ตายแล้วเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ ด้วยบัพติศมา

God with Us   End of Bar
หน้าบ้าน    FAQ    ฮอตฮิต    
>  พระคำ
>   บทความ
>   คำพยาน
>   บทเพลง
>   คริสตจักร
>   ดาวน์โหลด
>   หนังสือออนไลน์
>   บทเรียนออนไลน์
>   ลิงค์ต่างๆ
>   ติดต่อเรา

Online Status
F Guest
??????????? 11 ??
?????? 0 ??


[ - Login - ]

Sponsor by Web Inspirer


ตายแล้วเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ ด้วยบัพติศมา

"พระคริสต์ก็ได้ทรงทนทุกข์ทรมานเพื่อท่านทั้งหลาย ให้เป็นแบบอย่างแก่ท่าน
เพื่อท่านจะได้ดำเนินตาม รอยพระบาทของพระองค์
" [1 เปโตร 2:21]

"ผู้ใดกล่าวว่าตนอยู่ในพระองค์ ผู้นั้นก็ควรดำเนินตาม ทางที่พระองค์ทรงดำเนินนั้น" [1 ยอห์น 2:6]

    เหมือนเช่นนามานที่ได้รับคำสั่งให้ลงจุ่มในแม่น้ำจอร์แดน พระเจ้าทรงเชิญชวนเราแสดงตัวให้เห็นว่า เรายืนอยู่ฝ่าย พระองค์ พระเจ้าทรงเรียกให้เรากระทำการใด ให้เรามองไปยังพระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอดของเรา ในทุกสิ่ง พระองค์ ทรงเป็นแบบอย่างของเรา

"แล้วพระเยซูเสด็จจากแคว้นกาลิลี มาหายอห์นที่แม่น้ำจอร์แดน เพื่อจะรับบัพติศมาจากท่าน แต่ยอห์นทูลห้ามพระองค์ว่า "ข้าพระองค์ต้องการจะรับบัพติศมาจากพระองค์ ควรหรือ ที่พระองค์จะเสด็จมาหาข้าพระองค์" แต่พระเยซูตรัสตอบยอห์นว่า "บัดนี้จงยอมเถิด เพราะสมควรที่เราทั้งหลาย จะกระทำตามสิ่งชอบธรรมทุกประการ" " [มัทธิว 3:13-15]

    พระเยซูไม่ได้เป็นคนบาป ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงไม่จำเป็นต้องรับบัพติศมา นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม ยอห์นผู้ให้ บัพติศมา จึงไม่ยอมทำพิธีบัพติศมาให้พระองค์ แต่พระเยซูทรงประสงค์วางแบบอย่างให้เราทั้งหลายเพื่อว่าเรา "จะกระทำตามสิ่งชอบธรรมทุกประการ"

"พระเยซูก็เสด็จเข้าไปในแคว้นยูเดียกับสาวกของพระองค์
และทรงประทับที่นั่นกับเขา และทรงให้บัพติศมา
" [ยอห์น 3:22]

"เจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัด ซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละ เราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค" [มัทธิว 28:19-20]

    พระเยซุทรงสอนสาวกถึงความสำคัญของการรับบัพติศมา ก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับสวรรค์ พระองค์ทรงบัญชา ให้สาวกไปรับบัพติศมาทุกคน ที่กลับใจใหม่

"ท่านไม่รู้หรือว่า เราทั้งหลายที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระเยซูคริสต์ ก็ได้รับบัพติศมานั้น เข้าในความตายของพระองค์ เหตุฉะนั้น เราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว โดยการรับบัพติศมา เข้าส่วนในการตายนั้น เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ ได้ทรงถูกชุบ ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย โดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน" [โรม 6:3-4]

    การรับบัพติศมาหมายความว่าอะไร พิธีบัพติศมา เป็นการแสดงออกถึงความประสงค์ของเรา ที่จะตายกับ พระเยซู สละ "คนเก่า" ทิ้งไป ซึ่งเป็นชีวิตเก่าแห่งบาป และเดินต่อไปด้วยชีวิตใหม่

"เพราะว่าถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์ เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์ ในการเป็นขึ้นมาอย่างพระองค์ ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายด้วย เราทั้งหลายรู้แล้วว่า ตัวเก่าของเรานั้น ได้ถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้ว เพื่อตัวที่บาปนั้น จะถูกทำลายให้สิ้นไป และเราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไป" [โรม 6:5-6]

"เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว
สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น
" [2 โครินธ์ 5:17]

    พิธีบัพติศมาเป็นสัญลักษณ์ของการเอาคนใหม่เข้าแทนที่คนเก่า ให้เราจดจำไว้ว่า การรับบัพติศมา เป็นสัญลักษณ์ แสดงถึง การตายต่อบาปของเรา (การตายของ "คนเก่า") กับพระเยซู แล้วบังเกิดใหม่ในพระเยซู "...และได้ถูกฝังไว้ กับพระองค์ ในพิธีบัพติศมาแล้ว และในพิธีนั้น ท่านได้ฟื้นขึ้นมา จากตายกับพระองค์ด้วย โดยเชื่อในการกระทำของ พระเจ้า ผู้ได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมา" [โรม 6:11; โคโลสี 2:12]

"ซึ่งในกาลก่อนไม่ได้เชื่อฟังพระเจ้า คราวเมื่อพระเจ้าทรงโปรด งดโทษไว้ในสมัยโนอาห์
ขณะที่ท่านกำลังต่อเรือใหญ่ ในนั้นมีน้อยคน คือทางน้ำนั้น แปดคนรอดชีวิตจากน้ำท่วม
บัดนี้ พิธีบัพติศมา ก็ช่วยท่านทั้งหลาย ให้รอดเช่นเดียวกัน
" [1 เปโตร 3:20-21]

    อัครสาวกเปโตรใช้เหตุการน้ำท่วมโลก แสดงให้เราเข้าใจ ความหมายของการรับบัพติศมา เมื่อเราตอบการเชื้อเชิญ ของพระเจ้า โนอาห์และครอบครัว "รอดชีวิตจากน้ำท่วม" เหมือนเช่นเรื่องของ นามานคนโรคเรื้อน [2 พงศ์กษัตริย์ 5] น้ำช่วยผู้ใดให้รอดไม่ได้ แต่โดยทางน้ำ พระเจ้าช่วยชีวิตของคนทั้งแปดจากความตาย

"บัดนี้พิธีบัพติศมาก็ช่วยท่านทั้งหลายให้รอดเช่นเดียวกัน มิใช่เป็นการ ชำระมลทินทางกาย แต่ให้มีจิตสำนึก ว่าชอบจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า โดยที่พระเยซูคริสต์ ได้ทรงเป็นขึ้นมา จากความตาย" [1 เปโตร 3:21]

    ในขณะที่โนอาห์ตอบสนองการทรงเรียกของพระเจ้า ด้วยการกระทำที่มองเห็น โดยการเข้าไปในนาวา เราจะต้อง ตอบสนอง การทรงเรียของพระเจ้า ด้วยการกระทำ ที่มองเห็นได้ ด้วยการรับบัพติศมา การที่จะ "ให้มีจิตสำนึก ว่าชอบ จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า" นี้ เป็นการแสดงออกให้เห็นถึง ความเชื่อของเรา ที่มีในพระเยซูคริสต์

"ฝ่ายสามีก็จงรักภรรยาของตน เหมือนอย่างที่พระคริสต์ ทรงรักคริสตจักร และทรงประทานพระองค์เอง เพื่อคริสตจักร เพื่อจะได้ทรง ทำให้คริสตจักรบริสุทธิ์ โดยการทรงชำระ ด้วยน้ำและพระวจนะ" [เอเฟซัส 5:25-26]

"เหตุดังนั้นทุกคนที่จะรับเราต่อหน้ามนุษย์ เราจะรับผู้นั้น
ต่อพระพักตร์ พระบิดาของเรา ผู้ทรงสถิตในสวรรค์
" [มัทธิว 10:32]

    ในความหมายหนึ่งแล้ว บัพติศมา เป็นเสมือนหนึ่งการสมรสที่เกิดขึ้น ระหว่างผู้เชื่อ และพระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วย ให้รอดของเขา การเข้าร่วมเป็นหนึ่งนี้ จะต้องกระทำอย่างเปิดเผย   พิธีบัพติศมาจะต้องทำกันอย่างไร บางคนเสนอว่า จะต้องจุ่มทั้งตัวลงในน้ำ แต่บ้างถือว่า การพรมด้วยน้ำ ก็เพียงพอแล้ว บางคนคิดว่า วิธีให้บัพติศมานั้น ไม่สำคัญ แต่ ขอให้เราอย่าเข้าใจผิด พระคำของพระเจ้าให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก ตามที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ มีบัพติศมาแท้จริง เพียงวิธีเดียว [เอเฟซัส 4:5] เป็นวิธีบัพติศมาอย่างไร?

"ยอห์นก็ให้บัพติศมาอยู่ที่อายโนนใกล้หมู่บ้านสาลิม เพราะที่นั่นมีน้ำมาก" [ยอห์น 3:23]

    วิธีบัพติศมาเพียงวิธีเดียวที่พระคำของพระเจ้าสอนไว้คือการบัพติศมาโดยการจุ่ม คือการจุ่มทั้งตัว ลงไปในน้ำ นี่คือ เหตุผลว่า ทำไมพระคัมภีร์จึงบันทึกไว้ว่า ยอห์นต้องการ "น้ำมาก" เพื่อทำพิธีบัพติศมา ความจริงแล้ว คำว่าบัพติศมา นั้นมาจากคำกรีก "บัพติโศ" ซึ่งแปลว่า "การจุ่มลงในน้ำ" "การแช่ลงในในน้ำ"

"ครั้นพระองค์ทรงรับบัพติศมาแล้ว ในทันใดนั้นก็เสด็จขึ้นจากน้ำ" [มัทธิว 3:16]

    หลังจากที่พระเยซูรับบัพติศมาแล้ว พระองค์ทรงเสด็จขึ้นมาจากน้ำ ข้อพระคัมภีร์นี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พระองค์ลงจุ่มในน้ำของแม่น้ำจอร์แดน หากใช้วิธีพรมน้ำได้ ทำไมฟีลิปและขันทีจึงต้อง "ลงไปในน้ำ" [กิจการฯ 8:36-39] "และคนทั้งสอง ลงไปในน้ำ ทั้งฟีลิปกับขันที ฟีลิปก็ให้ท่านรับบัพติศมา เมื่อท่านทั้งสองขึ้นจากน้ำ แล้ว..." การจุ่มตัวลงในน้ำ เป็นวิธีเดียว ที่เข้ากับสัญลักษณ์ ของการฝังตัวลงในน้ำ [โคโลสี 2:12; โรม 6:4]

"จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ สิ้นทุกคน
เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย
" [กิจการฯ 2:38]

    เมื่อเรียนรู้ถึงวิธีการจุ่มนี้แล้ว คำถามต่อไปคือ ก่อนที่จะเข้าพิธีนี้ จะต้องมีคุณสมบัติการเตรียมอะไร แน่นอนทีเดียว ผู้ที่จะเข้าพิธีบัพติศมา ต้องมีความเชื่อในพระเยซูคริสต์ และกลับใจจากบาปเสียก่อน เนื่องจากทารกน้อย ปฎิบัติ ข้อกำหนดนี้ไม่ได้ จึงไม่ควรทำพิธีบัพติศมาให้เด็กทารก

"คนทั่วแคว้นยูเดียกับชาวกรุงเยรูซาเล็ม ได้พากันออกไปหายอห์น สารภาพความผิดบาปของตน และได้รับบัพติศมาจากท่านในแม่น้ำจอร์แดน" [มาระโก 1:5]

"ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า "จงกลับใจใหม่ และรับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์
สิ้นทุกคน เพื่อพระเจ้า จะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย"
" [กิจการฯ 2:38]

    การสารภาพบาปและการกลับใจ จะต้องมาก่อนการเข้าพิธีบัพติศมา เพื่อที่จะเข้าพิธีนี้ได้นั้น พระคำของพระเจ้า ยังเปิดเผยว่า เป็นสิ่งที่จำเป็น ที่จะต้องเชื่อพระเจ้า อย่างสุดจิตสุดใจ [กิจการฯ 8:36,37; 18:8] พระคัมภีร์กล่าวถึง การให้บัพติศมา "ชายและหญิง" แต่ไม่เคยกล่าวถึง การให้บัพติศมาทารก หรือเด็กเล็ก ความจริงแล้ว การให้บัพติศมา ทารก เริ่มขึ้นในสมัยศตวรรษที่สาม เพื่อเพิ่มจำนวนคนเชื่อที่เข้าร่วม คริสตจักร แต่ถึงกระนั้น พระคัมภีร์กล่าวไว้ อย่างชัดเจนว่า บัพติศมาที่ยอมรับได้ และถูกต้อง จะต้องให้กับผู้ที่ตระหนัก ถึงความสำคัญ ของการตัดสินใจเท่านั้น

"เพราะว่าถึงเราจะเป็นพวกยิว หรือพวกกรีก เป็นทาส หรือมิใช่ทาสก็ตาม เราทั้งหลายได้รับบัพติศมาโดยพระวิญญาณองค์เดียว เข้าเป็นกายเดียวกัน
และพระวิญญาณองค์เดียวนั้น ซาบซ่านอยู่
" [1 โครินธ์ 12:13]

    โดยพิธีบัพติศมา เราเข้าร่วมครอบครัวใหญ่ของพระเจ้า นั่นคือ คริสตจักร เราเข้าร่วมการเก็บเกี่ยว ทำงานกับ พระองค์ ด้วยความชื่นชมยินดี  โดยพิธีบัพติศมา เราเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระกายของพระคริสต์ ซึ่งหมายถึงคริสตจักร ทำงานตามของประทาน และตาลันต์ที่พระเจ้า ทรงโปรดประทานให้แก่เรา เมื่อเราเป็นทูตของพระองค์ เราจึงเป็นตัวแทน ของอาณาจักรของพระองค์ ในโลกนี้ เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติมากเพียงไร [1 โครินธ์ 12:20,27; 2 โครินธ์ 5:20]

"จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ สิ้นทุกคน เพื่อพระเจ้า
จะทรงยกความผิดบาป ของท่านเสีย แล้วท่านจะได้รับพระราชทาน พระวิญญาณบริสุทธิ์
" [กิจการฯ 2:38]

    เมื่อเราประกาศว่าอยู่ฝ่ายพระเจ้า โดยการรับบัพติศมาแล้ว เราจะพึ่งพระราชกิจการทำงาน ของพระวิญญาณ บริสุทธิ์ได้ พระองค์จะทรงช่วยเราประกอบกิจ ในฐานะทูตของพระคริสต์ ชำระความบาปผิดทั้งหมด ออกจากหัวใจ ของเรา [ลูกา 3:21-22]

"ผู้ใดเชื่อและรับบัพติศมาแล้วผู้นั้นจะรอด แต่ผู้ใดไม่เชื่อ จะต้องปรับโทษ" [มาระโก 16:16]

"เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่จากน้ำ
และพระวิญญาณ ผู้นั้นจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้
" [ยอห์น 3:5]

    ขอให้เราเข้าใจความสำคัญของพิธีบัพติศมาที่มีต่อชีวิตของคริสเตียนแต่ละคน พระดำรัสของพระเยซู แสดงให้เห็น ว่าพิธีบัพติศมา ไม่ใช่เป็นทางเลือกของผู้ที่ตัดสินใจ ติดตามพระองค์ แต่ว่าเป็นพิธีที่จำเป็นต้องทำ เมื่อตัดสินใจ ติดตามพระองค์ แล้วเราจะตัดสินใจอย่างไร?

"เพราะว่าเราได้วางแบบแก่ท่านแล้ว เพื่อให้ท่านทำเหมือน ดังที่เราได้กระทำแก่ท่านด้วย" [ยอห์น 13:15]

    พระเยซูไม่เคยทำบาป จึงไม่จำเป็นต้องรับบัพติศมา แต่ถึงกระนั้น พระองค์ก็ยังรับบัพติศมา เพื่อเป็นแบบอย่าง ให้เราปฏิบัติตาม บัดนี้ ขอให้เราแต่ละคนถามตัวเองว่า "สำหรับข้าพเจ้าแล้ว การรับบัพติศมา ของพระเยซูนั้น ไม่มีความหมายหรือ ข้าพเจ้าจะปฏิบัติตามแบบอย่างของพระองค์ โดยการรับบัพติศมาหรือไม่ หรือจะดำเนินชีวิตไป เสมือนหนึ่งว่า สิ่งที่พระองค์ทรงกระทำไปนั้น ไม่มีความหมาย"

"เดี๋ยวนี้ท่านจะรอช้าอยู่ทำไม จงลุกขึ้นรับบัพติศมา ด้วยออกพระนามของพระองค์
ลบล้างความผิดบาปของท่านเสีย
" [กิจการฯ 22:16]

    ขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ เปิดหัวใจของเรา และนำเรา ในขณะที่เราตัดสินใจครั้งสำคัญ ในเรื่องบัพติศมาของเรา



ส่งต่อเข้าเมลล์
ส่งต่อ
พิมพ์ออกกระดาษ
พิมพ์
ร่วมด้วย ช่วยโวต
โหวต
เก็บเข้าคลังส่วนตัว
เก็บ

Copyright © 2005 by GOD. Created by Web Inspirer. | Hosted by Maxx.me / คริสเตียน.net Back to Top