อาณาจักรของพระเจ้า และชีวิตนิรันดร์

God with Us   End of Bar
หน้าบ้าน    FAQ    ฮอตฮิต    
>  พระคำ
>   บทความ
>   คำพยาน
>   บทเพลง
>   คริสตจักร
>   ดาวน์โหลด
>   หนังสือออนไลน์
>   บทเรียนออนไลน์
>   ลิงค์ต่างๆ
>   ติดต่อเรา

Online Status
F Guest
??????????? 11 ??
?????? 0 ??


[ - Login - ]

Sponsor by Web Inspirer


อาณาจักรของพระเจ้า และชีวิตนิรันดร์

New Kingdom

"ข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า จะได้ประกาศไปทั่วโลก
ให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง
" [มัทธิว 24:14]

      หลายยุคสมัยมาแล้ว ที่มนุษย์พยายามจะไปสวรรค์ ด้วยวิธีต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ รักษาศีล ฯลฯ แต่ความจริงย่อมมีหนึ่งเดียว สวรรค์มิอาจมีได้ตามความเชื่อ ของตามแต่ละศาสนา เช่น ตำนานกรีก เชื่อว่ามีสวรรค์ หลายแห่ง และมีเทพครองสวรรค์หลายองค์, อียิปต์ เชื่อว่าวิญญาณจะกลับเข้าสู่ร่างภายหลัง แท้จริงแล้ว ศาสนา ไม่ช่วยให้คุณขึ้นสวรรค์ และสวรรค์ ต้องถูกกำหนดไว้แห่งเดียวเท่านั้น มนุษย์ที่จะไปได้ ต้องรู้จักเจ้าของสวรรค์ และทำตามวิธีที่เจ้าของได้กำหนด คำถามคือ ใครคือเจ้าของสวรรค์ที่แท้จริง? และวิธีการนั้นเป็นอย่างไร? [โปรดอ่าน ชีวิตหลังความตาย ก่อน]

      เรื่องราวของแผ่นดินของพระเจ้า หรือ แผ่นดินสวรรค์ เป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด ในภาคพันธสัญญาใหม่ และปรากฎในพระกิตติคุณทั้ง 4 เล่ม โดยมักจะเปรียบเทียบแผ่นดินสวรรค์เป็นคำอุปมา พระเยซูคริสต์เริ่มต้น พระราชกิจของพระเจ้า ด้วยการประกาศหลักการ ของอาณาจักรแผ่นดินสวรรค์ (มัทธิว 4:17; ลูกา 4:43; ยอห์น 6:39-40) พระเจ้าให้มนุษย์ อาศัยอยู่ในโลกนี้ เพียงชั่วคราว แต่อาณาจักรนิรันดร์ ซึ่งเป็นพระประสงค์สูงสุด ของพระเจ้า สำหรับมนุษย์นั้น เป็นแผ่นดินหลังจากโลกใบนี้ คือ แผ่นดินที่ไม่มีวันสิ้นสุดอีกต่อไป

พระเยซูตรัสตอบว่า "ราชอำนาจของเรามิได้เป็นของโลกนี้ ถ้าราชอำนาจของเรามาจากโลกนี้ คนของเรา
ก็คงจะได้ต่อสู้ไม่ให้เราตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกยิว แต่ราชอำนาจของเรา มิได้มาจากโลกนี้"
[ยอห์น 18:36]

แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งเหล่านี้ให้ [ลูกา 12:31]

      ด้วยเหตุนี้ พระเยซู จึงสอนให้เราไม่ยึดติด กับสิ่งยั่วยวนที่เป็นของโลกนี้ เพราะวันหนึ่งจะสูญสลายไป แต่ผู้ที่ได้ ครองร่วมกับพระองค์ จะอยู่ในอาณาจักรที่มั่นคง ไม่มีวันสูญสิ้น ... ก่อนจะอ่านหลักการเกี่ยวกับอาณาจักร เราขอให้ คุณเปิดใจ และอธิษฐานต่อพระเจ้า เพื่อทรงสำแดงความเข้าใจ ผ่านวิญญาณของคุณ เพราะนี่เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ที่จะส่งผลต่อชีวิตคุณตลอดไป พระเจ้าสร้างคุณมา ตามพระประสงค์ของพระองค์ ไม่ใช่เพื่อโลกนี้ แต่เป็นโลกหน้า!!!

[โปรดอ่าน เหตุที่มนุษย์ไม่รู้จักพระเจ้า, การสำนึกผิด และกลับใจจากบาป, ตายแล้วเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ ก่อน]

7 Trumpets

และทูตสวรรค์องค์ที่เจ็ดก็เป่าแตรขึ้น และมีเสียงหลายๆ เสียง กล่าวขึ้นดังๆ ในสวรรค์ว่า
"ราชอาณาจักรแห่งพิภพนี้ ได้กลับเป็นราชอาณาจักร ขององค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
และเป็นของพระคริสต์ของพระองค์ และพระองค์จะทรงครอบครอง ตลอดไปเป็นนิตย์ "
[วิวรณ์ 11:15]

      หลังจากที่คุณได้อ่านเรื่องการบังเกิดใหม่แล้ว คุณจะพอนึกภาพออกว่า เราเกิดมาในโลก ก็เป็นศัตรูกับพระเจ้า (โรม 5:10; สดุดี 51:5) อยู่ในอาณาจักร (เป็นฝ่ายวิญญาณ) ของซาตานโดยอัตโนมัติ เราต้องสำนึกผิด กลับใจ จากบาป เชื่อในฤทธิ์อำนาจของพระเยซู ที่จะเอาชนะความชั่ว (เรียกว่าบังเกิดใหม่) จึงจะกลับเป็นฝ่ายพระเจ้าได้

      ในพระคัมภีร์เดิม ไม่มีการเปิดเผยถึงแผ่นดินสวรรค์ และผู้คน ก็ไม่ทราบแน่ชัดเกี่ยวกับ ชีวิตหลังความตาย แต่ดาวิดได้พูดถึงลักษณะของอาณาจักรพระเจ้าไว้ ในสุดดี 145:13 โดยพระเจ้าได้วางแผน กำหนดให้มนุษย์คู่แรก ขยายอาณาจักรพระเจ้าออกไป (ปฐมกาล 1:26-28) แต่เมื่อมีความบาปเกิดขึ้น พระเจ้าจึงได้ ดำเนินแผนการณ์ ช่วยกู้ ให้มนุษย์คืนดีกับพระองค์ผ่านผู้หญิง (ปฐมกาล 3:15) โดยเลือกชนชาติอิสราเอล สืบทอดแผนนี้ต่อไป

"ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลักและฆ่าและทำลายเสีย เราได้มาเพื่อ
เขาทั้งหลายจะได้ชีวิต และจะได้อย่างครบบริบูรณ์
" [มัทธิว 13:11]

      จากข้อพระคำ ทำให้เห็นว่า ซาตาน พยายามขัดขวางมนุษย์ ที่จะเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็น การล่อลวงให้ไหว้รูปถือผี ก้มกราบรูปเคารพแทนพระเจ้า และดำเนินการอธรรมต่างๆ ซึ่งขัดกับความ ชอบธรรม และ บริสุทธิ์ของพระองค์ แต่โดยพระเยซู ผู้สละพระชนม์เพื่อมนุษย์ พระองค์ได้รับโทษของความบาป คือ ความตาย แทนมนุษย์ด้วยความรัก พระเยซูคริสต์ ได้หลั่งเลือดและพลีชีพบนไม้กางเขน เพื่อแบกรับบาปผิดทั้งปวง

      การที่พระเยซูประกาศ "แผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว" หมายถึง มาแล้ว (เหมือนตอนยูดาส เข้ามาใกล้พระเยซู) แต่ไม่ได้มาในรูปแบบที่มองเห็นได้ (ลูกา 17:20-21; 19:11; ยอห์น 11:11-13) ชาวอิสราเอล เข้าใจว่าจะมาทันที เมื่อไม่มา จึงเปลี่ยนมาเรียกร้องให้ตรึงพระเยซูที่กางเขน แผ่นดินพระเจ้าจึงถูกยกให้กับชาวต่างชาติ (มัทธิว 21:43) ผ่านทางคริสตจักรสากล ที่มีทุกชนชาติ ทุกภาษาในหนึ่งเดียว

      พระองค์สอนว่า "อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ภายในท่าน" หมายถึง ขอบเขตแห่งการปกครองของพระเจ้า ที่อยู่ในโลกนี้ เป็นบริเวณที่มีผู้ยอมรับการปกครอง ของผู้ที่รักพระเจ้า บังเกิดเข้าสู่อาณาจักร จึงเป็นสิ่ง ล้ำลึก (เอเฟซัส 1:9-10; 3:8-11) โดยปัจจุบันนี้ อาณาจักร เป็นส่วนถูกตั้งขึ้นแล้วทางวิญญาณ แต่ยังมองไม่เห็นในโลกนี้ ส่วนอาณาจักร ที่มองเห็นได้ อยู่ในสวรรค์ ซึ่งไม่ใช่บนท้องฟ้า แต่เป็นที่ประทับพระเจ้า และพระองค์กำลังคอยเวลา ที่จะกลับมา ตั้งอาณาจักรที่มองเห็นได้ถาวรบนโลก

Kingdom's Model

เราจะมอบลูกกุญแจแผ่นดินสวรรค์ให้ไว้แก่ท่าน ท่านจะกล่าวห้ามสิ่งใดในโลก สิ่งนั้นก็จะถูกกล่าวห้ามในสวรรค์
เมื่อท่านจะกล่าวอนุญาตสิ่งใดในโลก สิ่งนั้นจะกล่าวอนุญาตในสวรรค์ด้วย
[มัทธิว 16:19]

      พระเยซูเปิดเผยว่า "บนศิลานี้เราจะสร้างคริสตจักรของเรา" (มัทธิว 16:18) เป็นข้อบ่งชี้ว่า คริสตจักร จะเริ่มขึ้นจากพระคริสต์ ซึ่งเป็นศิลามุมเอกก้อนนั้น ซึ่งคริสตจักรได้ถูกสร้างขึ้น จะต้องมีหินก้อนเล็กๆ อีกหลายก้อน (เช่นคนอย่างเปโตร) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐาน โดยมีข้อสังเกตุคือ "พลังแห่งความตาย จะมีชัย เหนือคริสตจักรไม่ได้" หมายถึง คริสตจักรจะมีศัตรูต่อสู้ แต่ศัตรูไม่อาจเอาชนะได้ และ พระเยซูสัญญา "จะให้กุญแจแก่คริสตจักร" เพื่อเข้าสู่อาณาจักรของพระองค์

      ฤทธิ์อำนาจนี้ ถูกปลดปล่อยในกิจการบทที่ 2 เมื่อผู้เชื่อทั้งหลาย ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ (* กิจการ 1:8 *) กุญแจนี้คือ พลังอำนาจที่จะผูกมัด (กล่าวห้าม) และปลดปล่อย (อนุญาต) พันธนาการฝ่ายวิญญาณให้เป็นอิสระ ซึ่งจะเป็นกุญแจไปสู่ชัยชนะ โดยมีพระเยซูเป็นศรีษะคริสตจักร เป็นกษัตริย์เหนืออาณาจักรของพระเจ้า และเราต้อง บังเกิดใหม่ โดยการสำนึกบาป พระเยซูตรัสว่า "จงกลับใจเสียใหม่ เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว"

จงเข้าไปทางประตูแคบ เพราะว่าประตูใหญ่ และทางกว้าง ซึ่งนำไปถึงความพินาศ และคนที่เข้าไปทางนั้นมีมาก
เพราะว่าประตู ซึ่งนำไปถึงชีวิตนั้น ก็คับและทางก็แคบ ผู้ที่หาพบก็มีน้อย
[มัทธิว 7:13-14]

      มีหนทางเดียวที่จะเข้าสู่อาณาจักรได้ คือ ทางพระเยซูคริสต์ ถ้าเราไม่เข้าไปเสียเดี๋ยวนี้ วันหนึ่งประตูจะถูกปิด ขณะนี้ เรายังมีเวลากลับใจจากบาป แต่วันที่พระเจ้าพิพากษา ก็สาย เกินไป และเมื่อเราได้รับสิทธิ เข้าไปแล้ว ต้องพัฒนาชีวิตให้เหมาะสมกับอาณาจักรนั้นด้วย

มิใช่ทุกคนที่เรียกเราว่า 'พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า' จะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา ผู้ทรงสถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้ [มัทธิว 13:11]

The Key

      ในปัจจุบัน มีคนอ้างตัวว่าอยู่ฝ่ายพระเจ้า แต่ยังมีชีวิตอยู่ในบาป แต่เมื่อถึงวันพิพากษา พระเจ้าจะให้ทูตสวรรค์ แยกคนเลวออกทิ้งในไฟนรก เหมือนแยกข้าวละมาน (มัทธิว 13:38-43) คัดแต่ปลาดีใส่ตระกร้า (มัทธิว 13:47-50) ก่อนตั้งราชอาณาจักรสุดท้าย [โปรดอ่าน ปริศนาพยากรณ์ แห่งหนังสือดาเนียล] พระเจ้าจะทรงพิพากษา คนทั้งหมด ทั้งผู้มีชีวิตและผู้ที่ตายไปแล้ว เมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา (2 ทิโมธี 4:1)

Jesus Comes

"เรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ในพวกท่านที่ยืนอยู่ที่นี่ มีบางคนที่ยังจะไม่รู้รสความตาย
จนกว่าจะได้เห็นแผ่นดินของพระเจ้า มาด้วยฤทธานุภาพ"
[มาระโก 9:1]

วัฒนธรรมที่ตรงกันข้ามของอาณาจักร

1. คนยากจน (บกพร่อง) เป็นคนมั่งมี ผู้สำนึกว่า ไม่มีความสามารถ หรือแก้ไขปัญหาเองไม่ได้ ทำให้ตนเองรอด ได้รับพระพร (มัทธิว 5:3) โลกให้เกียรติผู้มั่งมีวัตถุ แต่พระเจ้า เลือกผู้ยากจน และให้ร่ำรวยในความเชื่อ (ยากอบ 2:5; ลูกา 6:20,24)

2. ความเศร้าโศกนำความชื่นชมยินดีมาให้ มีความโศกเศร้า 2 ชนิด เศร้าจากบาปแบบโลก และเศร้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ความเสียใจที่ชอบพระทัยพระเจ้า ทำให้กลับใจใหม่ (2 โครินธ์ 7:10) ผู้เศร้าโศกเป็นสุข เพราะพระเจ้าจะปลอบประโลม (มัทธิว 5:4; 6:21 ยอห์น 16:20) แต่ความชื่นชมยินดี จะนำความเศร้ามาให้ ผู้ที่อยู่ในอาณาจักรโลก (ลูกา 6:25)

3. ผู้อ่อนโยนเป็นผู้มีชัยชนะ อ่อนโยนไม่ใช่อ่อนแอ มีความสุภาพ นุ่มนวล ตรงข้ามกับโลก คือ "มั่นใจในตนเอง" เป็นผลฝ่ายพระวิญญาณ (กาลาเทีย 5:22-23) โลกไม่เห็นว่าคนอ่อนโยนจะมีชัยชนะ แต่พระเจ้าสัญญาว่าจะได้รับแผ่นดินโลก เป็นมรดก (มัทธิว 5:5)

4. ผู้หิวกระหาย จะได้อิ่มหนำ ไม่ใช่ความหิว อำนาจ ความร่ำรวย ความสำเร็จ และความสุข หากแต่แสวงหาความชอบธรรม ความสุขและพระพรจากพระเจ้า โดยการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ เพราะความหิวฝ่ายโลก จะยังหิวเรื่อยไป (ลูกา 6:25)

5. ผู้มีใจเมตตา ได้รับความกรุณา โลกจะสอนว่า ถ้าเมตตาเกินไป จะถูกขอไม่หยุด และโดนตักตวงผลประโยชน์ แต่วัฒนธรรมอาณาจักรสวรรค์ ตรงกันข้าม ถ้าเราเมตตา เราจะได้รับความกรุณาจากพระเจ้า (มัทธิว 5:7)

6. เน้นภายในมากกว่าภายนอก ไม่ใช่เคร่งครัด ถืออด กินมังสวิรัต เพื่อแสดงตนเป็นคนชอบธรรม พระเยซูเน้นที่ท่าทีจิตใจ ไม่ใช่การถือศาสนา (มัทธิว 5:8)

7. สันติภาพแทนการปฎิวัติ โลกมักเปลี่ยนแปลงด้วยการปฎิวัติ แต่ผู้สร้างสันติ คือผู้นำการเปลี่ยนแปลง ในอาณาจักรพระเจ้า ผู้ถูกข่มเหงเพราะความชอบธรรม เป็นเจ้าของแผ่นดินสวรรค์ (มัทธิว 5:9) สันติภาพ ไม่ใช่การวิ่งหนีปัญหา แต่สันติสุขพระเจ้า ไม่เหมือนที่โลกให้ (ยอห์น 14:27) เพราะสันติภาพนี้ ไม่มีความกลัว สามารถเป็นสุขได้ แม้สถานการณ์ไม่ใช่

8. ผู้ถูกข่มเหงได้รับการยกชูขึ้น เพื่อความชอบธรรม (มัทธิว 5:10) ไม่ใช่การทนทุกข์เพราะความผิดตัวเอง แต่เพราะพระนามพระคริสต์ (1 เปโตร 2:20) ซึ่งความบาปของเรา อยู่เบื้องหลังการทนทุกข์บางประการ (ยากอบ 5:14-16)

9. ผู้น้อยสุด คือผู้เป็นใหญ่ที่สุด โลกยกย่องความยิ่งใหญ่ จากความสำเร็จและชื่อเสียง แต่พระเจ้าเลือกคนเล็กน้อย ให้เป็นใหญ่ในสวรรค์ (มัทธิว 5:19)

10. ผู้ถ่อมใจ จะได้รับการยกย่อง ทุกคนที่ยกตัวขึ้นจะถูกเหยียดลง ผู้ที่ถ่อมตัว จะถูกยกขึ้น (ลูกา 14:11; มัทธิว 23:12)

11. ปรนนิบัติรับใช้ เพื่อเป็นผู้นำ โลกยกย่องคนตำแหน่งสูง ใช้คนอื่นปรนนิบัติ แต่อาณาจักรนี้ อยากเป็นใหญ่ ต้องรับใช้ผู้อื่น (มัทธิว 23:11; 20:26-28; ลูกา 22:26) ผู้เป็นคนต้นจะกลับเป็นคนสุดท้าย (มัทธิว 19:30; 20:16; ลูกา 13:30)

12. สิ่งเล็กน้อย กลายเป็นสิ่งใหญ่ พระเยซูอุปมาแผ่นดินสวรรค์ เหมือนเมล็ดผัก และชี้ให้เห็นหญิงม่ายที่ถวายเหรียญทองแดง ทั้งที่ขัดสนที่สุด (ลูกา 21:1-4)

13. ผู้ได้รับการยกย่อง มีค่าต่ำต้อย ผู้ถูกยกย่องในโลก ไม่ได้ชอบธรรมต่อพระพักตร์พระเจ้าเสมอไป เพราะพระเจ้าทอดพระเนตรคนที่จิตใจ (ลูกา 16:15)

14. ผู้ใหญ่กลับกลายเป็นเด็ก หมายถึง ยอมรับข่าวประเสริฐ ด้วยวิธีเช่นเด็กๆ ความเชื่อง่ายๆ (มัทธิว 18:1-4; 19:14; ลูกา 18:16-17; มาระโก 10:15)

15. ตายเพื่อได้ชีวิตอยู่ เสียชีวิตเพื่อรอด ต้องตายฝ่ายโลก ยอมตัดสัมพันธ์กับโลก เพื่อใช้ชีวิตในอาณาจักรพระเจ้า (ยอห์น 12:24) ยอมเสียชีวิตเพราะเห็นแก่พระเจ้า (มาระโก 8:35) แต่เราจะเสียชีวิต ถ้าให้โลกนี้เป็นมาตรฐาน ในการดำเนินชีวิต (มัทธิว 10:39; 16:24-25) ต้องเอาความเป็นตัวเอง หรือ เนื้อหนังออกไป แล้วทำตามพระทัยพระเจ้าทุกวัน (ยอห์น 12:25)

16. ให้เพื่อได้รับ ให้อะไรใครไว้ จะได้เช่นนั้นตอบแทน (ลูกา 6:38)

17. สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ คือสิ่งที่เป็นไปได้ สิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้ พระเจ้าทรงกระทำได้ (ลูกา 18:27; มาระโก 10:27)

18. ตาบอดมองเห็น แบกแอกเบา พระเยซูมาเพื่อให้สายตา ฝ่ายวิญญาณแก่ผู้หลงหายในความมืด (ยอห์น 9:39) แต่คนที่คิดว่าสายตาดี เพราะศีลธรรมที่เห็นและถืออยู่นั้น ตาบอด พระเยซูมาช่วยแบกภาระ และให้ภาระที่เบาแก่เรา คือ การขยายข่าวประเสริฐ

19. สะสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์ พระเยซูเปรียบเทียบ ผู้เน้นเรื่องทรัพย์สมบัติของโลกว่าเป็นคนโง่ (ลูกา 12:21) และสอนให้สะสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์ ที่ไม่มีวันสูญสิ้น (มัทธิว 6:19-21) ผู้ที่เอาดีเข้าตัว ก็สำหรับตัวเอง แต่ผู้ที่เอาดีให้พระเจ้า ผู้นั้นแหละ เป็นคนชอบธรรม (ยอห์น 7:18)

20. การแตกแยก แทนสันติภาพ คนที่กลับใจเชื่อ ได้บังเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ แต่คนที่ไม่ยอมรับพระเยซู ผู้นั้นไม่ได้เป็นของอาณาจักรพระเจ้า จึงทำให้เกิดการแตกแยก (ลูกา 12:51-53; มัทธิว 10:36)

21. สิ่งถูกปกปิด ถูกเปิดเผย อาณาจักรพระเจ้า จะขยายไปสู่คนบาป แทนคนชอบธรรม (มัทธิว 9:13) ซักวันคนที่มือถือสาก ปากถือศีล จะถูกเปิดโปง (มัทธิว 10:26-27) เพราะแผ่นดิน ของพระเจ้า เป็นเรื่องความชอบธรรม สันติสุข และชื่นชมยินดี ไม่ใช่การกินหรือดื่ม (โรม 14:17; 1 โครินธ์ 4:20)

22. ความตรงข้ามอื่น ๆ ได้แก่ ประตูแคบ ที่คนหาเจอมีน้อย (มัทธิว 7:13-14) ผู้เผยพระวจนะที่ภายนอกดูดี แต่จิตใจชั่วร้าย เช่น นักบวชนุ่งห่มชุดพิธีการ (มัทธิว 7:13-14) ผลของต้นไม้ แสดงถึงความดีเลวของมัน (มัทธิว 7:17-20; ลูกา 6:43-44) การอ้างสิทธิ (มัทธิว 7:21-23) รากฐาน 2 ชนิด (มัทธิว 7:24-27; ลูกา 6:46-49)

แต่ในพวกท่านหาเป็นอย่างนั้นไม่ ถ้าผู้ใด ใคร่จะได้เป็นใหญ่ ในพวกท่าน ผู้นั้นจะต้องเป็นผู้ปรนนิบัติท่านทั้งหลาย
และถ้าผู้ใดใคร่จะเป็นเอกเป็นต้น ผู้นั้นจะต้องเป็นทาสสมัครของคนทั้งปวง"
[มาระโก 10:43-44]

หลักการสำคัญสุดและหลักการทั่วไป

      1. รักพระเจ้า ด้วยสิ้นสุดจิตสุดใจ สิ้นสุดความคิดและสิ้นสุดกำลัง (มัทธิว 22:37)
      2. รักต่อผู้อื่น และปฎิบัติต่อผู้อื่น เหมือนที่ท่านรักตนเอง และปรารถนาให้ผู้อื่นปฎิบัติ (มาระโก 12:31)

      คนเย่อหยิ่งจะถูกกดให้ต่ำลง และผู้ต่ำต้อยจะได้รับการยกชู คนหิวจะกินอิ่ม คนมั่งมีจะกลับไปมือเปล่า (ลูกา 1:49-53) การอัศจรรย์ครั้งแรกของพระเยซู คือ การทำให้น้ำกลายเป็นน้ำองุ่น ดังนั้น บทบัญญัติที่ใช้ปกครอง อาณาจักรพระเจ้า ตรงข้ามกับบัญญัติ อาณาจักรธรรมชาติของโลกนี้

[1] หลักการความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว - อาณาจักรของพระเจ้า ไม่มีความเป็นพี่น้องหรือเข้าร่วมกับอาณาจักรของ ซาตาน ฤทธิ์อำนาจที่ไม่จำกัด เกิดจากความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (มัทธิว 18:19-20) พลเมืองที่ยังเป็นกายแห่ง เนื้อหนัง อาจมีการแตกแยกเป็นบางครั้ง แต่พระเยซูได้ให้กฎเกณฑ์ เพื่อจัดการแก้ปัญหาไว้ใน มัทธิว 18:15-35

[2] หลักการ การซึมซาบเข้าสู่โลก - พลเมืองต้องเป็นเกลือ และความสว่างของโลก (มัทธิว 5:13-16; ลูกา 11:33-36) ต้องรักษาความเค็ม และส่องสว่างแก่คนทั้งปวง (ลูกา 14:34-35) ในโลกธรรมชาติ เกลือใช้ถนอมรักษาอาหาร บาดแผลไม่ให้เน่าเปื่อย ในโลกวิญญาณ พลเมือง ต้องแทรกซึม และรักษาคุณค่าอาณาจักร และมีผลกระทบต่อหมู่ชนจำนวนมาก ต้องเป็นแสงสว่าง ที่ส่องเข้าไปในความมืด

[3] หลักการของการอธิษฐาน - ตั้งอยู่บนหลัก 3 ประการ ขอ หา เคาะ (มัทธิว 7:7-8) แต่ละระดับหมายถึง ความเข้มข้นที่มากขึ้น ในการแสวงหาพระเจ้า (มัทธิว 6:9-13; ลูกา 11:2-4)

[4] หลักการนมัสการ - พื้นฐาน ประกอบด้วย การให้-ท่านทีภายนอก (มัทธิว 6:1-4) การอธิษฐาน-ท่าทีสู่เบื้องบน (มัทธิว 6:5-15) การถืออด-ท่าทีภายใน (มัทธิว 6:16-18) โดยท่าทีทั้ง 3 จะต้องกระทำเป็นความลับ

[5] หลักการมีนิมิตเดียว - คือ การแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า (ลูกา 12:31) ก่อนสิ่งอื่นใด เพื่อ มีใจเดียวกัน การปรนนิบัติเดียวกัน มีความคิดเดียวกัน

The King of kings

พระองค์ตรัสตอบเขาว่า "ข้อความลับลึกแห่งแผ่นดินสวรรค์
ทรงโปรดให้ท่านทั้งหลายรู้ได้ แต่คนเหล่านั้น ไม่โปรดให้รู้"
[มัทธิว 13:11]

คำอุปมาของแผ่นดินสวรรค์

      ก่อนจะเล่าคำอุปมา พระเยซูได้กล่าวชัดเจนว่าอาณาจักรพระเจ้า คือใจความสำคัญของคำอุปมา คำอุปมา ทุกๆ เรื่องที่พระเยซูเล่า มีความสัมพันธ์ทางใดทางหนึ่ง กับอาณาจักรพระเจ้า ความรู้เกี่ยวกับความจริงฝ่ายวิญญาณ ของอาณาจักรพระเจ้า ได้มอบให้แก่สาวก เพราว่าเขาเข้าใจความคิดฝ่ายวิญญาณ ผู้ไม่มีความคิดฝ่ายวิญญาณ ได้ยินคำอุปมาแล้วจะไม่เข้าใจ เพราคนที่เป็นแต่เนื้อหนัง จะมีจิตใจบาป พระเยซูปกปิดหลักการยิ่งใหญ่ ด้วยคำอุปมา จากผู้ไม่เชื่อในพระองค์ (มาระโก 4:12) คนที่มีความคิดฝ่ายวิญญาณได้ ต้องบังเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ

"แต่มนุษย์ธรรมดาจะรับสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเป็นของพระวิญญาณแห่งพระเจ้าไม่ได้ เพราะเขาเห็นว่าเป็นสิ่งโง่เขลา
และเขาไม่สามารถเข้าใจได้ เพราะว่าจะเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ก็ต้องสังเกตด้วยวิญญาณ"
[1 โครินธ์ 2:14]

การเสนอให้รับราชอาณาจักร

      1. ท่อนผ้าที่ถูกปะ (มัทธิว 9:16; มาระโก 2:21; ลูกา 5:36) ผ้าใหม่มาปะเสื้อเก่าด้วยกันไม่ได้ อาณาจักรพระเจ้า ไม่สามารถนำเอาสิ่งเก่าๆ จากอาณาจักรเก่ามารวมด้วยได้

      2. ถุงใส่เหล้าองุ่น (มัทธิว 9.17; มาระโก 2:22; ลูกา 5:37) จะเข้าในอาณาจักรพระเจ้า ต้องทิ้งรูปแบบเดิม ของประเพณีทางศาสนา ไม่สามารถ ใส่เรื่องนี้ ด้วยการดำเนินชีวิตแบบเดิม

      3. ผู้เลี้ยงแกะที่ดี (ยอห์น 10:1-16) พระเยซูผู้เป็นกษัตริย์ ได้รับการเปรียบเทียบกับผู้เลี้ยงแกะ พระองค์จะนำแกะ ออกจากพันธะทางศาสนา และนำแกะเข้าสู่อิสรภาพ แห่งอาณาจักรพระเจ้า แกะรู้จักเสียงผู้เลี้ยง และตอบสนองข้อเสนอ รับเอาอาณาจักร

      4. บุตรน้อยหลงหาย (ลูกา 15:11-32) แกะหลง (มัทธิว 18:12-14; ลูกา 15:4-7) เหรียญเงินหาย (ลูกา 15:8-10) แสดงถึงการตามแกะที่หลงไปของพระบิดา การสำนึกผิด เป็นกุญแจไปสู่ การเป็นทายาทในราชอาณาจักร

      5. งานเลี้ยง งานแต่งงาน (มัทธิว 22:1-14; ลูกา 14:16-24) พระเยซูทรงเชื้อเชิญคนยุคปัจจุบัน ให้เข้าสู่ อาณาจักร เดิมคำเชิญได้ชาวอิสราเอล แต่ไม่ใช่ทุกคน จึงมีคำเชิญไปยังคนต่างชาติ

      6. คนสร้างบ้าน 2 คน (มัทธิว 7:24-27) ราชอาณาจักร ถูกสร้างขึ้นบนพระเยซูคริสต์ บ้านที่ถูกสร้างบนศิลา จะยืนหยัดต่อพายุทุกครั้ง ให้สร้างชีวิต บนรากฐานนิรันดร์ แห่งอาณาจักรพระเจ้า

      7. ประตู 2 ชนิด (มัทธิว 7:13-14; ลูกา 13:24-28) มีเพียงประตูเดียวที่เข้าอาณาจักรได้ ประตูนี้คือ พระเยซู

การปฎิเสธอาณาจักร

      8. คนเฝ้าสวนฆ่าลูกชายเจ้าของสวน (มัทธิว 21:33-34; มาระโก 12:1-11; ลูกา 20:9-18) พระเยซูเปิดเผยว่า คนอิสราเอลจะปฎิเสธพระองค์ ในฐานะพระมาซีฮาห์ พระเจ้าส่งผู้พยากรณ์ แต่อิสราเอลฆ่าเสีย จึงส่งพระบุตร และก็ถูกฆ่าเช่นกัน

      9. ต้นมะเดื่อไร้ผล (ลูกา 13:6-9) ต้นมะเดื่อ เป็นสัญลักษณ์ของชนชาติอิสราเอล พระเจ้าทรงตั้งอิสราเอล เพื่อเปิดเผยแผ่นดินพระองค์แก่โลก หลายครั้งพระเจ้าพยายามให้ ต้นไม้นี้ ออกผลท่ามกลางชาติต่างๆ แต่อิสราเอลก็ยังคงไร้ผล

อาณาจักรถูกเลื่อนออกไป

      10. เงินตะลันต์ (มัทธิว 25:14-30; ลูกา 19:11-27) คนเดินทางไกล (มาระโก 13:34-37) คนใช้ (มัทธิว 24:43-51 ลูกา 12:39-46) คนใช้ที่เฝ้าระวัง (ลูกา 12:36-38) พระเยซูเล่าคำอุปมามากมาย ที่เปิดเผยว่า อาณาจักรพระเจ้าจะถูกตั้งขึ้น ในรูปแบบสุดท้ายในอนาคต แต่พระองค์ถูกปฎิเสธ และเน้นว่า สาวกต้องสัตย์ซื่อ ต่อหน้าที่ โดยใช้ตะลันต์และความสามารถ ที่พระเจ้าให้ไว้ เพื่อขยายอาณาจักรของพระองค์

      11. ต้นมะเดื่อ (มัทธิว 24:32-34; มาระโก 13:28-31; ลูกา 21:29-32) พระเยซูบอกประมาณเวลา ของการตั้งอาณาจักรพระเจ้า เป็นครั้งสุดท้าย เมื่ออิสราเอล ถูกนำกลับคืนมา ยังดินแดนของตนและเริ่ม "ผลิใบ" เป็นชนชาติหนึ่งอีกครั้ง เวลาของการเสด็จกลับมาของกษัตริย์ก็ใกล้เข้ามา (เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้ว)

การเติบโตของอาณาจักร

      12. ผู้หว่านพืช (มัทธิว 13:3-8; มาระโก 4:3-8; ลูกา 8:5-8) ข่าวประเสริฐของอาณาจักรถูกประกาศออกไป เหมือนการหว่านเมล็ดพืช จะมีการตอบสนองหลายอย่างต่างกันไป ผลไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้หว่าน แต่ขึ้นอยู่กับชีวิตในเมล็ด และสภาวะของดิน

      13. ข้าวละมานและข้าวสาลี (มัทธิว 13:24-30) ซาตานพยายามให้แผนการของอาณาจักรพ่ายแพ้ จึงหว่าน "วัชพืช" ลงท่ามกลางเมล็ดดี ซึ่งดูคล้ายคลึงกับข้าวสาลีที่ดี แต่ในเวลาเก็บเกี่ยว จะสังเกตุได้จากเมล็ดข้าว วัชพืชจะไม่เกิดผลดี

      14. อวนจับปลา (มัทธิว 13:47-50) ราชอาณาจักรเปรียบเหมือนอวนใหญ่ในทะเล ปลาทุกชนิดจะเข้าไป แต่เมื่อลากเข้าฝั่ง ปลาดีจะถูกแยกออก ราชอาณาจักรจะนำคนจากทุกๆ ชาติ ก่อนตั้งครั้งสุดท้าย จะมีการพิพากษา แยกคนชั่วออกไป

      15. เมล็ดพันธุ์ผักกาด (มัทธิว 13:31-32; มาระโก 4:31-32; ลูกา 13:19) อาณาจักรเติบโตเหมือนเมล็ดเล็กๆ มีการเริ่มต้นไม่สำคัญอะไร แต่จะเติบโต เป็นขนาดใหญ่ และเกิดประโยชน์มากมาย

      16. เชื้อขนมปัง (มัทธิว 13:13; ลูกา 13:21) ฤทธิอำนาจของอาณาจักร ไม่ได้อยู่ภายนอก แต่อยู่ภายใน อาณาจักรจะขยายออกไปทั่วโลก เหมือนกับ ขนมปังที่ฟูขึ้น

การพิพากษาของอาณาจักร

      17. สาวพรมจารีย์ 10 คน (มัทธิว 25:1-12) แกะและแพะ (มัทธิว 25:31-46) ในเวลาพิพากษา ผู้ที่พร้อมก็จะเข้าไป ผู้ที่เป็นแกะที่แท้จริง จะได้รับการยอมรับ ส่วนคนอื่นจะถูกปฎิเสธ

คุณค่าแห่งอาณาจักร

      18. ไข่มุกราคาสูง (มัทธิว 13:45-46) สมบัติที่ซ่อนไว้ (มัทธิว 13:44) อาณาจักรพระเจ้า มีค่าสูง จนไม่มีสิ่งใด เปรียบเทียบได้ มีค่ามากกว่าสมบัติใดๆ ของมนุษย์ ถ้าเราต้องเสียทุกสิ่ง เพื่ออาณาจักรนี้ ก็มีค่ามากพอที่จะสละได้

      19. คนต้นเรือน (มัทธิว 13:52) พระเยซูเปรียบเทียบพระองค์ เหมือนคนเฝ้าสิ่งของ ซึ่งอาจนำเมล็ดข้าวใหม่ หรือเก่า น้ำองุ่นใหม่หรือเก่า แต่ก็ทำให้บ้านเรือนได้รับสิ่งต้องการ อาณาจักรที่พระเยซูนำมา เหมือนรูปแบบเดิม แต่ก็เป็นของใหม่โดยสิ้นเชิง แต่ทั้งสิ่งใหม่และเก่า มีคุณค่าในการตอบสนองความต้องการ ของผู้อาศัยในอาณาจักรพระเจ้า

ชีวิตในอาณาจักร

      20. บุตร 2 คน (มัทธิว 21:28-32) ความเชื่อฟัง เป็นการทดสอบการเป็นบุตรในครอบครัว

      21. ชาวสะมาเรียใจดี (ลูกา 10:30-37) เพื่อนบ้านของเรา คือใครก็ตามที่ขัดสน เรารู้ว่าเขาต้องการอะไร เราต้องมีความรักต่อผู้อื่น และช่วยให้เขา ได้ในสิ่งที่ต้องการ

      22. เจ้าหนี้ 2 คน (ลูกา 7:41-43) สอนว่าคนมีประสบกาณ์ความรักแห่งอาณาจักร ก็จะแสดงความรักนั้นออกมาได้

      23. ฟาริสีและคนเก็บภาษี (ลูกา 18:10-14) ฟาริสีเข้าหาพระเจ้าด้วยความชอบธรรมตัวเอง คนเก็บภาษีรู้ว่าไม่มีค่าพอจะยืนต่อหน้าพระเจ้า พระเยซูสอนให้คนถ่อมใจ ในคำอธิษฐาน และบาปของความชอบธรรมตนเอง

      24. ความคิดคำนึงของเศรษฐี (ลูกา 12:16-21) ตัวอูฐรอดรูเข็ม (มัทธิว 19:24) การพึ่งพิงความมั่งมีทางวัตถุ เป็นของชั่วคราว สิ่งสำคัญเหนือชีวิต คือ อาณาจักรนิรันดร์ อูฐที่รอดรูเข็มได้ ต้องถอดสัมภาระ ทั้งสิ้นวางไว้นอกประตูเมือง

      25. ผงกับท่อนไม้ (มัทธิว 7:1-5; ลูกา 6:41-42) เราควรพิจารณาพิพากษาตนเอง มากกว่าตัดสินผู้อื่น

      26. การเก็บเกี่ยว (มัทธิว 9:37-38, ลูกา10:2) ข้าวสุกและพร้อมที่จะรวบรวม เน้นความตั้งใจของผู้เชื่อ ที่จะขยายอาณาจักรพระเจ้าออกไป

      27. ผู้พิพากษาและหญิงหม้าย (ลูกา 18:1-8) มิตรสหายที่เพียรขอ (ลูกา 11:5-10) แสดงให้เห็นความสำคัญ ของการเพียรอธิษฐาน

      28. ทาสที่สัตย์ซื่อ (มัทธิว 25:14-30) เน้นความสำคัญคนต้นเรือนที่ฉลาดและชอบธรรม ดูแลทรัพย์สมบัติ อาณาจักรก็มอบให้กับผู้เชื่อที่สัตย์ซื่อ

      29. ที่นั่งในงาน (ลูกา 14:7-11) ความถ่อมใจเป็นสิ่งสำคัญ จะได้รับการยกย่องในอาณาจักรพระเจ้า

      30. เถาองุ่น (ยอห์น 15:1-6) ความสัมพันธ์ของพระเยซูต่อคริสตจักร

      31. คนงานสวนองุ่น (มัทธิว 20:1-6) สอนว่าบำเหน็จนิรันดร์ ไม่ได้ตั้งอยู่บนมาตรฐานโลก

      32. หน้าที่คนรับใช้ (ลูกา 17:7-10) ความเข้าใจที่เหมาะสมในความผูกพันกับอาณาจักร

      33. เสื้อผ้าที่สวมในงานสมรส (มัทธิว 22:10-14) เราต้องสวมความชอบธรรม เพื่อจะคงอยู่ในอาณาจักร ไม่ใช่ความชอบธรรมตนเอง แต่ได้มา โดยทางความชอบธรรม จากองค์พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า

Judgement

"อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย แต่ไม่มีอำนาจ ที่จะฆ่าจิตวิญญาณ
แต่จงกลัวพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ ที่จะให้ทั้งจิตวิญญาณทั้งกายพินาศในนรกได้
" [มัทธิว 10:28]

ผู้ไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า

      การเป็นพลเมืองของพระเจ้า ต้องมากกว่ายอมรับด้วยคำพูด ต้องประกอบด้วยการ เปลี่ยนแปลงความคิด และการกระทำ พระเยซูเน้นถึงการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า ในมัทธิว 21.28-32 เราต้องตอบสนอง พระคุณพระเจ้า เป็นส่วนตัว เพราะมีบาปมากมายที่ปิดกั้นการเข้าอาณาจักร

"ท่านไม่รู้หรือว่า คนอธรรมจะไม่มีส่วน ในแผ่นดินของพระเจ้า อย่าหลงเลย คนล่วงประเวณี
คนถือรูปเคารพ คนผิดผัวเมียเขา โสเภณีชาย ชายรักร่วมเพศ คนขโมย คนโลภ คนขี้เมา
คนปากร้าย คนฉ้อโกง จะไม่ได้รับส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า
" [1 โครินธ์ 6:9-10]

"การงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการล่วงประเวณี การโสโครก การลามก การนับถือรูปเคารพ
การถือวิทยาคม การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การริษยากัน การโกรธกัน การใฝ่สูง การทุ่มเถียงกัน
การแตกก๊กกัน การอิจฉากัน การเมาเหล้า การเล่นเป็นพาลเกเร และการอื่นๆ ในทำนองนี้อีก
เหมือนที่ข้าพเจ้าได้เตือนท่านมาก่อน บัดนี้ข้าพเจ้าขอเตือนท่าน เหมือนกับที่เคยเตือนมาแล้ว
ว่าคนที่ประพฤติเช่นนั้น จะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า
" [กาลาเทีย 5:19-21]

คนอธรรม หรือ คนลามก จะไม่ได้รับส่วนในแผ่นดินพระเจ้า เพราะพระเจ้าชอบธรรม คือ ยุติธรรม ถูกต้อง บริสุทธิ์ ความชอบธรรม มาทางความเชื่อในพระเยซู (2 โครินธ์ 5:21; มัทธิว 5:20) คนที่พยายามตามข้อเชื่อ ประเพณี ของหลักศาสนา กฎหรือศีลใดๆ เพื่อจะชอบธรรม ก็เป็นพวกเดียวกับฟาริสี เป็นความประพฤติภายนอก ไม่อาจ เปลี่ยนแปลงจิตใจภายในได้ ถ้ามีใครสอนเรื่องนี้ ผู้นั้นก็ปิดกั้นผู้อื่น ไม่ให้ไปสู่อาณาจักร (มัทธิว 23:13)
คนผิดประเวณี ล่วงประเวณี รวมทุกอย่างเกี่ยวกับความรู้สึกผิดทางเพศ ทั้งมีสัมพันธ์กับคนไม่ใช่คู่ครอง การสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน โฮโมเซกซ์ชวล การใช้ร่างกายในทางที่ผิด ฯลฯ
คนไหว้รูปเคารพ ไม่ใช่เพียงแค่รูปปั้น ต้นไม้ แต่รวมทุกอย่างที่เราเห็นว่าสำคัญกว่าพระเจ้า เช่น การรักเงินทอง

"ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าหมายความว่า เนื้อและเลือด จะมีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้ และสิ่งซึ่งเน่าเปื่อย จะมีส่วนในสิ่ง ซึ่งไม่รู้จักเน่าเปื่อยก็ไม่ได้" [1 โครินธ์ 15:50]

      นอกจากนี้ ยังรวมถึง คนเมาเหล้า คนขโมย คนโลภ คนด่าทอ คนโสโครก ถือวิทยาคม เกลียดชัง แตกแยก อิจฉาริษยา โกรธ แตกแยก ทุ่มเถียง ฆ่าคน เสเพล ฯลฯ เราไม่สามารถเข้าอาณาจักรได้ ด้วยเนื้อและเลือด เราต้องตัดสินใจบังเกิดใหม่ (มัทธิว 18:3; มาระโก 10:15) มีความเชื่อง่ายๆ เหมือนเด็กเล็กๆ

"ตัวอูฐจะลอดรูเข็มก็ง่ายกว่าคนมั่งมี จะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้า" [มาระโก 10:25]

      พระเยซูไม่ได้หมายความว่า ความมั่งมีจะทำให้คนเข้าอาณาจักรไม่ได้ แต่ความรักเงินทอง จะทำให้คนออกห่าง จากอาณาจักร เพราะ "ด้วยว่าการรักเงินทองนั้น เป็นมูลรากแห่งความชั่วทั้งมวล" [1 ทิโมธี 6:10] ถ้าคุณรู้สึกผิดบาป มีทางเดียวเท่านั้น คือสารภาพบาป กับพระเยซูคริสต์ (1 โครินธ์ 6:11)

"ถ้าตาของท่านทำให้ท่านหลงผิด จงควักออกทิ้งเสีย ซึ่งจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้า
ด้วยตาข้างเดียว ยังดีกว่ามีสองตา และต้องถูกทิ้งไปในนรก
" [มาระโก 9:47]

      อะไรก็ตามในชีวิตเรา ที่จะทำให้ทำบาป แม้จะเป็นสิ่งมีค่าต่อเรา เราต้องกำจัด ออกไป แม้บางครั้ง อาจต้อง เจ็บปวดเสียใจ แต่ดีกว่าจะถูกปฎิเสธการเข้าสู่อาณาจักร ไม่ว่าจะเป็น ความสนุกสนาน การครอบครอง ฯลฯ

Heavenly Steps

"เชิญมาเถิด" และให้ผู้ที่ได้ยินคำกล่าวว่า "เชิญมาเถิด" และให้ผู้ที่กระหายเข้ามา
ผู้ใดมีใจปรารถนา ก็ให้ผู้นั้นมารับน้ำแห่งชีวิต โดยไม่ต้องเสียอะไรเลย
[วิวรณ์ 22:17]



ส่งต่อเข้าเมลล์
ส่งต่อ
พิมพ์ออกกระดาษ
พิมพ์
ร่วมด้วย ช่วยโวต
โหวต
เก็บเข้าคลังส่วนตัว
เก็บ

Copyright © 2005 by GOD. Created by Web Inspirer. | Hosted by Maxx.me / คริสเตียน.net Back to Top