เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต

God with Us   End of Bar
หน้าบ้าน    FAQ    ฮอตฮิต    
>  พระคำ
>   บทความ
>   คำพยาน
>   บทเพลง
>   คริสตจักร
>   ดาวน์โหลด
>   หนังสือออนไลน์
>   บทเรียนออนไลน์
>   ลิงค์ต่างๆ
>   ติดต่อเรา

Online Status
F Guest
??????????? 11 ??
?????? 0 ??


[ - Login - ]

Sponsor by Web Inspirer


เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต

Jesus

"เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า" [โรม 3:23]

"ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย" [โรม 3:10]

    จากบทความ เรื่อง ลูซิเฟอร์, ร่างกาย จิต วิญญาณ, เหตุที่ทำให้มนุษย์ไม่รู้จักพระเจ้า และ การบังเกิดใหม่ เราได้ เห็นแล้วว่าความชั่วเข้ามาในโลกได้อย่างไร และโดยการเลือกไม่เขื่อฟังพระเจ้า มนุษย์ได้รับธรรมชาติแห่งบาป ซึ่ง โดยลำพังตัวเขาเองแล้ว เขากำจัดบาปนั้นออกไปไม่ได้ ในที่สุด สภาพอันน่าเศร้าใจนี้ จะนำเขาไปสู่ความตาย ชั่วนิรันดร์

"พระเยซูตรัสกับ(โธมัส) ว่า "เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต
ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้ นอกจากจะมาทางเรา"
" [ยอห์น 14:6]

"ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย ด้วยว่านามอื่น ซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้
ไม่ทรงโปรด ให้มีในท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า
" [กิจการฯ 4:12]

    เรายังได้เรียนรู้ว่า ด้วยความรักที่มีให้กับมนุษยชาติ พระเจ้าทรงจัดแผนการที่จะช่วยเรา เพื่อเราจะได้รับชีวิตนิรันดร์ แทนที่จะรับความตายนิรันดร์ แต่พวกเราจะต้องทำอย่างไรจึงจะรอดได้ ให้เรามาหาคำตอบจากพระคัมภีร์

"เมื่อคนทั้งหลายได้ยินแล้วก็รู้สึกแปลบปลาบใจ จึงกล่าวแก่เปโตร และอัครทูตอื่นๆ ว่า "พี่น้องเอ๋ย เราจะทำอย่างไรดี" ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า "จงกลับใจใหม่" " [กิจการฯ 2:37-38]

"พระเยซูตรัสว่า "แต่ถ้าท่านทั้งหลายมิได้กลับใจใหม่ จะต้องพินาศเหมือนกัน" " [ลูกา 13:3]

    ขั้นตอนสำคัญอันดับแรกคือการกลับใจ เราจะต้องตระหนักเป็นอันดับแรก ว่าเราเป็นคนบาป เสียใจกับสภาพบาปนี้ และยอมรับว่าเรา ต้องการพระผู้ช่วยอย่างแน่นอน แต่เป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่มนุษย์เปื้อนบาปมาหลายพันปี แต่ลำพัง ตัวเขาเองแล้ว กลับใจจากบาปไม่ได้ ดังนั้น เราจำเป็นต้องทำอะไรเพื่อกลับใจได้ "แต่มนุษย์ธรรมดาจะรับสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเป็นของพระวิญญาณแห่งพระเจ้าไม่ได้ เพราะเขาเห็นว่า เป็นสิ่งโง่เขลา และเขาไม่สามารถเข้าใจได้ เพราะว่าจะ เข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ ก็ต้องสังเกตด้วยวิญญาณ" [1 โครินธ์ 2:14]

"พระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์(พระเยซู) ไว้ที่พระหัตถ์เบื้องขวา ของพระองค์
ให้เป็นองค์พระผู้นำ และองค์พระผู้ช่วยให้รอด เพื่อจะให้ชนอิสราเอล กลับใจใหม่
แล้วจะทรงโปรด ยกความบาปผิดของเขา
" [กิจการฯ 5:31]

"ขอทรงสร้างใจสะอาดภายในข้าพระองค์ และฟื้นน้ำใจ ที่หนักแน่นขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์" [สดุดี 51:10]

    เป็นคำตอบตรงไปตรงมา เราจะต้องทูลขอการทรงช่วยของพระเจ้าเพื่อผ่านก้าวแรกนี้ให้ได้ นั่นคือการกลับใจ แล้วพระเจ้า จะทรงดลใจให้เรา ตระหนักถึงสภาพบาปของเรา และให้เรา ทราบถึงความต้องการยิ่งใหญ่

"จงกลับใจ และหันกลับเสีย จากการกบฏทั้งสิ้นของเจ้า เกรงว่า ความบาปชั่วของเจ้า จะเป็นสิ่งสะดุดให้เจ้าพินาศ จงละทิ้งการกบฏทั้งสิ้น ซึ่งเจ้าได้กบฏต่อเรา จงทำตัวให้มีจิตใจใหม่ และวิญญาณใหม่" [เอเสเคียล 18:30-31]

    การกลับใจที่พระเจ้าทรงประทานนั้นทำให้เรารู้ถึงสภาพทุกข์ยาก ความรู้สึกผิด และความน่าเกลียดของบาป ฝ่ายวิญญาณของเรา ด้วยเหตุนี้ การกลับใจ จะเตรียมให้เราก้าวสู่ขั้นที่สอง คือ การสารภาพบาปของเรา

"บุคคลที่ซ่อนการละเมิดของตน จะไม่จำเริญ แต่บุคคลที่สารภาพ
และทิ้งความชั่วเสีย จะได้ความกรุณา
" [สุภาษิต 28:13]

    เพื่อให้ได้รับการช่วยกู้จากความรู้สึกผิดของบาปในอดีต เราจะต้องถ่อมใจของเรา ต่อเบื้องพระพักตรพระเจ้า และสารภาพบาปของเรา คนบาปที่กลับใจ จะไม่พยายามแก้ตัวความผิดของเขา เขาเพียงแต่ ยอมรับตรงไปตรงมา ว่าทำบาป และทูลขอพระเจ้าให้อภัย หากการสารภาพของเรานั้น จริงใจ เราจะพยายามแก้ไข สิ่งที่เราผิดต่อผู้อื่น เท่าที่จะทำได้ บางครั้ง ขั้นตอนนี้ จะนำความเจ็บปวดมาให้เรา แต่ในที่สุดแล้ว เราจะได้รับความพึงพอใจ ยิ่งใหญ่

"ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงแสดงพระกรุณาต่อข้าพระองค์ ตามความรักมั่นคง ของพระองค์
ขอทรงลบการทรยศ ของข้าพระองค์ออกไป ตามแต่ พระกรุณาอันอุดมของพระองค์
ขอทรงล้างข้าพระองค์ จากความบาปผิดให้หมดสิ้น และทรงชำระข้าพระองค์ จากบาปของข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ ทราบถึงการละเมิดของข้าพระองค์แล้ว
" [สดุดี 51:1-3]

    กษัตริย์ดาวิด เป็นผู้ประพันธ์สดุดี บทที่ 51 เป็นตัวอย่างบทเพลงการสารภาพบาป ที่พระเจ้า ทรงประสงค์จากเรา คือให้เรายอมรับ บาปของเรา โดยไม่หาข้อแก้ตัวใดๆ และถ่อมใจทูลพระเจ้าขอการอภัย ดังนั้น นี่คือขั้นที่สอง ในแผน การช่วยให้รอดของพระเจ้า การสารภาพบาปของเราอย่างจริงใจ และพยายามแก้ไข ให้ถูกเท่าที่จะทำได้ให้มากที่สุด [ลูกา 15:21; ลูกา 19:8]

"ใครอภัยบาปได้นอกจากพระเจ้าเท่านั้น" [ลูกา 5:21]

    คนมากมายสอนว่า พระเยซูประทานอำจาจให้เหล่าสาวก รวมทั้งเปโตร ในการรับคำสารภาพ และอภัยบาป ของ มนุษย์ในนามของพระเจ้า ความเชื่อนี้ มาจากการแปลข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้ ในทางผิด

"พระเยซูตรัสว่า "เราจะมอบลูกกุญแจแผ่นดินสวรรค์ ให้ไว้แก่ท่าน
ท่านจะกล่าวห้ามสิ่งใดในโลก สิ่งนั้น ก็จะถูกกล่าวห้ามในสวรรค์
เมื่อท่าน จะกล่าวอนุญาตสิ่งใดในโลก สิ่งนั้นจะกล่าวอนุญาตในสวรรค์ด้วย"
" [มัทธิว 16:19]

    แม้พระคัมภีร์สอนไว้อย่างชัดเจน ว่าพระเจ้าเท่านั้น อภัยบาปได้ ยังมีคนมากมาย เข้าใจข้อพระคัมภีร์นี้ ว่าพระเยซู ประทานอำนาจของการอภัยบาป ให้เปโตร แต่ใน กิจการฯ 8:20,22 กล่าวไว้ว่า "ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่ซีโมน (คนทำวิทยาคม) ว่า ... จงกลับใจใหม่จากการชั่วร้ายของเจ้านี้ และอธิษฐานขอพระเจ้า ชะรอยพระองค์ จะทรงโปรด ยกความผิด ซึ่งเจ้าคิดในใจของเจ้า" แม้จะเป็นเรื่องน่าอับอาย จากข้อเสนอของซีโมน คนทำวิทยาคม ที่ต้องการซื้อ พระวิญญาณบริสุทธิ์ เปโตรไม่ได้คิด ที่จะขอการอภัยความคิดเช่นนี้ แต่อย่างไรเลย กลับบอกให้อธิษฐานขอพระเจ้า เพื่อรับการอภัย แล้วพระเยซู ทรงหมายความว่าอย่างไร?

"เพราะว่าเราเป็นกลิ่นอันหอมหวาน ที่พระคริสต์ถวายพระเจ้า ในหมู่คนที่กำลังจะรอด และคนที่กำลังประสบความพินาศ ฝ่ายหนึ่ง เป็นกลิ่นแห่งความตาย ซึ่งนำไปสู่ความตาย และอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นกลิ่นหอมแห่งชีวิต ซึ่งนำไปสู่ชีวิต ใครเล่า จะมีความสามารถเหมาะสมกับพันธกิจเหล่านี้" [2 โครินธ์ 2:15-16]

    เปโตรและสาวกทั้งหลาย ไม่ได้รับอำนาจ ที่จะเป็นคน ให้หรือสงวนไว้ ซึ่งการให้อภัยบาปของมนุษย์ สิ่งที่พวกเขา ได้รับ คือ พระบัญชา ให้ไปประกาศ พระกิตติคุณของพระคริสต์ ด้วยการเสนอพระกิตติคุณ คริสเตียน นำทางเลือกไป เสนอให้คนทั้งหลาย เพื่อที่จะให้เขา ปฏิเสธ หรือรับพระเยซู เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ทางเลือกนี้ จะผูกมัดไว้ หรือปล่อย คนนั้นไป เพื่อแผ่นดินสวรรค์ พระเจ้าเท่านั้น ผู้ทรงมีอำนาจอภัยบาปของเรา ด้วยเหตุนี้ เราจะต้องสารภาพบาปของเรา ต่อพระเจ้าเท่านั้น

"ให้คนอธรรมละทิ้งทางของเขา และคนไม่ชอบธรรม สละความคิดของเขา ให้เขากลับยังพระเจ้า เพื่อพระองค์จะทรงกรุณาเขา และยังพระเจ้าของเรา เพราะพระองค์ จะทรงอภัย อย่างล้นเหลือ" [อิสยาห์ 55:7]

"ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อ และเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรด
ยกบาปของเรา และจะทรงชำระเรา ให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น
" [1 ยอห์น 1:9]

    ขั้นที่สาม ในแผนการแห่งความรอดของพระเจ้า คือ การยอมรับการอภัยของพระเจ้า และเชื่อว่าการอภัยนี้ เป็นจริงโดยไม่มีเงื่อนไข

"พระโลหิตของพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราทั้งหลาย ให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น" [1 ยอห์น 1:7]

"เราเป็นคนชอบธรรมแล้ว โดยพระโลหิตของพระองค์" [โรม 5:9]

    มีทางเดียว ที่จะได้รับการชำระ คือ การเป็นคนชอบธรรม เบื้องพระพักตรพระเจ้า และต่อหน้ามนุษย์ได้นั้น เราจะ ต้องรับพระเยซู เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเราเอง พระโลหิตของพระองค์ที่หลั่งบนกางเขน จะชำระเรา จากบาปของเรา และความชอบธรรมของพระคริสต์ จะเป็นของเรา

"คนชอบธรรมจะดำรงชีวิตอยู่ ด้วยความซื่อสัตย์" [ฮาบากุก 2:4]

"วิญญาณจิตของท่านทั้งหลาย จึงได้รับความรอด เป็นผลแห่งความเชื่อ" [1 เปโตร 1:9]

    พระเจ้าต้องการความร่วมมือของเรา เพื่อช่วยเราให้รอด สิ่งเดียวที่ต้องการ คือ มีความเชื่อในพระองค์ และวางใจ ในพระองค์เท่านั้น

"ความเชื่อ คือความแน่ใจ ในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง" [ฮีบรู 11:1]

"ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้น ก็รอดโดยพระคุณ เพราะความเชื่อ" [เอเฟซัส 2:8]

    ความเชื่อคือการมอบถวายความวางใจทั้งหมดของเราไว้ในพระองค์เพื่อความรอดของเรา โดยความเชื่อ เราเชื่อว่า แผนการแห่งความรอดของพระเจ้านั้นเพียงพอที่จะประทานชิวิตนิรันดรให้เรา แต่แล้ว เราจะทำอะไร เพื่อทำให้ ความเชื่อของเราเจริญขึ้น ทำให้เราวางใจพระเจ้ามากยิ่งขึ้น

"ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยิน และการได้ยิน เกิดขึ้นได้
ก็เพราะการประกาศ พระวจนะของพระเจ้า (ฉบับแปลใหม่)
" [โรม 10:17]

    โดยการศึกษาพระคัมภีร์อย่างเอาใจใส่ ด้วยท่าทีที่จริงใจและถ่อมตน ทุกคนเรียนรู้ เรื่องของพระเจ้า ได้มากยิ่งขึ้น และด้วยวิธีนี้ เราจะวางใจ ในพระองค์มากยิ่งขึ้น ความเชื่อของเราในพระเจ้า และในแผนการแห่งความรอด จะพัฒนา มากขึ้นทุกวัน

"ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็มีชีวิตนิรันดร์ ผู้ที่ไม่เชื่อฟังพระบุตร ก็จะไม่ได้เห็นชีวิต
แต่พระพิโรธของพระเจ้า ตกอยู่กับเขา
" [ยอห์น 3:36]

" "จงเชื่อและวางใจในพระเยซูเจ้า และท่านจะรอด ได้ทั้งครอบครัวของท่านด้วย" " [กิจการฯ 16:30-31]

    พระเจ้าทรงประทานความรอดให้เรา ด้วยข้อแม้เพียงข้อเดียวคือ เรามีความปรารถนาอย่างจริงใจ ที่จะได้รับ ความรอด พระองค์ทรงเชิญชวนให้เรา เชื่อพระองค์ และวางใจในแผนการ แห่งการไถ่ให้รอดของพระองค์

"ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมได้ โดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ
แต่โดยศรัทธาในพระเยซูคริสต์เท่านั้น
" [กาลาเทีย 2:16]

    สาระสำคัญสุดท้ายที่จะต้องเข้าใจคือ เราซื้อหรือแลกเอาความรอดไม่ได้ ไม่มีงานใด ไม่ว่ายิ่งใหญ่สักเพียงใด จะมีส่วนในการช่วยเรา ให้หลุดจากบาปของเรา ความรอด เป็นของประทานของพระเจ้าที่ให้เปล่า และการกระทำเดียว ที่มีส่วน คือ การเสียสละของพระเยซูคริสต์บนกางเขน

"มิใช่ด้วยการกระทำที่ชอบธรรมของเราเอง แต่พระองค์ ทรงพระกรุณา ชำระให้เรามีใจบังเกิดใหม่" [ทิตัส 3:5]

"ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้น ก็รอดโดยพระคุณ เพราะความเชื่อ
และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง แต่พระเจ้าทรงประทานให้
" [เอเฟซัส 2:8-9]

    คริสเตียนได้รับหน้าที่ให้ทำการดี ไม่ใช่เพื่อจะได้รับความรอดแต่เพราะเขารอดแล้ว โปรดอ่านประโยคข้างต้นนี้ อีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเข้าใจเรื่องนี้ให้ถูกต้อง เราจะต้องจำไว้ว่า เราซื้อ หรือแลกความรอดด้วย การกระทำดีไม่ได้ การกระทำดีของเรา ทำให้เรา เป็นคนชอบธรรม ในสายพระเนตรพระเจ้า ไม่ได้ ทางเดียว ที่จะนำเรา ไปสู่ความรอด คือ ยอมรับว่า เราช่วยจิตวิญญาณของเราเอง ให้รอดไม่ได้ และยอมรับพระเยซู ให้เป็นพระผู้ช่วย ให้รอด ส่วนตัวของเรา และพระองค์ จะทรงประทานความชอบธรรม ที่บริบูรณ์ ของ พระองค์ให้แก่เรา เพราะพระคัมภีร์ กล่าวไว้ว่า "ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย" [โรม 3:10]

    บ่อยครั้งพระคัมภีร์บรรยายไว้ว่า ความชอบธรรมของมนุษย์เป็นเหมือนเสื้อสกปรก แต่ความชอบธรรม ของพระเยซู เป็นเสื้อขาวบริสุทธิ์ [อิสยาห์ 64:6; เศคาริยาห์ 3:3-4] ในอุปมาเรื่องบุตรน้อยหลงหายนั้น พระเยซูทรงใช้ เสื้อสะอาด ใส่แทน เสื้อสกปรก เพื่อแสดงถึง พระเจ้าทรงให้อภัยเรา พระองค์ทรงนำเอา ความชอบธรรมที่บริบูรณ์ คือ พระเยซูคริสต์ มาให้เรา ใส่แทนความชอบธรรม ที่เปอระเปื้อนของเรา [ลูกา 15:21-22]

"ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์อย่างยิ่งในพระเจ้า จิตใจของข้าพเจ้า จะลิงโลดในพระเจ้า ของข้าพเจ้า
เพราะพระองค์ ได้ทรงสวมข้าพเจ้า ด้วยเสื้อผ้าแห่งความรอด
" [อิสยาห์ 61:10]

"จงประดับกายด้วยพระเยซูคริสตเจ้า" [โรม 13:14]

    เราได้รับคำเชิญชวน ให้รับพระเยซูคริสต์ เป็นพระผู้ช่วยในรอดของเรา เพื่อสวมเสื้อคลุม แห่งความชอบธรรม เป็นเสื้อคลุมแห่งความรอด เพื่อเราจะปรากฎตัว ในสภาพที่ขาวบริสุทธิ์ เบื้องพระพักตร์พระเจ้า เราต้องการสวม เสื้อคลุมสีขาวนี้ด้วยไม่ใช่หรือ พระเจ้าทรงจัดเตรียมเสื้อคลุมให้ทุกคน มีตัวหนึ่ง เตรียมไว้ให้ท่านโดยเฉพาะ และ พระองค์จะทรงประทานให้ท่านเดี๋ยวนี้ ท่านไม่ประสงค์ ที่จะรับของประทานแห่งชีวิตนิรันดร์ ที่พระเจ้าทรงประทาน ให้เปล่าหรือ

"เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย แต่ของประทาน จากพระเจ้า
คือชีวิตนิรันดร์ ในพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
" [โรม 6:23]

"ถ้าเราละเลยความรอดอันยิ่งใหญ่แล้ว เราจะรอดพ้นไปอย่างไรได้" [ฮีบรู 2:3]

"บัดนี้เป็นเวลาอันชอบ นี่แน่ะ บัดนี้เป็นวันแห่งความรอด" [2 โครินธ์ 6:2]

    จงอย่าเลื่อนการตัดสินใจของท่านไปวันพรุ่งนี้ ในเวลานี้ จงรับพระเยซูคริสต์ เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของท่าน มีใคร จะรู้ว่า วันพรุ่งนี้ อาจสายเกินไปแล้วก็ได้

แผนการที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้โดยเฉพาะ เพื่อช่วยเราทุกคนให้รอด คือ
1. ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนบาป และทูลขอพระเจ้าให้อภัยบาป เพราะว่าพระเจ้า ทรงรักโลก จนได้ทรงประทาน พระบุตรองค์เดียว ของพระองค์ เพื่อทุกคน ที่วางใจ ในพระบุตรนั้น จะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์
[ยอห์น 3:16]
2. สารภาพบาปของตัวเองกับพระเจ้า และพยายามแก้ไขการกระทำผิดให้ถูก เท่าที่จะทำได้
3. ยอมรับด้วยความเชื่อ การให้อภัยของพระเจ้า และทูลเชิญพระเยซู ให้มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ส่วนตัว

ข้าแต่พระบิดาเจ้า

    ข้าพระองค์ตระหนักดีว่าข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นคนบาป และค่าจ้างของข้าพระองค์ทั้งหลาย จะต้องเป็นความตาย แต่ข้าพระองค์ทูลขอให้พระองค์ ทรงประทานการกลับใจ ให้เข้ามายังใจ ของข้าพระองค์ทั้งหลาย เพื่อข้าพระองค์ จะมองเห็นว่า ข้าพระองค์ต้องการ พระผู้ช่วยมากเพียงไร
    ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยบาปในอดีตของข้าพระองค์ และขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ แก้ไขเท่าที่จะกระทำได้ การกระทำที่ผิดอันเนื่องจากบาปเหล่านั้น พระบิดาเจ้าข้า ข้าพระองค์ ขอมอบถวายความวางใจ ทั้งหมดให้พระองค์ และขอรับพระเยซู มาเป็นพระเจ้า และพระผู้ช่วยให้รอด ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ทูลขอพระองค์ ทรงโปรดช่วยให้ข้าพระองค์ มอบถวายชีวิตให้พระองค์ทุกวัน ขออธิษฐานในนามของพระเยซูคริสต์.....อาเมน


ส่งต่อเข้าเมลล์
ส่งต่อ
พิมพ์ออกกระดาษ
พิมพ์
ร่วมด้วย ช่วยโวต
โหวต
เก็บเข้าคลังส่วนตัว
เก็บ

Copyright © 2005 by GOD. Created by Web Inspirer. | Hosted by Maxx.me / คริสเตียน.net Back to Top