมพระพักตร์ของพระเยซู สายรัดเอวของนางมารีย์

โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ

  1. ห้ามทำรูปเคารพสำหรับตน "อย่าทำรูปเคารพสำหรับตน เป็นรูปสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าเบื้องบน หรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง หรือในน้ำใต้แผ่นดิน อย่ากราบไหว้หรือปรนนิบัติรูปเหล่านั้น เพราะเราคือพระเจ้าของเจ้า เป็นพระเจ้าที่หวงแหน ให้โทษบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานของผู้ที่ชัง เราจนถึงสามชั่วสี่ชั่วอายุคน " [อพยพ 20:4-5]
  2. พระเจ้าสถิตอยู่ในคริสตจักรของพระองค์ คือ ในตัวของผู้ที่เชื่อไม่ใช่เฉพาะเจาะจงที่มหาวิหารในกรุงโรม "ด้วยว่ามีสองสามคนประชุมกันที่ไหนๆ ในนามของเรา เราจะอยู่ท่ามกลางเขาที่นั่น " [มัทธิว 18:20]
  3. พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของคริสตชนด้วยพระคุณ ไม่ใช่โดยวัตถุศักดิ์สิทธิ์ทีเรายึดถือ หรือสูตรคาถา :
    "แต่เมื่อท่านอธิษฐานอย่าพูดพล่อยๆ ซ้ำซาก เหมือนคนต่างชาติกระทำ เพราะเขาคิดว่าพูดมากหลายคำ พระจึงจะทรงโปรดฟัง อย่าทำเหมือนเขาเลย เพราะว่าสิ่งไรซึ่งท่านต้องการ พระบิดาของท่าน ทรงทราบก่อนที่ท่านทูลขอแล้ว " [มัทธิว 6:7-8]

VII. เรื่องบาปกำเนิดและการไถ่บาป

โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ

  1. พระแม่มารีย์เป็นผู้ที่ไม่มีบาปกำเนิด (หมายถึงบาปที่ตกทอดจากอดัมและเอวา)
  2. พระสันตะปาปาเป็นผู้ที่ถือกุญแจคลังกุศล (คลังกุศล คือ ที่ที่พระแม่มารีย์และนักบุญทั้งหลาย ได้ทำบุญที่มีมาก นำมารวมกันที่นี่ และสามารถใช้คลังกุศล ทดแทนบาปของคริสตชนได้)
  3. พระสันตะปาปาสามารถตั้งเงื่อนไขที่จะรับความรอดได้ เช่น ทุกคนที่อาสาไปรบ ในสงครามครูเสด จะได้รับการยกบาปทั้งหมด ผู้ที่บริจาคเงินซื้อใบบุญไถ่บาปจะได้รับการยกโทษบาป และช่วยให้พี่น้อง พ้นจากแดนชำระได้

โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ

  1. มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป :
    "ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย " [โรม 3:10]
  2. พระเยซูคริสต์เป็นผู้เดียวที่มีสิทธิอำนาจการยกบาป "ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อ และ เที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเรา ให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น " [1 ยอห์น 1:9]

VIII. เรื่องแดนชำระ

โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ

  • หลังจากที่คริสตชนตายจากโลกนี้ไปแล้ว จะต้องไปอยู่แดนชำระ เพื่อชำระความบาป ที่ได้ทำไป ขณะที่มีชีวิตอยู่บนโลก บางคนอาจจะถูกชำระเป็นร้อยๆ ปี ซึ่งเจ็บปวดทุกข์ทรมาน แต่ก็มีวิธีช่วยได้ จากญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ในโลก ด้วยการนำเงินถวาย เข้าคลังกุศลเพื่อช่วยวิญญาณ ที่ทนทุกข์เหล่านี้

โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ

  • ไม่มีการกล่าวถึงเรื่องแดนชำระในพระคัมภีร์ ตรงกันข้าม กลับให้ความมั่นใจต่อคริสตชนอย่างหนักแน่น ในความรอดที่จะได้รับ เพราะเหตุความเชื่อในพระเยซู :
    "เหตุฉะนั้น การลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลาย ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ " [โรม 8:1] และ "เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ " [ยอห์น 3:16]

IX. เรื่องพิธีศักดิ์สิทธิ์

โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ

  1. ศีลบัพติศมา หรือศีลล้างบาป ผู้ที่รับทุกคนจะได้รับความรอด
  2. ศีลกำลัง ผู้ที่ได้รับศีลนี้จะได้รับพระคุณ 7 ประการ คือ พระดำริ (มีสติของพระเจ้า) สติปัญญา (เข้าใจใน สิ่งที่เรา ต้องเชื่อ และต้องปฏิบัติ) ความคิดอ่าน (ตัดสินใจตามความเชื่อ) กำลัง (ต่อสู้กับศัตรูฝ่ายวิญญาณ) ความรู้ (รู้ความจริงแห่งพระศาสนา) ความศรัทธา (รักพระเป็นเจ้าในฐานะเป็นพระบิดา) ความยำเกรง (เคารพพระเป็นเจ้า)
  3. ศีลอภัยบาป เป็นศีลที่ต้องกระทำอย่างน้อยปีละครั้ง โดยต้องไปสารภาพบาปต่อบาทหลวง
  4. ศีลมหาสนิท เชื่อว่าขนมปังและเหล้าองุ่น เมื่อเข้าสู่พิธี จะเปลี่ยนเป็นพระกาย และพระโลหิตของพระเยซูคริสต์จริง
  5. ศีลเจิมไข้ หรือศีลเสบียง สำหรับคนป่วยหรือคนชรา เพื่อเสริมกำลังในการเดินทางไปพบพระเจ้าหลังความตาย
  6. ศีลบวช เป็นศีลเจิมผู้ที่เข้าดำรงตำแหน่งบรรพชิตของคาทอลิก
  7. ศีลสมรส สำหรับการประสาทพรของพระเจ้าแก่คู่สมรส

โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ

  1. พิธีศักดิ์สิทธิ์ที่พระเยซูคริสต์ ได้สั่งให้ปฏิบัติมีเพียง 2 พิธี คือ พิธีบัพติศมา และพิธีมหาสนิทเท่านั้น :
    "เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ " [มัทธิว 28:19] และ
    "เพราะว่าเรื่องซึ่งข้าพเจ้าได้มอบไว้กับท่านแล้วนั้น ข้าพเจ้าได้รับ จากองค์พระผู้เป็นเจ้า คือในคืนที่เขาอายัดพระเยซูเจ้านั้น พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ครั้นขอบพระคุณแล้ว จึงทรงหัก แล้วตรัสว่า 'นี่เป็นกายของเรา ซึ่งให้แก่ท่านทั้งหลาย จงกระทำอย่างนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงเรา' เมื่อรับประทานแล้ว พระองค์จึงทรงหยิบถ้วย ด้วยอาการอย่างเดียวกัน ตรัสว่า 'ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ โดยโลหิตของเรา เมื่อท่านดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด จงดื่มเป็นที่ระลึกถึงเรา' " [1 โครินธ์ 11:23-26]
  2. ในเรื่องการแปรสารจากขนมปังและเหล้าองุ่น เป็นพระกายและพระโลหิต เป็นเรื่องที่ไม่ได้กล่าวไว้ ในพระคัมภีร์ ซึ่งขนมปังและเหล้าองุ่น เป็นอุปกรณ์ที่พระเยซูทรงใช้ เพื่อสื่อความหมายถึง พระกาย และพระโลหิต ของพระองค์ ที่ต้องแตกหัก และหลั่งออก เพื่อไถ่โทษบาปของมนุษย์ทุกคน

เอกสารประกอบการเขียน

Collins, Michael. The Story of Christianity. London: A Dorling Kindersley Book, 1996.
Depuis, Jacques, ed. The Christian Faith. New York: Alba.House, 1996.
Haffner, Paul. The Sacramental Mystery. Trowbridge,Wiltshire: Cromwell Press, 1999.
McBrien, Richard. Ed. Encyclopedia of Catholicism. San Francisco: HarperSanfransisco, 1995.
McBrien, Richard. Catholicism. London: Geoferey Chapman, 1994.




ส่งต่อเข้าเมลล์
ส่งต่อ
พิมพ์ออกกระดาษ
พิมพ์
ร่วมด้วย ช่วยโวต
โหวต
เก็บเข้าคลังส่วนตัว
เก็บ

Copyright © 2005 by GOD. Created by Web Inspirer. | Hosted by Maxx.me / คริสเตียน.net Back to Top