|
I. เรื่องพระคริสตธรรมคัมภีร์
โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ
- ไม่เปิดโอกาสให้สามัญชนอ่านพระคัมภีร์ด้วยตนเองเป็นการส่วนตัว
- ไม่สนับสนุนให้สามัญชนอ่านพระคัมภีร์ ด้วยการไม่อนุญาตให้แปลพระคัมภีร์เป็นภาษาท้องถิ่น
ผู้ที่ฝ่าฝืน มีโทษถึงประหารชีวิต
- การตีความหมายของพระคัมภีร์เป็นกิจที่ทำได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ทางศาสนาเท่านั้น
- ยอมรับคำสอนตกทอดของคริสตจักรและคำสั่งของสันตะปาปาว่ามีสิทธิอำนาจเท่ากับพระคัมภีร์
- ยอมรับหนังสืออธิกธรรม เข้าในสาระบบของพระคัมภีร์
โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ
- กระตุ้นให้คริสตชนอ่านพระคัมภีร์ด้วยตนเอง เป็นการส่วนตัว นอกเหนือที่ได้รับฟัง จากคริสตจักร
- สนับสนุนให้คริสตชนอ่านพระคัมภีร์ ด้วยการแปลออกเป็นภาษาท้องถิ่น
เพื่อสามัญชนจะสามารถอ่าน และเข้าใจได้ด้วยตนเอง
- โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่สถิตอยู่กับผู้ที่เชื่อทุกคน ทำให้ผู้ที่เชื่อได้รับการดลใจ การเปิดเผยจากพระคัมภีร์
- พระวจนะของพระเจ้าในพระคัมภีร์นั้น ถูกต้องและสมบูรณ์ มีสิทธิอำนาจเหนือหนังสือคำสอน วาทะของมนุษย์ทุกคน
- พระคัมภีร์ 66 เล่ม ที่บรรจุในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมและสัญญาใหม่เท่านั้น ที่อยู่ในสาระบบที่คริสตจักรยอมรับ
II. เรื่องความรอด
โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ
- มนุษย์จะได้รับความรอดโดยผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์และการทำความดี
- การอภัยโทษบาปจะได้รับโดยพิธีบัพติศมา และจะหมดสภาพไป หากมนุษย์ได้กระทำบาป
ที่นำไปสู่ความตาย ซึ่งจะแก้ไขได้โดยการทนทุกข์ทรมานชดใช้กรรม หรือการถวายทรัพย์
- ความรอดจะเป็นของผู้ที่อยู่ในศาสนจักรโรมันคาทอลิกเท่านั้น
โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ
- มนุษย์จะได้รับความรอดโดยผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์เท่านั้น การทำดีเป็นผลจาก
การได้รับความรอดจากพระเจ้าไม่ใช่เป็นเหตุที่ทำให้ได้รับความรอด (เอเฟซัส 2:8-10)
- การอภัยโทษบาป จะได้รับเมื่อมนุษย์เชื่อในการสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปของพระเยซูคริสต์
การรับบัพติศมาไม่ได้เป็นเหตุของการรับอภัยโทษบาป
- ความรอดเป็นของมนุษย์ทุกคนที่เชื่อและไว้วางใจในพระเยซูคริสต์ไม่ใช่เพราะเป็นสมาชิกของคริสตจักร
III. เรื่องคริสตจักร
โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ
- คริสตจักรที่แท้จริงประกอบด้วยผู้ที่รับบัพติศมาเข้าเป็นสมาชิกของศาสนจักรโรมันคาทอลิก
- คริสตจักรที่แท้จริง คือ คริสตจักรโรมมันคาทอลิกส่วนคริสตจักรอื่นๆ เป็นคริสตจักรนอกรีต
โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ
- คริสตจักรที่แท้จริงประกอบด้วย ผู้ที่เชื่อและวางใจในพระนามของพระเยซูคริสต์ ที่ร่วมสามัคคีธรรมในจิตวิญญาณ
- คริสตจักรที่แท้จริง คือ คริสตจักรที่เป็นพระกายของพระเยซูคริสต์ ซึ่งประกอบด้วย ผู้ที่เชื่อที่วางใจ
ในพระเยซูคริสต์ เป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอด ที่เรียกว่าการบังเกิดใหม่
- คริสตจักรเป็นชุมชนของผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ ที่ทำหน้าที่สำแดงความรัก
และนำมนุษย์มาถึงความรอดในพระเจ้า นั่นคือการตอบสนองพระมหาบัญชา
IV. เรื่องประมุขของคริสตจักร
โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ
- พระสันตะปาปาเป็นประมุขของพระศาสนจักร
- พระสันตะปาปาเป็นตัวแทนของพระเยซูคริสต์บนแผ่นดินโลก
- พระสันตะปาปาไม่มีข้อผิดพลาดและคำพูดไม่มีผิด มีค่าเทียบเท่าพระคัมภีร์
- พระสันตะปาปาได้รับกุญแจสวรรค์ต่อจากอัครทูตเปโตร
- อัครทูตเปโตรเป็นพระสันตะปาปาองค์แรกของศาสนจักร
โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ
- พระเยซูคริสต์เป็นประมุขสูงสุดของคริสตจักร : "พระเจ้าได้ทรงปราบสิ่งสารพัดลง ไว้ใต้พระบาทของ พระคริสต์ และได้ทรงตั้งพระองค์
ไว้เป็นประมุขเหนือสิ่งสารพัดแห่งคริสตจักร " [เอเฟซัส 1:22]
- พระเยซูคริสต์เป็นศีรษะของคริสตจักร :
"เพราะว่าสามีเป็นศีรษะของภรรยา เหมือนพระคริสต์
ทรงเป็น ศีรษะของคริสตจักร ซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ และพระองค์ ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคริสตจักร "
[เอเฟซัส 5:23]
- คริสตชนทุกคนเป็นตัวแทนของพระเยซูคริสต์ :
"พระองค์ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้น เป็นความสว่างของมนุษย์ " [ยอห์น 1:4]
"ท่านทั้งหลายเป็นความสว่างของโลก นครซึ่งอยู่บนภูเขาจะปิดบังไว้ไม่ได้ " [มัทธิว 5:14]
- คริสตชนทุกคนเป็นปุโรหิตหลวง :
"แต่ท่านทั้งหลายเป็นชาติ
ที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นประชาชาติบริสุทธิ์ เป็นชนชาติของพระเจ้าโดยเฉพาะ
เพื่อให้ท่านทั้งหลาย ประกาศพระบารมีของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียก ท่านทั้งหลายให้ออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่าง
อันมหัศจรรย์ของพระองค์ " [1 เปโตร 2:9]
- มนุษย์ทุกคนเป็นบาป และมีข้อผิดพลาดทั้งสิ้น เว้นแต่องค์พระเยซูคริสต์
"เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า " [โรม 3:23]
- กุญแจสวรรค์อยู่กับคริสตชนทุกคน "เจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ
ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ " [มัทธิว 28:19]
- อัครทูตเปโตร เป็นหนึ่งในบรรดาอัครสาวกของพระเยซูคริสต์และก็เป็นผู้ที่มีความกระตือรือร้น
ในการรับใช้พระเยซู แม้จะผิดพลาดล้มเหลวและล้มลงหลายครั้งก็ตาม
V. เรื่องคนกลางระหว่างพระเจ้าและมนุษย์
โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ
- วีรบุรุษแห่งความเชื่อที่ได้ดำเนินชีวิตและสละชีวิตเพราะความเชื่อในพระเยซูคริสต์
ถูกยกย่องว่าเป็นนักบุญ และเป็นคนกลางที่คริสตชนสามารถอธิษฐานผ่านเพื่อทูลต่อพระเจ้าได้
- คำอธิษฐานใดที่ไม่ได้รับคำตอบในพระนามของพระเยซู ก็ให้อธิษฐานทูลขอต่อพระแม่มารีย์
ก็จะได้รับคำตอบแน่นอน (มีการอธิบายว่าพระเยซูทรงรักพระมารดามาก ถ้าพระมารดาขอพระองค์
จะทรงประทานให้เสมอ - คำอธิบายจากซิสเตอร์เพื่อนของผู้เขียน)
โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ
- พระเยซูคริสต์เป็นคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ "ด้วยเหตุว่ามีพระเจ้าองค์เดียว และมีคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์
คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสภาพเป็นมนุษย์" [1 ทิโมธี 2:5]
- พระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐานผ่านทางคำทูลขอที่ผ่านทางพระเยซูคริสต์เท่านั้น
"สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายจะขอในนามของเรา เราจะกระทำสิ่งนั้น เพื่อว่าพระบิดา
จะทรงได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ทางพระบุตร" [ยอห์น 14:13]
VI. เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์
โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ
- สนับสนุนให้คริสตสมาชิกกราบไหว้รูปปั้นของพระแม่มารีย์, รูปปั้นของอัครทูต และรูปปั้นของนักบุญ ทั้งหลาย
ในการประชุมของศาสนจักรโรมันคาทอลิก ค.ศ.1526 ที่เมืองเตรนต์ (Trent) ได้เสนอว่า
"คริสตจักรควรจะมีรูปปั้นของนักบุญและการกราบไหว้ก็เป็นสิ่งที่สมควรทำ"
- กรุงโรมเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตคริสตสมาชิกทุกคนต้องเดินทางมาแสวงบุญที่นี่
(เหมือนกับการที่คนมุสลิมต้องไปแสวงบุญที่นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย)
- สิ่งของเครื่องใช้ของพระเยซู พระแม่มารีย์และเหล่านักบุญเป็นสิ่งของที่ศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธิ์เดชในการ รักษาโรค
และการตอบคำอธิษฐาน เช่น ผ้าคลุมพระพักตร์ของพระเยซู สายรัดเอวของนางมารีย์
โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ
- ห้ามทำรูปเคารพสำหรับตน "อย่าทำรูปเคารพสำหรับตน
เป็นรูปสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าเบื้องบน หรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง หรือในน้ำใต้แผ่นดิน อย่ากราบไหว้หรือปรนนิบัติรูปเหล่านั้น
เพราะเราคือพระเจ้าของเจ้า เป็นพระเจ้าที่หวงแหน ให้โทษบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานของผู้ที่ชัง
เราจนถึงสามชั่วสี่ชั่วอายุคน " [อพยพ 20:4-5]
- พระเจ้าสถิตอยู่ในคริสตจักรของพระองค์ คือ ในตัวของผู้ที่เชื่อไม่ใช่เฉพาะเจาะจงที่มหาวิหารในกรุงโรม
"ด้วยว่ามีสองสามคนประชุมกันที่ไหนๆ ในนามของเรา
เราจะอยู่ท่ามกลางเขาที่นั่น " [มัทธิว 18:20]
- พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของคริสตชนด้วยพระคุณ ไม่ใช่โดยวัตถุศักดิ์สิทธิ์ทีเรายึดถือ หรือสูตรคาถา :
"แต่เมื่อท่านอธิษฐานอย่าพูดพล่อยๆ ซ้ำซาก เหมือนคนต่างชาติกระทำ
เพราะเขาคิดว่าพูดมากหลายคำ พระจึงจะทรงโปรดฟัง อย่าทำเหมือนเขาเลย เพราะว่าสิ่งไรซึ่งท่านต้องการ
พระบิดาของท่าน ทรงทราบก่อนที่ท่านทูลขอแล้ว " [มัทธิว 6:7-8]
VII. เรื่องบาปกำเนิดและการไถ่บาป
โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ
- พระแม่มารีย์เป็นผู้ที่ไม่มีบาปกำเนิด (หมายถึงบาปที่ตกทอดจากอดัมและเอวา)
- พระสันตะปาปาเป็นผู้ที่ถือกุญแจคลังกุศล (คลังกุศล คือ ที่ที่พระแม่มารีย์และนักบุญทั้งหลาย
ได้ทำบุญที่มีมาก นำมารวมกันที่นี่ และสามารถใช้คลังกุศล ทดแทนบาปของคริสตชนได้)
- พระสันตะปาปาสามารถตั้งเงื่อนไขที่จะรับความรอดได้ เช่น ทุกคนที่อาสาไปรบ
ในสงครามครูเสด จะได้รับการยกบาปทั้งหมด ผู้ที่บริจาคเงินซื้อใบบุญไถ่บาปจะได้รับการยกโทษบาป
และช่วยให้พี่น้อง พ้นจากแดนชำระได้
โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ
- มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป :
"ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า
ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย " [โรม 3:10]
- พระเยซูคริสต์เป็นผู้เดียวที่มีสิทธิอำนาจการยกบาป "ถ้าเราสารภาพบาปของเรา
พระองค์ทรงสัตย์ซื่อ และ เที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเรา
ให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น " [1 ยอห์น 1:9]
VIII. เรื่องแดนชำระ
โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ
- หลังจากที่คริสตชนตายจากโลกนี้ไปแล้ว จะต้องไปอยู่แดนชำระ เพื่อชำระความบาป ที่ได้ทำไป
ขณะที่มีชีวิตอยู่บนโลก บางคนอาจจะถูกชำระเป็นร้อยๆ ปี ซึ่งเจ็บปวดทุกข์ทรมาน แต่ก็มีวิธีช่วยได้
จากญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ในโลก ด้วยการนำเงินถวาย เข้าคลังกุศลเพื่อช่วยวิญญาณ ที่ทนทุกข์เหล่านี้
โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ
- ไม่มีการกล่าวถึงเรื่องแดนชำระในพระคัมภีร์ ตรงกันข้าม กลับให้ความมั่นใจต่อคริสตชนอย่างหนักแน่น
ในความรอดที่จะได้รับ เพราะเหตุความเชื่อในพระเยซู :
"เหตุฉะนั้น
การลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลาย ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ " [โรม 8:1] และ
"เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์
เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ " [ยอห์น 3:16]
IX. เรื่องพิธีศักดิ์สิทธิ์
โรมันคาทอลิก : มีความเห็นและการปฏิบัติ คือ
- ศีลบัพติศมา หรือศีลล้างบาป ผู้ที่รับทุกคนจะได้รับความรอด
- ศีลกำลัง ผู้ที่ได้รับศีลนี้จะได้รับพระคุณ 7 ประการ คือ พระดำริ (มีสติของพระเจ้า) สติปัญญา (เข้าใจใน สิ่งที่เรา
ต้องเชื่อ และต้องปฏิบัติ) ความคิดอ่าน (ตัดสินใจตามความเชื่อ) กำลัง (ต่อสู้กับศัตรูฝ่ายวิญญาณ) ความรู้
(รู้ความจริงแห่งพระศาสนา) ความศรัทธา (รักพระเป็นเจ้าในฐานะเป็นพระบิดา) ความยำเกรง (เคารพพระเป็นเจ้า)
- ศีลอภัยบาป เป็นศีลที่ต้องกระทำอย่างน้อยปีละครั้ง โดยต้องไปสารภาพบาปต่อบาทหลวง
- ศีลมหาสนิท เชื่อว่าขนมปังและเหล้าองุ่น เมื่อเข้าสู่พิธี จะเปลี่ยนเป็นพระกาย และพระโลหิตของพระเยซูคริสต์จริง
- ศีลเจิมไข้ หรือศีลเสบียง สำหรับคนป่วยหรือคนชรา เพื่อเสริมกำลังในการเดินทางไปพบพระเจ้าหลังความตาย
- ศีลบวช เป็นศีลเจิมผู้ที่เข้าดำรงตำแหน่งบรรพชิตของคาทอลิก
- ศีลสมรส สำหรับการประสาทพรของพระเจ้าแก่คู่สมรส
โปรเเตสแตนท์ : มีความเห็นและการปฏิบัติคือ
- พิธีศักดิ์สิทธิ์ที่พระเยซูคริสต์ ได้สั่งให้ปฏิบัติมีเพียง 2 พิธี คือ พิธีบัพติศมา และพิธีมหาสนิทเท่านั้น :
"เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา
ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ " [มัทธิว 28:19] และ
"เพราะว่าเรื่องซึ่งข้าพเจ้าได้มอบไว้กับท่านแล้วนั้น ข้าพเจ้าได้รับ จากองค์พระผู้เป็นเจ้า
คือในคืนที่เขาอายัดพระเยซูเจ้านั้น พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ครั้นขอบพระคุณแล้ว จึงทรงหัก แล้วตรัสว่า
'นี่เป็นกายของเรา ซึ่งให้แก่ท่านทั้งหลาย จงกระทำอย่างนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงเรา'
เมื่อรับประทานแล้ว พระองค์จึงทรงหยิบถ้วย ด้วยอาการอย่างเดียวกัน ตรัสว่า 'ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ โดยโลหิตของเรา
เมื่อท่านดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด จงดื่มเป็นที่ระลึกถึงเรา' " [1 โครินธ์ 11:23-26]
- ในเรื่องการแปรสารจากขนมปังและเหล้าองุ่น เป็นพระกายและพระโลหิต เป็นเรื่องที่ไม่ได้กล่าวไว้ ในพระคัมภีร์
ซึ่งขนมปังและเหล้าองุ่น เป็นอุปกรณ์ที่พระเยซูทรงใช้ เพื่อสื่อความหมายถึง พระกาย และพระโลหิต ของพระองค์
ที่ต้องแตกหัก และหลั่งออก เพื่อไถ่โทษบาปของมนุษย์ทุกคน
เอกสารประกอบการเขียน
Collins, Michael. The Story of Christianity. London: A Dorling Kindersley Book, 1996.
Depuis, Jacques, ed. The Christian Faith. New York: Alba.House, 1996.
Haffner, Paul. The Sacramental Mystery. Trowbridge,Wiltshire: Cromwell Press, 1999.
McBrien, Richard. Ed. Encyclopedia of Catholicism. San Francisco: HarperSanfransisco, 1995.
McBrien, Richard. Catholicism. London: Geoferey Chapman, 1994.
|