กำเนิดของแผ่นดินโลก มนุษย์ และจักรวาล

God with Us   End of Bar
หน้าบ้าน    FAQ    ฮอตฮิต    
>  พระคำ
>   บทความ
>   คำพยาน
>   บทเพลง
>   คริสตจักร
>   ดาวน์โหลด
>   หนังสือออนไลน์
>   บทเรียนออนไลน์
>   ลิงค์ต่างๆ
>   ติดต่อเรา

Online Status
F Guest
??????????? 11 ??
?????? 0 ??


[ - Login - ]

Sponsor by Web Inspirer


กำเนิดของแผ่นดินโลก มนุษย์ และจักรวาล

Genesis

    "แหงนหน้าขึ้นดูว่า ผู้ใดสร้างสิ่งเหล่านี้ " มนุษย์ตั้งคำถามไว้เช่นนี้อยู่แล้วเสมอ คนเรามาจากไหน? จุดเริ่มต้นของเรา คืออะไร? จักรวาลเริ่มต้นมาอย่างไร? "ใครเล่าได้ขึ้นไปยังสวรรค์และลงมา ใครเล่า ได้รวบรวมลม ไว้ในกำมือของท่าน ใครเล่า ได้เอาเครื่องแต่งกาย ห่อห้วงน้ำไว้ ใครเล่า ได้สถาปนา ที่สุดปลาย แห่งแผ่นดินโลกไว้ นามของผู้นั้น ว่ากระไร และนามบุตรชาย ของผู้นั้น ว่ากระไร ท่านจะต้องรู้เป็นแน่ " มีทฤษฏีมากมาย ที่พยายาม ตอบคำถามเหล่านี้ แต่พระคัมภีร์ สอนไว้อย่างไร?

ปฐมกาล 1:1  ในปฐมกาล "พระเจ้าทรงเนรมิตสร้าง ฟ้าและแผ่นดิน"

เยเรมีย์ 32:17  ข้าแต่พระเจ้า คือพระองค์เอง ผู้ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก ด้วยฤทธานุภาพ ใหญ่ยิ่งของพระองค์ และด้วยพระหัตถ์ ซึ่งเหยียดออก ของพระองค์ สำหรับพระองค์ ไม่มีสิ่งใดที่ยากเกิน

    ตั้งแต่พระคัมภีร์ข้อแรก ปัญหานี้ ก็แก้ไขไปแล้ว ตลอดกาล พระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้างจักรวาล ท่านอาจสงสัย ข้อความนี้ แต่ถึงกระนั้น ให้เราศึกษาต่อไป เรามั่นใจว่า เรามีเรื่อง ที่จะทำให้ท่าน แปลกใจได้อย่างแน่นอน

สดุดี 33:6, 9  โดยพระวจนะของพระเจ้า ฟ้าสวรรค์ก็ถูกสร้างขึ้นมา กับบริวารทั้งปวง ก็ด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์ ... เพราะพระองค์ตรัส มันก็เกิดขึ้นมา พระองค์ทรงบัญชา มันก็ออกมา

ฮีบรู 11:3  โดยความเชื่อนี้เอง เราจึงเข้าใจว่า พระเจ้า ได้ทรงสร้างกัลปจักรวาล ด้วยพระดำรัสของพระองค์

Power of God

    พระเจ้าทรงสร้างจักรวาล ด้วยอำนาจพระดำรัสสั่งของพระองค์ พระองค์ ทรงวางแผน แล้วทรงแปลง การวางแผน ให้เป็นปรากฏการณ์ ที่เป็นจริง

ปฐมกาล 1:1 - 2:3
วันที่ 1แสงสว่างปรากฎขึ้น [1:1-5]
วันที่ 2พระเจ้าทรงสร้างบรรยากาศ [1:6-8]
วันที่ 3พื้นดินแยกออกจากน้ำทะเล [1:9-10] ต้นพืชขึ้นบนพื้นดิน [1:11-13]
วันที่ 4พระเจ้าทรงสร้างดวงดาว (ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์...) [1:14-19]
วันที่ 5พระเจ้าทรงสร้างปลาและนก [1:20-23]
วันที่ 6สัตว์ใช้งาน สัตว์ป่า ตามชนิด + มนุษย์ [1:24-31]
วันที่ 7พระเจ้าทรงพักผ่อน และทรงตั้งวันที่เจ็ด เป็นวันบริสุทธิ์ [2:1-3]

ปฐมกาล 1:26  แล้วพระเจ้าตรัสว่า "ให้เราสร้างมนุษย์ตามฉายาตามอย่างของเรา"

ฮีบรู 1:2  แต่ในวาระสุดท้ายนี้ พระองค์ได้ตรัสแก่เราทั้งหลาย ทางพระบุตร ผู้ซึ่งพระองค์ ได้ทรงตั้ง ให้เป็นผู้รับสรรพสิ่งทั้งปวง เป็นมรดก พระองค์ได้ทรงสร้าง กัลปจักรวาลโดยพระบุตร

Creature!

    ด้วยพระดำรัสของพระเจ้าที่ว่า "ให้เราสร้าง...." นี้ พระองค์ ทรงแสดงให้เห็นว่า พระองค์ไม่ได้กระทำการ สร้างจักรวาล โดยลำพัง แน่นอนทีเดียว ข้อสองยังบอกเราว่า พระองค์ทรงสร้างทุกสิ่ง โดยพระบุตร

โคโลสี 1:16  เพราะว่าในพระองค์สรรพสิ่งได้ถูกสร้างขึ้น ทั้งในท้องฟ้าและที่แผ่นดินโลก

ยอห์น 1:1-3,14  ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่ และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า ในปฐมกาล พระองค์ทรงดำรงอยู่กับพระเจ้า ... พระเจ้าทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมา โดยพระวาทะ ในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น ไม่มีสักสิ่งเดียว ที่ได้เป็นมา นอกเหนือพระวาทะ พระวาทะได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์

    ข้อความเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าตั้งแต่ปฐมกาล พระวาทะ คือพระเยซูคริสต์ ทรงกระทำการ ร่วมกับพระบิดา ในการสร้างโลก

สดุดี 14:1  คนโง่รำพึงอยู่ในใจของตนว่า "ไม่มีพระเจ้า"

สุภาษิต 1:7  ความยำเกรงพระเจ้า เป็นบ่อเกิดของ ความรู้

    ในปี ค.ศ. 1859 ชาร์ล ดาร์วิน เป็นผู้ริเริ่มทฤษฎีวิวัฒานการ ทฤษฏีนี้ กล่าวไว้ว่า มนุษย์ไม่ได้เป็น ผลงานของพระเจ้า ในการสร้างโลก แต่เป็นผล ของการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ซึ่งเกิดขึ้น อย่างไม่เป็นระเบียบ ใช้เวลาล้านๆ ปี ให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ นาๆ จนในที่สุดกลายมาเป็นมนุษย์ ตามที่เห็นในทุกวันนี้

"จนถึงวันนี้ เราจะต้องยอมรับว่า การศึกษาเกี่ยวกับชีววิทยา ของชีวิตสัตว์
และพืชโบราณ ยังหาจุดเชื่อมโยง ระหว่างมนุษย์ และสัตว์ไม่ได้
" [อัลเบร์ท กูดรี]

"ข้อสมมติฐานของการสร้างโลกโดยไม่มีพระเจ้านั้น เป็นเรื่องที่คิดแล้ว เป็นไปไม่ได้ " [เวินเฮอร์ ฟอน เบราน์]

"นักวิทยาศาสตร์ ไม่อาจเจาะเข้าหา ความลึกลับของเรื่องการสร้างโลก
โดยมองไม่เห็นฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า
" [โรเบิรท บอย]

"วิทยาศาสตร์ยืนยันอย่างแน่วแน่ว่า มีอำนาจของการสร้างโลก
ที่จะผลักดันให้เรา ยอมรับว่าเป็นเรื่องของความเชื่อ
" [ลอร์ด เคลวิน]

"ในที่สุด คำอธิบายของการมีทุกสิ่งนั้นมาจากพระเจ้า" [อาร์โนว์ด ลูนน์]

"ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว ไม่เคยมีการสงสัยเรื่องทฤษฎีวิวัฒนาการ ของต้นกำเนิดของมนุษย์เท่ากับในปัจจุบัน
และวงการวิทยาศาสตร์ ที่ปฏิเสธที่จะเชื่อนั้น ไม่เคยเลย ที่จะมีข้อโต้แย้งมากมายเช่นนี้
" [โรเจอร์ ดู พาสเคร์]

"เราสงสัยด้วยเช่นกัน ว่าการเลือกสรรตามธรรมชาติ แม้จะใช้เวลาวิวัฒนาการ อันยาวนาน
จะสร้างอวัยวะ ที่ซับซ้อน เช่น สมอง ตา หูของสัตว์ชั้นสูงได้อย่างไร
" [ยีน โรสเทนด์]

"เมื่อข้าพเจ้าคิดถึงดวงตา ข้าพเจ้าจะร้อนหนาวไปทั้งตัว" [ชาร์ล ดาร์วิน]

The Eye

    ชาร์ล ดาร์วิน และยีน โรสท์แอนด์ ให้ข้อสังเกตว่า ความสลับซับซ้อนของดวงตา ก็เพียงพอ ที่จะทำลายทฤษฎี วิวัฒนาการ อวัยวะที่สลับซับซ้อน และละเอียดเช่นนี้ จะเกิดขึ้นจาก ผลของการเปลี่ยนแปลง โดยบังเอิญ ในเวลาล้านๆ ปี ได้อย่างไร (ให้สังเกตภาพข้างต้นดูซิว่า ท่านมองเห็น แรงดึงของกล้ามเนื้อตานี้หรือไม่ เป็นไปไม่ได้ ที่ความบังเอิญ จะทำให้เกิดแรงดึง อย่างน่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้) เป็นไปได้หรือ ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เกิดจากชิ้นส่วนต่างๆ มารวม กันโดยบังเอิญ สมองของมนุษย์นั้น ซับซ้อนอย่างน่าอัศจรรย์ใจ กว่าเครื่องคอมพิวเตอร์มาก พระคัมภีร์ มีคำอธิบาย ที่ดีที่สุด คือ พระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้าง สิ่งอัศจรรย์ทั้งปวงเหล่านี้

ปฐมกาล 1:26,27  แล้วพระเจ้าตรัสว่า "ให้เราสร้างมนุษย์ ตามฉายาตามอย่างของเรา ให้ครอบครองฝูงปลา ในทะเล ฝูงนกในอากาศ และฝูงสัตว์ ให้ปกครองแผ่นดินทั่วไป และสัตว์ต่างๆ ที่เลื้อยคลานบนแผ่นดิน" พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ ขึ้น และได้ทรงสร้าง ให้เป็นชายและหญิง

โยบ 20:4  มนุษย์ถูกวางไว้บนแผ่นดินโลก

โยบ 26:7  พระองค์ทรงคลี่อุดร ออกคลุมที่เวิ้งว้าง และแขวนโลกไว้เหนือที่ว่างเปล่า

อิสยาห์ 40:21-22  ท่านทั้งหลายไม่เคยรู้หรือ ท่านไม่เคยได้ยินหรือ ไม่มีผู้ใดบอกท่านตั้งแต่แรกแล้วหรือ ท่านไม่เข้าใจ รากฐานของแผ่นดินโลกหรือ คือพระองค์ผู้ประทับเหนือปริมณฑลของแผ่นดินโลก

    ให้เราสังเกต บ่อยครั้ง จะมีการกล่าวหาว่า พระคัมภีร์ ขัดแย้งกับการเปิดเผย ของความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ และด้วยเหตุนี้ จึงถ่วงความก้าวหน้า ของพระคัมภีร์ในการเปิดเผยความจริง ยกตัวอย่าง เรื่องของการเยาะเย้ย ที่กาลิเลโอได้รับ แม้ว่าความรู้ที่ให้นั้น ถูกต้อง แต่หากผู้นำศาสนา เข้าใจพระคัมภีร์ ได้ดีกว่านี้ พวกเขาจะไม่ปฏิเสธ คำพูดของกาลิเลโอ ความจริงแล้ว พระคัมภีร์สอนไว้แล้วว่า โลกเราลอยอยู่ในที่ว่างเปล่า เป็นปรากฎการ ที่โลกวิทยาศาสตร์ ไม่ยอมรับมาหลายศตวรรษ เป็นเวลาหลายพันปีมาแล้ว พระคัมภีร์ยืนยัน ว่าโลกกลม ถึงอย่างไรก็ตามที โลกวิทยาศาสตร์ เชื่อต่างกันเป็นเวลานาน

ปฐมกาล 1:25  พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ป่า ตามชนิดของมัน สัตว์ใช้งานตามชนิดของมัน และสัตว์ต่างๆ ที่เลื้อยคลาน บนแผ่นดินตามชนิดของมัน

สดุดี 19:1  ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์

Animals

    เรื่องของการสร้างโลกมักใช้คำว่า สร้างตามชนิดของมัน หากเป็นเรื่องจริงที่ว่า เวลาผ่านไป การเปลี่ยนแปลง จะทำให้ มีเผ่าพันธุ์ และสัตว์ต่างชนิด เกิดขึ้นใหม่ แต่ยังไม่พบเลยว่า มีสายพันธ์ใหม่ใด ที่เกิดขึ้นจากสายพันธุ์ ที่แตกต่างกัน (ตัวอย่างเช่น สุนัขเกิดลูกแมว) การไม่เปลี่ยนแปลง จากชั่วอายุหนึ่ง ไปยังอีกชั่วอายุหนึ่งนั้น ได้อธิบายให้เห็นแล้ว ในพระคัมภีร์
    เพื่อนคนหนึ่งของโคเปอร์นิคัส ซึ่งเป็นนักดาราศาสตร์ชื่อดังคนหนึ่ง พูดว่า ระบบสุริยจักร เกิดขึ้นโดยบังเอิญ โคเปอร์นิคัส จึงสร้างหุ่นจำลองขนาดเล็ก ของระบบสุริยจักรวาล เพื่อนคนนี้ประหลาดใจ กับความงดงาม ของหุ่นจำลองนี้ จึงถามว่าใครสร้าง โคเปอร์นิคัสตอบว่า มันเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อเห็นว่า เพื่อนคนนี้ มองด้วยความสงสัย เขาจึงพูดต่อว่า คุณไม่เชื่อว่าหุ่นจำลองนี้ เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่สำหรับ ระบบสุริยจักรวาลแล้ว คุณเชื่อเช่นนี้

โยบ 12:7-9  "แต่ขอถามสัตว์เดียรัจฉาน และมันจะสอนท่าน ถามนกในอากาศดู และมันจะบอกท่าน หรือพูดกับแผ่นดินโลก และมันจะสอนท่าน และถามปลาทะเล มันจะประกาศแก่ท่าน ในสิ่งเหล่านี้ มีสิ่งใดที่ไม่ทราบว่า พระหัตถ์ของพระเจ้า ทรงกระทำให้เป็นไปอย่างนั้น"

สดุดี 139:14  ข้าพระองค์โมทนาพระคุณพระองค์เพราะพระองค์ทรงกระทำ ให้ข้าพระองค์ แปลกประหลาดอย่างน่ากลัว พระราชกิจของพระองค์ อัศจรรย์ ข้าพระองค์ โมทนาพระคุณ

Man

    สัญชาตญาณของสัตว์ที่แปลกประหลาดใจ การบินเหินไปอย่างสวยงามของนก ผลงานสร้าง รังผึ้ง ที่สมบูรณ์แบบ หากเรายิ่งศึกษา เรื่องของธรรมชาติแล้ว เราก็จะยิ่งมองเห็น พระหัตถกิจ อันแสนประเสริฐ ของพระเจ้าได้ โรเจอร์ เบคอนเคยเขียนไว้ว่า "ความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์เพียงเล็ก จะนำเราให้ออกห่างพระเจ้า แต่ความรู้มากมาย จะนำเรากลับมาหาพระองค์ "
    ความซับซ้อนของร่างกายมนุษย์ที่พบขึ้นใหม่ๆ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ อัศจรรย์ใจ ความบังเอิญ จะทำให้เกิดมนุษย์ ที่มีเหตุมีผล คิดได้ วินิจฉัยได้ และรักได้หรือ เคยมีคนกล่าวไว้ว่า หากจะเชื่อ ทฤษฏีของ วิวัฒนาการแล้ว จะต้องใช้ ความเชื่อ มากกว่าที่จะเชื่อ เรื่องพระเจ้าสร้างโลก

2 เปโตร 3:3,5  จงรู้ข้อนี้ก่อน คือ ในกาลสุดท้าย คนที่ชอบเยาะเย้ยจะเกิดขึ้น และประพฤติ ตามใจปรารถนาของตน เพราะว่าเขา แกล้งลืมข้อนี้เสีย คือโดยพระวจนะของพระเจ้า ฟ้าสวรรค์ ได้อุบัติขึ้น ตั้งแต่โบราณ และแผ่นดินโลก จึงได้เกิดขึ้น จากน้ำ และมีน้ำล้อมรอบทุกด้าน

โรม 1:18,19  เพราะว่าพระเจ้า ทรงสำแดงพระพิโรธของพระองค์จากสวรรค์ ต่อความหมิ่นประมาทพระองค์ และความชั่วร้าย ทั้งมวล ของมนุษย์ ที่เอาความชั่วร้ายนั้น บีบคั้นความจริง เหตุว่า เท่าที่จะรู้จักพระเจ้าได้ ก็แจ้งอยู่กับใจเขาทั้งหลาย เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงโปรดสำแดงแก่เขาแล้ว

    เป็นคำพยากรณ์ ที่เปโตรบอกไว้แล้ว เมื่อสองพันปีก่อน ว่ามีคนจะเยาะเย้ย เรื่องของพระเจ้าสร้างโลก คนนับล้าน ต้องการเชื่อว่ามนุษย์ เป็นสัตว์ชั้นสูง มากกว่าที่จะเชื่อว่า เป็นผลงานชิ้นเอก ของการทรงสร้างของพระเจ้า และเชื่อว่า จักรวาล มาจาก การรวมตัวโดยบังเอิญ และไม่ใช่พระเจ้ายิ่งใหญ่ เป็นผู้ทรงสร้าง   เป็นเรื่องแปลกใช่ไหม พระคัมภีร์ เตือนผู้ที่ปฏิเสธ ที่จะยอมรับพระเจ้า เป็นพระผู้สร้าง แม้ว่าจะมีหลักฐานมากมาย ของการทรงสร้างของพระองค์

Sea   Waterfall   Autumn

โรม 1:20-22  ตั้งแต่เริ่มสร้างโลกมาแล้ว สภาพที่ไม่ปรากฏของพระเจ้านั้น คือฤทธานุภาพอันถาวร และเทวสภาพของพระองค์ ก็ได้ปรากฏชัด ในสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้าง ฉะนั้นเขาทั้งหลาย จึงไม่มีข้อแก้ตัวเลย เพราะถึงแม้ว่า เขาทั้งหลาย ได้รู้จักพระเจ้าแล้ว เขาก็มิได้ถวายพระเกียรติ แด่พระองค์ ให้สมกับที่ทรงเป็นพระเจ้า หรือหาได้ขอบพระคุณไม่ แต่เขากลับคิด ในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ และจิตใจโง่เขลาของเขา ก็มืดมัวไป เขาอ้างตัวว่าเป็นคนมีปัญญา เขาจึงกลายเป็นคนโง่เขลาไป

กิจการฯ 14:15-17  (เรา) มากล่าวข่าวประเสริฐ ให้ท่านกลับจากสิ่งไร้ประโยชน์ เหล่านี้ ให้ท่านมาหาพระเจ้า ผู้ทรงพระชนม์ ผู้ได้ทรงสร้าง ฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก และทะเลและสิ่งสารพัด ซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น ในกาลก่อน พระองค์ได้ทรงยอม ให้บรรดาประชาชาติ ประพฤติตามชอบใจ แต่พระองค์มิได้ทรงให้ขาดพยาน

    พระเจ้าไม่เคยหยุดที่จะให้หลักฐานถึงเรื่องที่ว่ามีพระเจ้า แต่หลักฐานดีที่สุด ที่พระองค์ทรงประทานให้เรานั้น มาจาก พระโอษฐ์ พระเยซูพระบุตรของพระเจ้า พระเยซูทรงสอน ถึงเรื่องจุดเริ่มต้น ของจักรวาลไว้อย่างไร "พระเยซูตรัสว่า 'พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง' " [ยอห์น 17:17] พระคำของพระเยซูนั้น ให้เหตุผลที่หนักแน่นที่สุด ตลอดเวลา ที่พระองค์ทรงอยู่ในโลกนี้ พระองค์ทรงประทับตรา อำนาจของพระองค์ ด้วยเรื่องของการสร้างโลก ตามที่บันทึกไว้ ในหนังสือปฐมกาล คำถามตรงไปตรงมาคือ เราจะเชื่อใครดี พระเยซูหรือนักวิวัฒนาการ? "(พระเยซูตรัสว่า) 'แต่ตั้งแต่เดิม สร้างโลก พระเจ้า ได้ทรงสร้างมนุษย์ ให้เป็นชายและหญิง' "

โยบ 38:4  เมื่อเราวางรากฐานของแผ่นดินโลกนั้น เจ้าอยู่ที่ไหน ถ้าเจ้ามีความเข้าใจก็บอกเรามา

โยบ 42:3  โยบตอบว่า "ข้าพระองค์จึงกล่าวถึงสิ่งที่ ข้าพระองค์ไม่เข้าใจ สิ่งที่ประหลาด เกินแก่ข้าพระองค์ ซึ่งข้าพระองค์ไม่ทราบ"

    พระเจ้าทรงเชิญท่าน ให้แสวงหาจุดเริ่มต้นของจักรวาล ด้วยความถ่อมใจ ขอให้เราทำตามโยบ และมีท่าทีของความ ถ่อมใจ ยอมรับ ขีดจำกัดของเรา และความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ในขณะที่เรา ดำเนินชีวิตอยู่ ในยุคสุดท้ายของโลก ให้เราทิ้ง ทฤษฏีของมนุษย์ไปเสีย และกลับมาหาพระเจ้า พระผู้สร้างองค์เดียวของเรา

วิวรณ์ 14:6,7  แล้วข้าพเจ้า ได้เห็นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่ง เหาะไปในท้องฟ้า เพื่อประกาศข่าวประเสริฐ อันเป็นอมตะ แก่ชนชาวโลกทั้งปวง ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกชาติ ทุกภาษา ท่านประกาศ ด้วยเสียงอันดังว่า "จงยำเกรงพระเจ้า และถวายพระเกียรติ แด่พระองค์ เพราะถึงเวลา ที่พระองค์จะทรงพิพากษาแล้ว และจงนมัสการพระองค์ ผู้ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ แผ่นดินโลก ทะเล และบ่อน้ำพุทั้งหลาย"


ส่งต่อเข้าเมลล์
ส่งต่อ
พิมพ์ออกกระดาษ
พิมพ์
ร่วมด้วย ช่วยโวต
โหวต
เก็บเข้าคลังส่วนตัว
เก็บ

Copyright © 2005 by GOD. Created by Web Inspirer. | Hosted by Maxx.me / คริสเตียน.net Back to Top