ความหมายของพิธีกรรมในพันธสัญญาเดิม

God with Us   End of Bar
หน้าบ้าน    FAQ    ฮอตฮิต    
>  พระคำ
>   บทความ
>   คำพยาน
>   บทเพลง
>   คริสตจักร
>   ดาวน์โหลด
>   หนังสือออนไลน์
>   บทเรียนออนไลน์
>   ลิงค์ต่างๆ
>   ติดต่อเรา

Online Status
F Guest
??????????? 6 ??
?????? 0 ??


[ - Login - ]

Sponsor by Web Inspirer


เปิดเผย ความซับซ้อนของพลับพลาในพันธสัญญาเดิม

tent

"ภายหลังเราจะกลับมา และเราจะสร้างพลับพลาของดาวิด ซึ่งพังลงแล้วขึ้นใหม่
ที่ร้างหักพังนั้นเราจะก่อขึ้นอีกและจะตั้งขึ้นใหม่
" [กิจการ 15:16]

      หีบพันธสัญญาของพระเจ้า เป็นสัญลักษณ์ของพระสิริของพระเจ้า ซึ่งอยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์ หีบพันธสัญญานำหน้าอิสราเอล ในขณะที่พวกเข้าเดินทางไปในถิ่นทุรกันดาร หีบนำทางไป ขณะที่เขาข้ามแม่น้ำ จอร์แดน ไปสู่คานาอัน หีบอยู่ข้างหน้าเขาในการสงคราม เป็นดังสัญลักษณ์การทรงสถิตของพระเจ้า

      เป็นเวลาหลายปีที่หีบพันธสัญญาถูกย้ายจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง โดยปราศจากผู้ใดสนใจให้ความเคารพ หรือเข้าใจถึงความหมายของหีบนั้น หีบมีฤทธิ์อำนาจทั้งสิ้นของพระเจ้า อยู่ในตัวของมันเอง แต่ไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีใครสนใจและให้ความเอาใจใส่ นี่เป็นคำอธิบาย ถึงสภาพฝ่ายวิญญาณของคุณหรือไม่? เมื่อดาวิดนำหีบ พันธสัญญากลับยังอิสราเอล การสถิตอยู่ของพระเจ้าก็กลับคืนมา อยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์ เรื่องราวของการกลับคืนมานี้สำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับคริสตจักรสมัยใหม่ และพระสัญญาของพระเจ้า (กิจการ 15:16)

      พระองค์จะสร้างพลับพลาของดาวิด ซึ่งปรักหักพังไปขึ้นมาอีก พระองค์จะนำสิ่งที่พังทลายลงไปตั้งขึ้นใหม่ จุดประสงค์ของการทำเช่นนี้ ก็เพื่อให้คนที่เหลืออยู่ของเอโดม จะแสวงหาพระเจ้า และที่คนต่างชาติ จะได้รู้ถึงพระนามของพระเจ้า ที่อยู่เหนือเขา (คนต่างชาติหมายถึงชาติต่างๆ ทั้งหมดนอกจากอิสราเอล)

      เป็นส่วนหนึ่งของแผนการของพระเจ้าจากเริ่มต้นของโลก "การกลับคืนมา" หมายถึง "ทำให้สมบูรณ์ครบถ้วน ทำให้มีชีวิต" เป็นกริยา ของการกลับมาสู่สภาพ หรือสภาวะดั้งเดิม พลับพลาของดาวิด ถูกนำกลับคืนมาสู่สภาพเดิม การที่จะเข้าใจว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร เราต้องทบทวนสักเล็กน้อย ถึงประวัติศาสตร์ของหีบพันธสัญญาของพระเจ้า


Ark of Covenant

หีบพันธสัญญา

      โมเสสได้รับคำสั่งจากพระเจ้าให้ก่อสร้างหีบพันธสัญญา ในระหว่างที่เขาอยู่บนภูเขาซีนาย (ดูอพยพ 26.10-22) หีบพันธสัญญา เป็นหีบรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 3 3/4 ฟุต และกว่าง 2 1/4 ฟุต สูง 2 1/4 ฟุต หีบทำด้วยไม้ และบุภายในและภายนอกด้วยทอง แต่ละส่วนของหีบ มีความหมายเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งหมายความว่า แต่ละส่วน เป็นตัวแทนของความจริงฝ่ายวิญญาณ ไม้ ทำให้เราระลึกว่า องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงรับสภาพเนื้อหนังของมนุษย์ และบนไม้กางเขน ทรงแบกบาปของเรา พระเจ้าตรัสถึง ความเป็นพระเจ้าของพระองค์ (1 เปโตร 2:24) หีบที่มี 3 ชั้น (คือ ทอง ไม่ ทอง) ทำให้เราระลึกว่ามีพระเจ้าเดียว ทรงเป็นอยู่ ในสามพระภาคเป็นนิรันดร์

      หีบพันธสัญญา เป็นที่ที่เรามีความสัมพันธ์ และสนิทสนมอย่างลึกซึ้งฝ่ายวิญญาณกับพระเจ้า เป็นที่ซึ่งพระเจ้า ทรงสำแดงฤทธิ์อำนาจ การทรงสถิตและพระสิริของพระองค์ หีบพันธสัญญาบรรจุสิ่งของ 3 อย่าง แต่ละอย่าง ล้วนเป็นสัญลักษณ์ฝ่ายวิญญาณ
1. แผ่นศิลา เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ซึ่งพระเยซูทรงเป็น"ทางนั้น"  ไปสู่พระเจ้า
2. โถใส่มานา เป็นเครื่องแสดงถึง พระวจนะของพระเจ้า พระเยซูทรงเป็นพระวจนะ (พระวาทะ) แห่ง"ความจริงนั้น" 
3. ไม้เท้าของอาโรน ซึ่งเป็นเครื่องแสดงถึงการเจิม และพระเยซูในฐานะ"ชีวิตนั้น"  (ยอห์น 14:6)


Most Holy Place

พลับพลา (วิหาร หรือ นิเวศน์)

      แต่เดิมมา หีบพันธสัญญาของพระเจ้า ตั้งอยู่ในพลับพลาของโมเสส เป็นที่ที่พระเจ้า ทรงสถิตอยู่ในนั้น ในระหว่างการเดินทางรอนแรม ในถิ่นทุรกันดาร จากภูเขาซีนายมายังชิโลห์ ในแผ่นดินแห่งพระสัญญา หีบอยู่ในห้องที่เรียกว่า "สถานที่บริสุทธิ์ที่สุด" ซึ่งล้อมรอบด้วย บริเวณส่วนนอก และสถานที่บริสุทธิ์ ส่วนทั้งสามในพลับพลาของโมเสสนี้ เป็นสัญลักษณ์ถึงงานรับใช้ 3 ประการ ของพระเยซูคริสต์ คือ ผู้พยากรณ์ ปุโรหิต กษัตริย์

1. ลานชั้นนอก กล่าวถึงงานรับใช้ ในการพยากรณ์ของพระเยซู ในลานชั้นนอกนี้เอง ที่มีการจัดการกับบาป ในการนมัสการ ตามพระคัมภีร์เดิม พระเยซูกลายเป็นผู้พยากรณ์ของพระเจ้า ส่งมาเพื่อชำระความบาปของเรา
2. สถานที่บริสุทธิ์ (อภิสุทธิสถาน) คือที่ที่ปุโรหิตสูงของอิสราเอล อธิษฐานเผื่อ เพื่อบาปของประชากร สิ่งนี้กล่าวถึงงานรับใช้ ในการเป็นปุโรหิตของพระเยซู ผู้ซึ่งอธิษฐาน เผื่อผู้เชื่อตลอดเวลา
3. สถานที่บริสุทธิ์ที่สุด (วิสุทธิสถาน) ถูกกั้นด้วยม่านหนา เบื้องหลังม่านนี้ คนยืนอยู่ต่อหน้ากษัตริย์ เมื่อเราเข้าไปอยู่เบื้องหลังม่าน กล่าวในฝ่ายวิญญาณคือ เราพบกับพระคริสต์ ในห้องของพระองค์ ในฐานะจอมกษัตริย์

      หลังจากการเดินทาง ในถิ่นทุรกันดาร เมื่ออิสราเอลมาถึงคานาอัน หีบพันธสัญญา ถูกส่งขึ้นไปยังเมืองชิโลห์ ซึ่งกลายเป็นสถานที่กลาง ในการนัดพบ สำหรับชีวิตทางศาสนาของอิสราเอล เป็นเวลาหลายปี (ดู โยชูวา 18.1-10; 19.51; 21.2; 22.9, 12, 19; ผู้วินิจฉัย 18.31) หีบพันธสัญญา ถูกนำไปยังชิโลห์ และสูญหายไปในการสงครามกับศัตรู
      พระคัมภีร์บันทึกว่าพระเจ้า "ทรงละที่ประทับของพระองค์ ในชิโลห์ คือ พลับพลาที่พระองค์ทรงตั้งไว้ ท่ามกลางมนุษย์ และทรงมอบกำลังของพระองค์ เข้าเป็นเชลย และพระสิริของพระองค์ เข้าไปในมือของศัตรู" [สดุดี 78.60-61]
      เมื่อหีบพันธสัญญา ถูกนำออกไปจากพลับพลา ของโมเสสที่ชิโลห์ ก็ไม่เคยกลับมาที่นั่นอีกเลย เมื่อหีบถูกนำกลับมา ได้นำกลับมายังพลับพลาของดาวิด มีบรรดาปุโรหิต ที่ยังคงทำการถวายบูชา ด้วยโลหิตอยู่ที่ชิโลห์ เขายังคงรักษาคำสั่ง ตามกฎบัญญัติของโมเสส ซึ่งทำกันในพลับพลา ที่ลานชั้นนอก สถานที่บริสุทธิ์ และสถานที่บริสุทธิ์ที่สุด แต่ว่าสถานที่บริสุทธิ์ที่สุด ในชิโลห์นั้น ว่างเปล่า การทรงสถิตของพระเจ้า ไม่ได้อยู่ที่นั่น การทรงสถิตของพระเจ้า อยู่ในพลับพลาของดาวิด ในพลับพลานี้ ผู้ที่ทำหน้าที่ถวายบูชา ด้วยคำสรรเสริญ และการนมัสการ คือนักร้องและนักดนตรี ไม่มีลานชั้นนอก สถานที่บริสุทธิ์ และสถานที่บริสุทธิ์ที่สุด ซึ่งมีม่านกั้นไว้ แต่มีหนทางสำหรับทุกคน ที่จะเข้าไปสู่การทรงสถิตของพระเจ้า


ความหมายฝ่ายวิญญาณ

      ในสมัยของกษัตริย์ดาวิด พลับพลาเป็นสถานที่จริงๆ เป็นเต้นท์ซึ่งเขาเตรียมไว้ เพื่อบรรจุหีบพันธสัญญาของพระเจ้า แต่ในคำพยากรณ์ต่างๆ ซึ่งพระเจ้าตรัสถึง การนำเอาพลับพลาของดาวิดกลับคืนมา พระองค์ตรัสถึงในแง่ของฝ่ายวิญญาณ คือ การกลับสู่สภาพดี ของพลับพลาฝ่ายวิญญาณ ซึ่งจะเป็นที่สถิตของ"ทางนั้น ความจริงและชีวิต"   นั่นคือ พระเยซู เช่นเดียวกับพลับพลาแรก พลับพลาฝ่ายวิญญาณ บรรจุงานรับใช้ 3 ประการของพระคริสต์ ในฐานะผู้พยากรณ์ ปุโรหิตและกษัตริย์ เป็นเรือนที่อยู่ของฤทธิ์อำนาจ การสถิตอยู่ และพระสิริ เราจะไม่พบ การทรงสถิตของพระเจ้า ในการนมัสการเป็นพิธีกรรม ในรูปแบบเดิม ซึ่งทำตามแบบที่กระทำกันที่ชิโลห์ สถานที่อยู่ใหม่ของพระองค์คือ พลับพลาของดาวิด


การรื้อฟื้นพลับพลากลับมา

"เหตุการณ์เหล่านี้ได้บังเกิดแก่เขาเพื่อเป็นตัวอย่าง และได้บันทึกไว้
เพื่อเตือนสติเราทั้งหลาย ซึ่งกำลังประสบวาระสุดท้ายแห่งบรรดายุคเก่า
" [1 โครินธ์ 10:11]

      "หีบ" ฝ่ายวิญญาณของเรา คือ การทรงสถิตของพระเจ้า ท่ามกลางประชากรของพระองค์ ถ้าเราต้องการมีประสบการณ์ กับการกลับมาของฤทธิ์อำนาจ และพระสิริของพระองค์ เราต้องทำการเตรียมตัวฝ่ายวิญญาณ ให้คล้ายคลึงกับการเตรียมตัวของดาวิด

1. กฎบัญญัติที่ถูกต้อง กษัตริย์ดาวิดล้มเหลว ในความพยายามครั้งแรก ที่จะนำเอาหีบพันธสัญญาขึ้นมา เพราะว่าไม่ได้ทำตาม "กฎบัญญัติที่ถูกต้อง" พระเจ้าทรงบัญชาว่า หีบต้องถูกหามบนคานหาม และให้คนเลวี (ผู้นำฝ่ายวิญญาณ) เป็นผู้แบกบนบ่า ดาวิด พยายามที่จะเคลื่อนย้ายหีบพันธสัญญาบนเกวียน ตามแบบที่ชาวฟิลิสเตียทำ และพระเจ้า ทรงส่งการพิพากษาลงมา เมื่อดาวิดนำหีบพันธสัญญามาโดย "กฎบัญญัติที่ถูกต้อง" เขาจึงประสบความสำเร็จ
      เราได้พยายามนำเอา การทรงสถิตของพระเจ้า กลับมาโดยทาง "เกวียนที่มนุษย์ทำขึ้น" หลายรูปแบบ เราได้พยายาม ทำการบันเทิงของคริสเตียน มีนิกาย มีพิธีกรรม โปรแกรมต่างๆ ทางศาสนา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดล้มเหลว

2. สถานที่ที่จัดเตรียมไว้ ดาวิดจัดเตรียมสถานที่ สำหรับหีบพันธสัญญาของพระเจ้า (1 พงศาวดาร 15.1, 3, 12) มีการเตรียมสถานที่ ที่วางแผนไว้โดยเฉพาะ เพื่อให้การทรงสถิตของพระเจ้ามาอยู่ ณ สถานที่นั้น
      ถ้าพลับพลาของดาวิด จะถูกรื้อฟื้นขึ้นมา เราต้องเตรียมสถานที่ เราต้องเตรียมชีวิตของเราแต่ละคน และคริสตจักรของเรา เพื่อการเคลื่อนไหวใหม่ ของการทรงสถิตของพระเจ้า "เหล่าองุ่นใหม่" ไม่สามารถเทลงไปใน "ถุงหนัง" เก่า เราต้องเอาตัวเรา ออกจากประเพณี และพิธีกรรม เราต้องวางโปรแกรม กำหนดการและประเพณี วิธีของเรา ในการทำสิ่งต่างๆ และเตรียมตัวเรา สำหรับการเคลื่อนไหวใหม่ของพระเจ้า

3. พลับพลาใหม่ ดาวิดเลือกเอาพลับพลา (เต้นท์) เพื่อเป็นที่อยู่ของพระเจ้าเพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า "เราไม่เคยอยู่ในนิเวศนับแต่วันที่เรา พาคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ จนกระทั่งวันนี้ แต่เราก็ไปมากับเต็นท์ และกับพลับพลา" 2 ซามูเอล 7:6
      ผู้เชื่อแต่ละคนเป็น "พลับพลา (พระวิหาร)" หรือสถานที่ ซึ่งพระเจ้าปรารถนาจะสถิตอยู่ ผู้เชื่อถูกเรียกว่าเป็น "พลับพลา (พระวิหาร) ของพระเจ้าใน 2 เปโตร 1:13-14, 2 โครินธ์ 5:1 และ 1 โครินธ์ 6:19 คริสตจักร ประกอบด้วยผู้เชื่อทั้งหลาย และเป็นพลับพลาร่วมกัน ของการทรงสถิตของพระเจ้า พระเยซูตรัสว่า "เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้" [มัทธิว 16:18] เปาโลกล่าวว่า "ท่านเป็นตึกของพระเจ้า" [1 โครินธ์ 3:9] เปโตรกล่าวว่า "ท่านเป็นศิลาที่มีชีวิต ถูกสร้างขึ้น บนพระนิเวศฝ่ายวิญญาณ" [1 เปโตร 2.5] ผู้เชื่อแต่ละคน และผู้เชื่อที่มารวมกันเป็นพลับพลา (พระวิหาร) ที่แท้จริงของพระเจ้า ซึ่งพระเยซูคริสต์ ทรงเป็นมหาปุโรหิต "เรื่องที่เราพูดอยู่นี้ มีข้อที่สำคัญคือ เรามีมหาปุโรหิตอย่างนี้ คือมหาปุโรหิต ผู้ประทับเบื้องขวา พระที่นั่งแห่งพระองค์ ผู้ยิ่งใหญ่ในสวรรค์ เป็นผู้ปฏิบัติกิจ ในสถานศักดิ์สิทธิ์ และในเต็นท์แท้ ซึ่งพระเจ้าได้ทรงตั้งไว้ ไม่ใช่มนุษย์ตั้ง" [ฮีบรู 8.1-2] พลับพลา (พระวิหาร) ที่แท้จริงของพระเจ้า คือผู้เชื่อทุกคน เราไม่อาจบรรจุพระเจ้าลงใน "ตึก" ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นวิหารจริงๆ เป็นนิกายหรือองค์การ

4. รวบรวมประชากรของพระเจ้าเข้าด้วยกัน การเตรียมตัว เพื่อนำเอาหีบของพระเจ้ามายังพลับพลาของดาวิด ประกอบด้วย การรวบรวมประชากรของพระเจ้า เข้าด้วยกันครั้งใหญ่ ปัจจัยที่มีร่วมกัน คือ การนำหีบของพระเจ้าขึ้นมา และการฟื้นฟู การนมัสการที่แท้จริง หลังจากปีต่างๆ ที่น่าเศร้าใจ ของการเสื่อมสลายฝ่ายวิญญาณ ตั้งแต่สมัยของซามูเอล จนถึงรัชสมัยของกษัตริย์ซาอูล
      ถ้าคริสตจักร ปรารถนาจะเห็น การกลับสู่สภาพดีของ "หีบ" ฝ่ายวิญญาณ ของการทรงสถิตของพระเจ้าแล้ว เราต้องเข้ามารวมกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ผู้นำต้องเข้ามาร่วมกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน (อพยพ 4.29) ประชากรต้องรวบรวมเข้ามาร่วมกัน (กิจการ 14.27) เป็นที่ซึ่งผู้เชื่อ อยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งพระเจ้าทรงบัญชาพระพรที่นั่น เราต้องเป็นคนๆ เดียวกัน มีน้ำใจเป็นหนึ่งเดียว มีจุดประสงค์เดียว (สดุดี 133, กิจการ 2.1-4)

5. การชำระให้บริสุทธิ์ การเตรียมเพื่อพลับพลาของดาวิด ยังประกอบด้วยการชำระให้บริสุทธิ์ ดาวิดเรียกผู้นำฝ่ายวิญญาณของอิสราเอล (ปุโรหิตและเลวี) ให้ชำระตัวให้บริสุทธิ์ เพื่อนำเอาหีบของพระเจ้า ขึ้นมาจากชิโลห์ คำว่า "ชำระให้บริสุทธิ์" หมายถึง "แยกตัวออก แยกไว้เพื่อให้บริสุทธิ์แด่พระเจ้า หรือเพื่อใช้ในงานศักดิ์สิทธิ์" การชำระตัวของเขา ประกอบด้วย การชำระให้สะอาดด้วยเลือด อาบตัวในน้ำ และเจิมด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์
      แม้แต่การชำระให้บริสุทธิ์ ก็ต้องมีอยู่ ในการเตรียมตัว ของพลับพลาของดาวิด เช่นเดียวกัน ก็ต้องมีการชำระให้บริสุทธิ์ ในการกลับคืนมา ของพลับพลาฝ่ายวิญญาณ ผู้นำฝ่ายวิญญาณ ต้องชำระตัวให้บริสุทธิ์ เพื่อนำหีบของพระเจ้าขึ้นมา เราต้องกลับคืน สู่ความซื่อสัตย์มั่นคง ทางจริยธรรม และทางวิญญาณ ในงานรับใช้ และมีความไว้ใจได้ ในด้านการเงิน ประชากร ต้องรีบการชำระให้บริสุทธิ์ เพื่อรับหีบแห่งการทรงสถิตของพระเจ้า เราจะไม่ยอมอดทนกับบาป ให้วิ่งเพ่นพ่านไปมา ในที่ประชุมของเราอีกต่อไป เราจะไม่สามารถ นั่งฟังการเทศนาซึ่ง "แยงหู" ให้สบายๆ ให้ความบันเทิง และทำให้เราหัวเราะกับเรื่องน่ารักๆ อีกต่อไป การชำระให้บริสุทธิ์ ในพันธสัญญาเดิม ประกอบด้วยการชำระโดยโลหิต การอาบตัวในน้ำ และการเจิมด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น การชำระให้บริสุทธิ์ของเรา จึงประกอบด้วยพระโลหิตของพระเยซู (ฮีบรู 13.12) น้ำแห่งพระวจนะของพระเจ้า (ยอห์น 17.17) และการเจิม ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (1 เปโตร 1.2) เราต้องรับการชำระให้บริสุทธิ์ โดยโลหิตของพระเยซู เราต้องกลับมาสู่การสอน การเทศนาที่แท้จริง และตอบสนองต่อพระวจนะของพระเจ้า การเจิมของพระวิญญาณบริสุทธิ์ต้อง ทำให้ผู้นำและประชากร ประกอบด้วยฤทธิ์อำนาจ ซึ่งไหลผ่านท่ามกลางเรา และแตะต้องงานของมือของเรา ด้วยเนื้อหาแก่นสารของสวรรค์

6. กลับคืนสู่การนมัสการที่แท้จริง เมื่อหีบของพระเจ้า ถูกนำขึ้นมา ติดตามด้วยเสียงร้องเพลง การตะโกนร้อง เสียงของเครื่องดนตรี และการเต้นรำ แน่นอน ที่ไม่ใช่การนมัสการเงียบๆ แต่เป็นการนมัสการ ที่แสดงถึงความปิติยินดี ความชื่นชม ความตื่นเต้น และความกระตือรือล้น แม้แต่กษัตริย์ดาวิด ก็ยังเล่น และเต้นรำ ด้วยสุดกำลังของเขา ต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้า นักร้อง และนักดนตรี ร้องเพลง และเล่นเครื่องดนตรี และหีบ (การทรงสถิตของพระเจ้า) เป็นศูนย์กลางของความสนใจ (จงอ่านสดุดี 87:7 และสดุดี 68:25)
      หีบแห่งการทรงสถิตของพระเจ้า จะกลับมาสู่ท่ามกลางพวกเรา เมื่อเราหันกลับมาสู่การนมัสการที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช้การนมัสการโดยพิธีกรรม หรือหลักข้อเชื่อ แต่ต้องเป็นแบบที่กระทำกัน ในพลับพลาของดาวิด และทำกัน เมื่อหีบถูกนำขึ้นมายังเยรูซาเล็ม เป็นการนมัสการแห่งการร้องเพลง เล้นเครื่องดนตรี ตะโกนร้อง เต้นรำ การนมัสการแห่งความร่าเริงยินดี ความดีใจ ตื่นเต้น และความกระตือรือล้น อันยิ่งใหญ่ พลับพลาของดาวิดจะถูกรื้อฟื้น เมื่อการทรงสถิตของพระเจ้า เป็นศูนย์กลางของความสนใจ มากกว่าโปรแกรม พิธีกรรมและประเพณี เช่นเดียวกับในสมัยของกษัตริย์ดาวิด คุณจะเรียนรู้มากขึ้น เกี่ยวกับการนมัสการที่แท้จริง ในบทความต่อไป "การนมัสการ ด้วยจิตวิญญาณ และความจริง"


      พระเจ้าทรงสัญญาว่าพระองค์ จะทรงนำเอาพลับพลาของดาวิด ซึ่งเป็นที่ประทับ ของพระวิญญาณของพระเจ้า ในการรื้อฟื้นขึ้นใหม่ ซึ่งนำมา โดยการกลับมา สู่ความเป็นหนึ่งเดียวกัน การชำระให้บริสุทธิ์ และการนมัสการ สรรเสริญที่แท้จริง ซึ่งจะทำให้เกิด การเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ ในวาระสุดท้าย เพื่อนำมา สู่พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า

" 'ในวันนั้น เราจะยกกระท่อมของดาวิด ที่ล้มลงแล้วนั้น ตั้งขึ้นใหม่ และซ่อมช่องชำรุดต่างๆ เสีย
และยกที่ปรักหักพังขึ้น และสร้างเสียใหม่ อย่างในสมัยโบราณกาล เพื่อเขาจะได้ยึดกรรมสิทธิ์
คนที่เหลืออยู่ของเอโดม และประชาชาติทั้งสิ้น ซึ่งเขาเรียกด้วยนามของเรา' พระเจ้าผู้ทรงกระทำเช่นนี้
ตรัสดังนี้แหละ พระเจ้าตรัสว่า 'ดูเถิด วันเวลาก็มาถึง เมื่อคนที่ไถจะทันคนที่เกี่ยว และคนที่ย่ำผลองุ่น
จะทันคนที่หว่านเมล็ดองุ่น จะมีน้ำองุ่นหยดจากภูเขา เนินเขาทั้งสิ้นจะละลายไป
" [อาโมส 9:11-13]

      เมื่อพลับพลาของดาวิดถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่นั้น จะมีการเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์ แท้จริงแล้ว จะมีการเก็บเกี่ยวมากมายติดตามมา ครั้งแล้วครั้งเล่า ชาติต่างๆ และประชากรผู้ไม่รู้จักพระเจ้า (มีคน "เอโดม" และ "คนต่างชาติ" เป็นตัวแทนในคำพยากรณ์ของอาโมส) จะเริ่มต้นกลับมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า จะเป็นการเคลื่อนไหว ครั้งยิ่งใหญ่ของพระเจ้า จนยากที่ผู้ที่ทำการเก็บเกี่ยว ในทุ่งนาฝ่ายวิญญาณของโลก จะรับมือไหว จึงจำเป็นที่ จะต้องระดมกำลังแหล่งฝ่ายวิญญาณ ทั้งหมดของเราเดี๋ยวนี้ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม!

      หีบของพระเจ้าตั้งอยู่ครั้งแรก ในพลับพลาของโมเสส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกฎบัญญัติ และตามมาด้วยการนมัสการ ที่เป็นระเบียบพิธีการ หลังจากที่พระเจ้าทรงละทิ้งพลับพลานี้ และหีบของพระเจ้าสูญหายไป ได้นำกลับมายังสถานที่ใหม่คือ พลับพลาของดาวิด ซึ่งเป็นตัวแทนของคริสตจักรแท้ ซึ่งกระทำตามกฎบัญญัติที่ถูกต้อง เพื่อเตรียมสถานที่ สำหรับการทรงสถิตของพระเจ้า ชำระตัวของเขาให้บริสุทธิ์ และมารวมกันในความเป็นหนึ่งเดียว โดยมีการทรงสถิตของพระเจ้า เป็นจุดรวมความสนใจ แสดงให้เห็นโดยประชากรของพระเจ้า ผู้จะเข้ามาสู่การสำแดงใหม่ ของฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า ด้วยการนมัสการที่ตื่นเต้น ปิติยินดีไหลท่วมท้นในวิญญาณ และในความจริง
      เช่นเดียวกับคนอีกมากมาย ในอิสราเอลที่ยังคงนมัสการที่ชิโลห์ คุณอาจดำเนินต่อไป ด้วยการนมัสการ ที่เป็นพิธีการ แบบเดิมนั้น ถ้าคุณต้องการ แต่ว่าการทรงสถิตของพระเจ้า อยู่ที่ภูเขาศิโยน ในเยรูซาเล็ม ซึ่งหีบของพระเจ้าอยู่ คุณไม่กล้าอยู่ที่ชิโลห์ ในขณะที่พระวิญญาณของพระเจ้า กำลังกระทำสิ่งใหม่ ที่ภูเขาศิโยน
      น่าสนใจที่จะสังเกตุว่า ทุกคนในศิโยนอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม แต่ไม่ใช่ทุกคนในเยรูซาเล็ม มาอยู่ในศิโยน ศิโยน เป็นเมืองที่อยู่ภายในเมือง  ชื่อศิโยน เป็นชื่อของประชากรของพระเจ้า (อิสยาห์ 51.16) พระเจ้าทรงเรียกคริสตจักร ออกมาจากภายในคริสตจักร ซึ่งจะรื้อฟื้นพลับพลาของดาวิดขึ้นใหม่ ซึ่งไม่ใช้การแบ่งแยก ที่มนุษย์ทำขึ้น หรือการแตกแยก แบบเนื้อหนังของคริสตจักร ผู้ที่นมัสการที่ศิโยน ยังคงเป็นส่วนหนึ่ง ของเยรูซาเล็ม แต่ว่าเขาจะอยู่ในการหลั่งไหลใหม่ ของพระวิญญาณของพระเจ้า
      มีพลับพลาอีกแห่งหนึ่ง ของพันธสัญญาเดิม ซึ่งเป็นที่ตั้งของหีบพันธสัญญา ต่อมา โอรสของดาวิด คือ ซาโลมอนสร้างพระวิหารที่สวยงาม เพื่อหีบของพระเจ้า ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงแห่งสุดท้าย ของสัญลักษณ์ ของการทรงสถิตของพระเจ้า ในที่สุด ก็มีการเคลื่อนย้ายคาน ที่หามหีบออกไป หีบของการทรงสถิตของพระเจ้า จะไม่เคลื่อนย้ายออกไป
      พลับพลาของซาโลมอน กล่าวถึงเวลาในอนาคต เมื่อการทรงสถิตของพระเจ้า จะอยู่ท่ามกลางเรา อย่างถาวรเป็นนิตย์ เหตุนี้เอง คานที่หามหีบ จึงถูกเคลื่อนย้ายออกไป มีการกล่าวถึงฟ้าสวรรค์ใหม่ และแผ่นดินโลกใหม่ ซึ่งอัครทูตยอห์นอธิบายว่า.....


"ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังมาจากพระที่นั่งว่า "ดูเถิด พลับพลาของพระเจ้า อยู่กับมนุษย์แล้ว
พระองค์จะทรงสถิตกับเขา เขาจะเป็นชนชาติของพระองค์
และพระเจ้าเองจะประทับอยู่กับเขา
" [วิวรณ์ 21:3]



ส่งต่อเข้าเมลล์
ส่งต่อ
พิมพ์ออกกระดาษ
พิมพ์
ร่วมด้วย ช่วยโวต
โหวต
เก็บเข้าคลังส่วนตัว
เก็บ

Copyright © 2005 by GOD. Created by Web Inspirer. | Hosted by Maxx.me / คริสเตียน.net Back to Top