เราจะติดต่อ สื่อสารกับพระเจ้าได้อย่างไร?

God with Us   End of Bar
หน้าบ้าน    FAQ    ฮอตฮิต    
>  พระคำ
>   บทความ
>   คำพยาน
>   บทเพลง
>   คริสตจักร
>   ดาวน์โหลด
>   หนังสือออนไลน์
>   บทเรียนออนไลน์
>   ลิงค์ต่างๆ
>   ติดต่อเรา

Online Status
F Guest
??????????? 7 ??
?????? 0 ??


[ - Login - ]

Sponsor by Web Inspirer


เราจะติดต่อ สื่อสารกับพระเจ้าได้อย่างไร?

Light of God

[ หัวข้อที่เกี่ยวข้อง -- พระคำนั้น สำคัญไฉน เชื่อถือได้แน่หรือ? ]

1. พระเจ้าสื่อสารกับเราผ่านพระคัมภีร์

      หลายคนอ่านแล้วคงงง ว่าพระคัมภีร์จะเรียกว่าพระเจ้าตรัสได้อย่างไร? แต่พระคัมภีร์นี้แหละ เป็นช่องทางหนึ่ง ที่พระเจ้าเลือกจะสื่อสารกับมนุษย์เป็นหลัก [โปรดอ่าน พระคำนั้น สำคัญไฉน ก่อน] เพราะพระคัมภีร์ คือ ถ้อยคำของ พระเจ้า และพระคัมภีร์ทุกตอน ก็ได้รับการดลใจจากพระเจ้า ดังนั้น ข้อความในพระคัมภีร์ เป็นคำพูดและความคิด ที่มา จากองค์พระผู้เป็นเจ้า
      และสำหรับคริสเตียนนั้น รู้ดีว่าพระคัมภีร์มีความหมายมากแค่ไหน และจะรู้ได้อย่างไร ว่าข้อความไหนพระเจ้าต้องการ จะสื่อกับเรา การอ่านพระคัมภีร์ ต้องอ่านด้วยใจ คือ มีความตั้งใจที่จะแสวงหาพระเจ้า ต้องการแสวงหาถ้อยคำของพระเจ้า เพื่อที่จะพบว่า ในแต่ละวัน พระเจ้าต้องการบอกอะไรกับเรา

1 โครินธ์ 2:14  แต่มนุษย์ธรรมดา จะรับสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเป็นของพระวิญญาณ แห่งพระเจ้า ไม่ได้ เพราะเขาเห็นว่าเป็นสิ่งโง่เขลา และเขาไม่สามารถเข้าใจได้ เพราะว่าจะเข้าใจ สิ่งเหล่านั้นได้ก็ต้องสังเกตด้วยวิญญาณ

สุภาษิต 28:5  คนชั่วร้ายไม่เข้าใจความยุติธรรม แต่บรรดาผู้ที่แสวงหาพระเจ้าเข้าใจถี่ถ้วน

      ความนึกคิดของเราจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมาก ท่านมีความประสงค์อย่างจริงใจ ที่จะทำความเข้าใจ เรื่องของพระคัมภีร์หรือไม่ หรือท่านจะเข้าหาพระคัมภีร์ ด้วยความคิดของการต่อต้าน และความเกลียดชัง
      ความเข้าใจของเราต่อข่าวที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ประทานให้เรานั้น บางส่วนขึ้นกับความจริงใจของเรา ในการแสวงหาความจริง มีสุภาษิตที่โด่งดังกล่าวไว้ว่า ไม่มีผู้ใดหูหนวก เกินกว่าผู้ที่ไม่ต้องการฟัง ผู้ที่ไม่ต้องการเข้าใจ จะไม่มีทางเข้าใจอะไรเลย

1 เปโตร 5:5  ให้ท่านทุกคนมีความถ่อมใจ ในการปฏิบัติต่อกันและกัน ด้วยว่า พระเจ้าทรงเป็นปฏิปักษ์ กับคนเหล่านั้น ที่ถือตัวจองหอง แต่พระองค์ ทรงสำแดงพระคุณ แก่คนที่อ่อนน้อมถ่อมตน

      เราจะต้องยอมรับว่า เราต้องการความช่วยเหลือของพระเจ้า เพื่อจะเข้าใจข่าวสาร ที่มีอยู่ในหนังสือของพระองค์ ไม่มีผู้ใดจะอธิบายเนื้อหาของหนังสือ ได้ดีกว่าเจ้าของหนังสือเอง หากเราเอาพระเจ้าออกไป และพยายามเข้าใจพระคัมภีร์ ด้วยกำลังของเราเอง ความพยายามของเรา จะต้องพบกับความล้มเหลวอย่างแน่นอน

สดุดี 119:18  ขอเบิกตาข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะเห็น สิ่งมหัศจรรย์จากพระธรรมของพระองค์

ลูกา 24:45  ครั้งนั้นพระองค์ทรงบันดาลให้ใจเขาทั้งหลาย เกิดความสว่างขึ้น เพื่อจะได้เข้าใจพระคัมภีร์

      ทุกครั้งเราจึงเริ่ม และจบการศึกษาบทเรียนด้วยการอธิษฐาน เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องพึ่ง พระวิญญาณของพระเจ้า พระองค์จะทรงกระทำให้ตาใจของเรา สว่างในขณะที่ศึกษาพระคัมภีร์

อิสยาห์ 28:9-10  เขาจะสอนความรู้ให้แก่ใคร เขาจะบรรยายข่าวแก่ผู้ใด ให้แก่คนเหล่านั้นที่หย่านมหรือ หรือให้แก่คนเอามาจากอก เพราะเป็นกฎซ้อนกฎ กฎซ้อนกฎ บรรทัดซ้อนบรรทัด บรรทัดซ้อนบรรทัด ที่นี่นิด ที่นั่นหน่อย

วิวรณ์ 22:18-19  ข้าพเจ้าเตือนทุกคนที่ได้ยินคำพยากรณ์ในหนังสือนี้ว่า ถ้าผู้ใดจะเพิ่มเติมคำเข้าไปใน หนังสือนี้ พระเจ้าก็จะทรงเพิ่มภัยพิบัติ ที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้ แก่ผู้นั้น และถ้าผู้ใด ตัดข้อความออกจาก หนังสือพยากรณ์นี้ พระเจ้าก็จะทรงเอาส่วนแบ่งของผู้นั้น ที่มีอยู่ในต้นไม้แห่งชีวิต และที่มีอยู่ในวิสุทธนครนั้น ซึ่งบรรยายไว้ในหนังสือเล่มนี้ไปเสีย

      เมื่อเราต้องการทราบว่าพระคัมภีร์สอนไว้อย่างไรในเรื่องหนึ่งเรื่องใด เราจะต้องศึกษา ข้อพระคัมภีร์ทั้งหมด ที่กล่าวถึงหัวข้อนั้นๆ การใช้ข้อพระคัมภีร์เพียงข้อเดียว อาจอธิบายความหมายไปในทางผิดได้ แต่การใช้ข้อพระคัมภีร์ หลายๆ ข้อ จะช่วยอธิบายเพื่อให้เข้าใจได้
      ในขณะที่เราศึกษาพระคำของพระเจ้านั้น เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะไม่บิดเบือนความหมาย ของข้อพระคัมภีร์ หรือปัดทิ้ง ข้อพระคัมภีร์บางตอนไป อันเนื่องจากว่า เราไม่ชอบข้อพระคัมภีร์เหล่านั้น นี่คือเหตุผลว่า ทำไมเราจึงต้องเปิดใจให้กว้าง เอาไว้เสมอ

2 โครินธ์ 2:17  เพราะว่าเราไม่เหมือนคนเป็นอันมาก ที่เอาพระวจนะของพระเจ้าไปขายกิน

2 โครินธ์ 4:2  เราได้ละทิ้งเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ ที่น่าอับอาย ไปหมดสิ้นแล้ว เราไม่ทำกลอุบาย และไม่ได้พลิกแพลงพระกิตติคุณของพระเจ้า

      อัครทูตเปาโลหลีกเลี่ยงการบิดเบือนความหมายของพระคัมภีร์ แต่ท่านทราบดีว่า มีคนมากมายไม่ทำเช่นนั้น ตัวอย่างเช่น ท่านจะทราบได้อย่างไร ว่าบทความนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องหลอกลวง ท่านจะทราบได้อย่างไร ว่าเราไม่ได้ ดัดแปลงพระคำของพระเจ้า ก่อนที่จะนำเสนอให้ท่าน

กิจการฯ 17:11  ยิวชาวเมืองนั้นมีจิตใจสูงกว่าชาวเมืองเธสะโลนิกา ด้วยเขามีใจเลื่อมใส รับพระวจนะ ของพระเจ้า และค้นดูพระคัมภีร์ทุกวัน หวังจะรู้ว่าข้อความเหล่านั้นจะจริงดังกล่าวหรือไม่

เยเรมีย์ 15:16  เมื่อพบพระวจนะของพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ก็กินเสีย พระวจนะของพระองค์ เป็นความชื่นบานแก่ข้าพระองค์ และเป็นความปีติยินดีแห่งจิตใจของข้าพระองค์

โรม 15:4  เพราะว่าสิ่งที่เขียนไว้ในสมัยก่อนนั้น ก็เขียนไว้เพื่อสั่งสอนเรา เพื่อเราจะได้มีความหวัง โดยความเพียร และความชูใจด้วยพระคัมภีร์

อิสยาห์ 34:16  จงเสาะหาและอ่านจากหนังสือของพระเจ้า

      พระเจ้าทรงเชิญท่านให้รับเอาพระคำของพระเจ้า ให้เป็นกฎสูงสุดของความเชื่อ เป็นมาตรฐานที่ไม่เสื่อมสลาย จงอย่าเชื่อคำพูดของเรา หรือของคนอื่นๆ เราจะต้องพิสูจน์ ด้วยตัวเราเองเสมอ ว่าสิ่งที่เสนอให้กับเรานั้น เป็นไปตาม ที่พระคัมภีร์กล่าวไว้หรือเปล่า การศึกษาพระคัมภีร์ด้วยความตั้งใจ จะนำพระพร อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ให้กับผู้ที่ใช้เวลา ในการศึกษา นี่จะเป็นโอกาส ที่จะได้คำตอบที่ถูกต้อง และพอใจกับคำถาม ที่เราเคยถามกันมาเป็นเวลานาน เช่น เรามาจากไหน เรากำลังจะไปที่ไหน มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากคนตายไปแล้ว และคำถามอื่นๆ อีกมากมาย
      พระคัมภีร์ไม่ใช่เป็นหนังสือที่น่าเบื่อหน่ายเลย แต่เป็นหนังสือ ที่จะให้ความหมายแท้จริง แก่ชีวิตในโลกนี้ คำตอบ ของพระคัมภีร์สำหรับปัญหาพื้นฐาน จะให้ความหวังแก่ผู้ที่ศึกษา ในไม่ช้าเราจะค้นพบว่า ทำไมผู้ที่เป็นมิตรของพระคัมภีร์ จึงเปี่ยมล้นด้วยความหวัง ในขณะที่อยู่ในโลก ที่กำลังจมลงสู่ความสิ้นหวัง


2. เราคุยกับพระเจ้าด้วยวิธีการอธิษฐาน

[ โปรดอ่าน -- การอธิษฐานต่อพระเจ้าให้ได้ผลดี ]

Boy is praying   Girl is praying

มัทธิว 7:7  จงขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่ท่าน

ลูกา 22:31-32  "ซีโมน ซีโมนเอ๋ย ดูเถิด ซาตานได้ขอพวกท่านไว้ เพื่อจะฝัดร่อนเหมือน ฝัดข้าวสาลี แต่เราได้อธิษฐานเผื่อตัวท่าน เพื่อความเชื่อของท่านจะไม่ได้ขาด และเมื่อท่าน ได้หันกลับแล้ว จงชูกำลังพี่น้องทั้งหลายของท่าน"

      หลายคนได้เปรียบเทียบว่าพระเจ้า เป็นแพทย์หรือนักกฎหมายผู้ประเสริฐ พวกเขาจะเรียกหาพระองค์ เมื่อเจ็บไข้ ได้ป่วย หรือต้องการทำในสิ่งยากๆ เท่านั้น แต่คริสเตียน ไม่ควร อธิษฐานเฉพาะตอนที่มีปัญหา หรือยามสิ้นหวัง เมื่อเรามี โอกาสติดต่อกับพระเจ้าผู้สร้างโดยตรงได้ ก็ควรที่จะอธิษฐานสม่ำเสมอ

    ให้เราคิดว่าก่อนว่า เราจะอธิษฐานอะไรบ้าง
  • ไม่ใช่เพราะว่าความดีของเราที่จะทำให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า
  • ไม่ใช่เป็นการกระทำที่เสแสร้งของสิ่งที่จำต้องปฏิบัติ
  • ไม่ต้องบอกพระเจ้าว่าเราต้องการอะไร เมื่อพระองค์รู้แล้ว* <มัทธิว 6:7-8>
  • ไม่ใช่การคร่ำครวญเพื่อทำให้พระเจ้าต้องการความช่วยเหลือจากเรา
  • ไม่ทำให้พระเจ้าเปลี่ยนพระทัยเกี่ยวกับวิธีของพระองค์ที่กำลังทำ

Jesus was praying

มาระโก 1:35  ครั้นเวลาเช้ามืด พระองค์ได้ทรงลุกขึ้น เสด็จออกไปยังที่เปลี่ยว และทรงอธิษฐานที่นั่น

ลูกา 6:12  คราวนั้นพระเยซูเสด็จไปที่ภูเขาเพื่อจะอธิษฐาน และได้อธิษฐานต่อพระเจ้าคืนยังรุ่ง

      การอธิษฐานของพระองค์คือลมหายใจแห่งจิตวิญญาณ เราไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถ้าขาดการหายใจ ชีวิตฝ่าย วิญญาณของเราก็ดำรงอยู่ไม่ได้ถ้าขาดการอธิษฐาน [ โปรดอ่าน คำอธิษฐานของพระเยซู ]


3. พระเจ้าตรัสกับเราโดยพระวิญญาณ

[ โปรดอ่าน -- Holy Spirit พระวิญญาณบริสุทธิ์ และ การฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า ]


4. พระเจ้าตรัสกับเราผ่านคนอื่น

      ในการพิจารณา "เสียง" เราควรวิเคราะห์ให้ออกว่า พระเจ้าตรัสกับเราผ่านคนอื่นๆ ด้วย แต่วิธีเดียวที่จะรู้ว่าเป็นพระเจ้า คือ ถ้าเรากำลังฟังข้างในตัวเราเอง   คนอื่นมักจะบอกว่า พวกเขามีข้อความบางอย่างจากพระเจ้า   มีอยู่หลายครั้ง ที่คนทั่วไป บอกคุณว่า เขาเชื่อว่า มีถ้อยคำจากพระเจ้า สำหรับคุณ นี่เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล อย่างสมบูรณ์แบบ ตามพระคัมภีร์ [กิจการฯ 9:10-17; 21:10-15] พระเจ้าได้มอบ ถ้อยคำผ่านคนอื่น ไม่ว่าจะเป็น การสำแดงพระคำ การเผยพระวจนะ จากใครก็ตาม แต่คุณเอง ก็ควรเอาใจใส่ด้วย  ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ที่นำถ้อยคำพระเจ้านั้นมายังคุณ ไม่ว่าจะชัดเจนว่าใช่ มากน้อยแค่ไหน คุณควรแน่ใจว่า คุณได้ยินอย่างเดียวกับ พระวิญญาณข้างใน มาก่อนที่คุณจะทำ ในสิ่งที่ได้รู้ ถ้าใครคนหนึ่ง นำถ้อยคำนั้น มาสู่ชีวิตของคุณ ขอบคุณเขา แต่กันไว้ก่อน จนกระทั่งพระเจ้า บอกคุณอย่างเดียวกันนี้ อย่างชัดเจน อย่ารีบทำตาม ที่ใครมาบอกว่า พระเจ้าให้คุณทำ เพราะว่าคุณจะสับสนไปมาก ถ้อยคำจากพระเจ้าที่ผ่านคนอื่น ควรได้รับการยืนยัน ว่าพระเจ้า ได้บอกอะไรคุณไว้ก่อนเสมอ (หรือไม่พระเจ้าจะบอกคุณหลังจากนั้น) ซึ่งมักจะเป็นการยืนยัน แต่ไม่ใช่คำสั่ง


      นอกจากนี้ พระเจ้ายังได้ตรัสกับเราผ่าน สถานการณ์แวดล้อม, ประตูที่เปิดและปิด, ทูตสวรรค์, การอัศจรรย์, ความฝัน, นิมิต, เสียงที่ฟังได้ยิน และ ของประทานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งด้วยหน้าที่จำกัดความยาวนี้ ไม่สามารถกล่าวไว้หมดใน ณ ที่นี้ได้ เราจะจัดทำในโอกาสต่อไปค่ะ ^__^



ส่งต่อเข้าเมลล์
ส่งต่อ
พิมพ์ออกกระดาษ
พิมพ์
ร่วมด้วย ช่วยโวต
โหวต
เก็บเข้าคลังส่วนตัว
เก็บ

Copyright © 2005 by GOD. Created by Web Inspirer. | Hosted by Maxx.me / คริสเตียน.net Back to Top