บัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในกิจการ

God with Us   End of Bar
หน้าบ้าน    FAQ    ฮอตฮิต    
>  พระคำ
>   บทความ
>   คำพยาน
>   บทเพลง
>   คริสตจักร
>   ดาวน์โหลด
>   หนังสือออนไลน์
>   บทเรียนออนไลน์
>   ลิงค์ต่างๆ
>   ติดต่อเรา

Online Status
F Guest
??????????? 7 ??
?????? 0 ??


[ - Login - ]

Sponsor by Web Inspirer


บัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในกิจการ

"เมื่อพระองค์ได้ทรงพำนักอยู่กับอัครทูต จึงกำชับเขามิให้ออกไปจากกรุงเยรูซาเล็ม
แต่ให้คอยรับตามพระสัญญาของพระบิดา คือพระองค์ตรัสว่า "ตามที่ท่านทั้งหลายได้ยินจากเรานั่นแหละ
เพราะว่ายอห์นให้รับบัพติศมาด้วยน้ำ แต่ไม่ช้าไม่นาน ท่านจะรับบัพติศมา ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์" ...
แต่ท่านทั้งหลาย จะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดช เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะเสด็จมาเหนือท่าน
และท่านทั้งหลาย จะเป็นพยานฝ่ายเรา ... จนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก
" [กิจการ 1:4-8]

      พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงเป็นพระเจ้า เป็นบุคคล ไม่ใช่ พลัง หรือ อิทธิฤทธิ์ เมื่อก้าวเข้ามาเป็นคริสเตียน พระองค์ทรงโปรดช่วยเรา แต่พระองค์พร้อมช่วยเรามากยิ่งขึ้น ถ้าเรายอมต่อพระองค์ "รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์" พระองค์จะทรงเมตตา เสด็จเข้ามาสำแดงพระเยซู และความจริง ให้กระจ่างในความคิดของเรา ให้เห็นความยิ่งใหญ่ พระคุณของพระเจ้า คริสเตียนที่มีประสบการณ์ การยอมจำนน ต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ อย่างสิ้นเชิง จะทำการของพระองค์ เกิดผล มีฤทธิ์เดช เพราะพระเจ้าจะทำการผ่านเรา และเราเป็นเครื่องมือของพระองค์


บัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ หมายถึงอะไร?

"เราให้เจ้าทั้งหลายรับบัพติศมาด้วยน้ำ แสดงว่ากลับใจใหม่ก็จริง แต่พระองค์ผู้จะมาภายหลังเรา
ทรงมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าเราอีก ซึ่งเราไม่คู่ควร แม้จะถอดฉลองพระบาทของพระองค์
พระองค์จะทรงให้เจ้าทั้งหลาย รับบัพติศมา ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และด้วยไฟ
" [มัทธิว 3:11]

      คำว่า "บัพติศมา" ในภาษากรีก แปลว่า "จุ่มลงในน้ำ" คนกรีกใช้คำว่า (1.) เมื่อเอาเสื้อฟ้า ลงไปย้อมสี เหมือนการย้อมผ้าในบ้านเรา สีชุ่มโชกในทุกซอกทุกมุมของผ้า (2.) เมื่อใช้ภาชนะจุ่มลงไปตักน้ำในบ่อ เหมือนคนไทยเรา ใช้ถึงตักน้ำ น้ำอยู่ในถัง และถังอยู่ในน้ำ

      "บัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์" จึง หมายถึงการที่คริสเตียน ได้รับประสบการณ์การถูกควบคุม โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตั้งแต่ภายในจิตวิญญาณ จนปรากฎออกมาสู่ภายนอก ตัวอย่างเช่น บ่อน้ำพุ มีน้ำธำรงชีวิต ไหลออกมาจากภายใน (ยอห์น 7:38-39; เอเสเคียล 47:1) หรือเปรียบเหมือน ช่างตีเหล็กให้เป็นดาบ นำเหล็กเข้าเตาไฟ


คริสเตียนทุกคน สามารถได้รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณ

เมื่อเรามาเชื่อ และรับความรอดแล้ว พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงทำงานเพื่อชักนำเรา เข้ามารู้จักพระเยซูหลายประการ เช่น

  1. ชักนำให้สนใจเรื่องพระเจ้า และเรื่องฝ่ายวิญญาณ
    เพราะแต่ก่อน ใจเราปักอยู่แต่กับเรื่องวัตถุของโลก (ยอห์น 6:44-45)
  2. ทรงสำแดงให้เรามองเห็นความผิด เข้าใจความชอบธรรม และความจริง เรื่องการลงโทษ (ยอห์น 16:7-11)
  3. ชักนำให้เรากลับใจจากความผิดบาป (โรม 2:4)
  4. ประทานประสบการณ์ การบังเกิดใหม่ให้แก่เรา (ยอห์น 3:5-9; โรม 8:9; ทิตัส 3:5; เอเฟซัส 1:13-14)
    • ทำให้เรารู้สึกถึงการเป็นบุตรของพระองค์ (โรม 8:14-16)
    • ทำให้เราได้รับสันติสุข และความยินดี (โรม 5:1-3)
    • นำเราเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ในพระกายพระคริสต์ (1 โครินธ์ 12:13)
    • ทำให้เราเข้าใจพระเจ้ามากขึ้น (1 โครินธ์ 12:2-3; มัทธิว 16:16-17 )
    • ทำให้เรามีความรักท่วมท้น (โรม 5:5)
      บัพติศมาในน้ำ เป็นการแสดง การมีชีวิตใหม่ บังเกิดใหม่ ในพระคริสต์ บัดนี้ เรารู้จักพระองค์ อย่างพระผู้ช่วย ให้รอดของเรา  แต่เราจะต้องรู้จักพระองค์ส่วนตัวในฐานะของผู้ประทาน บัพติศมาในพระวิญญาณแก่เราด้วย

      บัพติศมาด้วยพระวิญญาณ เป็นประสบการณ์อย่างหนึ่ง แตกต่างจากการรับความรอด เมื่อเรารับความรอด พระวิญญาณทรงประทานชีวิตใหม่แก่เรา แต่เมื่อเรารับบัพติศมา ด้วยพระวิญญาณ พระองค์ประทานฤทธิ์เดชแก่เรา และเมื่อเรามาเป็นคริสเตียน เรารู้จักพระเยซู ในฐานะพระผู้ช่วยให้รอด แต่เมื่อเรารับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณ เรารู้จักพระเยซู ในฐานะผู้ให้บัพติศมา มีพระคำหลายตอน ที่ยืนยันว่าประสบการณ์บัพติศมา ต่างกับการรับความรอด

"และดูเถิด เราจะส่งซึ่งพระบิดาของเราทรงสัญญานั้น มาเหนือท่านทั้งหลาย แต่ท่านทั้งหลาย
จงคอยอยู่ในกรุง จนกว่าท่านจะได้ประกอบด้วยฤทธิ์เดช ที่มาจากเบื้องบน
" [ลูกา 24:49]

"ผู้ที่วางใจในเราตามที่มีคำเขียนไว้แล้วว่า 'แม่น้ำที่มีน้ำธำรงชีวิต จะไหลออกมาจากภายในผู้นั้น'
สิ่งที่พระเยซูตรัสนั้น หมายถึงพระวิญญาณ ซึ่งผู้ที่วางใจในพระองค์ จะได้รับ
" [ยอห์น 7:38-39]

      แม้สาวกของพระเยซูรับความรอดและบัพติศมาในน้ำแล้ว (ลูกา 10:20; มัทธิว 19:28-29) แต่พระเยซูยังทรง กำชับให้พวกเขารอคอย รับฤทธิ์เดช เมื่อพระองค์จะบัพติศมาด้วยพระวิญญาณ เปโตร สรุปลำดับ คริสเตียน ด้วย ความรอด แล้วก็มาถึงการรับบัพติศมา ด้วยพระวิญญาณ

"ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า จงกลับใจใหม่ และรับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์สิ้นทุกคน
เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย แล้วท่านจะได้รับพระราชทาน พระวิญญาณบริสุทธิ์
" [กิจการ 2:38]

Baptism Model

"เพราะฉะนั้นถ้าท่านทั้งหลายเองผู้เป็นคนบาป ยังรู้จักให้ของดีแก่บุตรของตน ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด
พระบิดาผู้ทรงสถิตในสวรรค์ จะทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ แก่ผู้ที่ขอต่อพระองค์
" [ลูกา 11:13]

      ตัวอย่างการรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณจากพระคัมภีร์

  • วันเพนเตคอสเต สาวก 120 (กิจการ 2:1-4)
  • 1-2 ปี หลัง เพนเตคอส ชาวสะมาเรีย (กิจการ 8:15-17)
  • เซาโล ที่เมืองดามัสกัส (กิจการ 9:17)
  • 6 ปี ต่อมา คนต่างชาติในบ้านนายร้อย (กิจการ 10:44-46)
  • ประมาณ 20 ปี ต่อมา หลังเพนเตคอสครั้งนั้น สาวก 12 ในเมืองเอเฟซัส (19:1-7)


การบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ช่วยคริสเตียนอย่างไร?

      ทำไมพระเยซู จึงกำชับไม่ให้สาวกออกไปประกาศข่าวประเสริฐ จนกว่าจะได้รับพระราชทาน พระวิญญาณ บริสุทธิ์ เสียก่อน เนื่องจาก ภารกิจที่พระเจ้ามอบหมาย ให้กระทำในโลกนั้น เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ และยากยิ่งนัก ถ้าเราคิดว่า เราจะทำให้สำเร็จ โดยพึ่งพาอาศัยกำลัง และสติปัญญาของตนเอง นอกจากจะทำให้สำเร็จไม่ได้แล้ว คงจะทำให้ ตัวเราเอง ต้องท้อถอยหมดกำลังไปในที่สุด

      พระเยซูทรงทราบดี เมื่อพระองค์ทรงมีพระบัญชาให้สาวกทำการ ประกาศพระกิตติคุณ พระองค์จึงทรงสัญญา จะประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นผู้ช่วยสาวกของพระองค์ด้วย โดยการพึ่งพาพระวิญญาณ สาวกทำได้ โดยฤทธิ์เดช งานยากจึงกลายเป็นง่าย คริสเตียนที่คิดทำงานของพระเจ้า โดยไม่พึ่งพาพระวิญญาณ ต้องผิดหวัง อย่างแน่นอน พระเยซู จึงได้กำชับให้รับพระวิญญาณเสียก่อน ที่จะออกไปทำงานรับใช้ (ลูกา 24:47-49)

      สิ่งที่เราได้รับ เมื่อได้รับบัพติศมาโดยพระวิญญาณ

  1. เข้าใจพระเยซู และความจริงในพระคัมภีร์ชัดเจนยิ่งขึ้น (ยอห์น 15:26; 16:13)

  2. มองเห็นพระลักษณะของพระเจ้าชัดเจน ทำให้จิตใจเปี่ยมล้นด้วยความชื่นชมยินดี จนปรากฎออกมา เป็นคำสรรเสริญและขอบพระคุณ (เอเฟซัส 5:18-20; โรม 14:17) เช่น สาวกรับพระวิญญาณ ในวันเพนเตคอสเต กล่าวถึง มหกิจของพระเจ้า เป็นภาษาต่างๆ (กิจการ 2:1-3) และ คนต่างชาติที่รับเชื่อ พอรับพระวิญญาณ ก็ยกย่อง สรรเสริญพระเจ้า เป็นภาษาต่างๆ (กิจการ 10:45-46)

  3. ทำให้เราได้รับภาษาของพระองค์ในการอธิษฐาน สรรเสริญ (มาระโก 16:17; กิจการ 2:4; กิจการ 10:46; กิจการ 19:6; 1 โครินธ์ 14:2,4)

  4. ทำให้เราใช้ของประทาน อย่างมีประสิทธิภาพ (กิจการ 6:10; 19:6; 1 โครินธ์ 12:8,13) เช่น ถ้ามือคือของประทาน การบัพติศมา คือ พลังที่ทำให้มือมีกำลัง และทำหน้าที่ของมือได้ดี

  5. ทำให้เรามีความกล้าหาญในการเป็นพยาน (กิจการ 1:8; 4:31)

  6. ทำให้การเป็นพยานของเรา มีฤทธิ์เดช มีประสิทธิภาพ มากยิ่งกว่าการใช้สติปัญญา หรือ วาทะศิลป์ของเราเอง (กิจการ 1:8; 2:40-41; 1 โครินธ์ 2:4-5) เหมือนกับ การใช้ฝักบัวรดน้ำต้นไม้ กับการใช้สายยางรดน้ำ

  7. ทำให้เราเข้าใจอย่างจริงจังว่า พระองค์สถิตอยู่เคียงข้างเรา เพื่อจะช่วยเรา ขณะดำเนินชีวิตคริสเตียน
    • ทรงเป็นผู้เล้าโลมใจยามทุกข์ (ยอห์น 14:16)
    • ทรงเป็นผู้อธิษฐานขอแทนเรา (โรม 8:26-27)
    • ทรงเป็นผู้สอนเราทุกสิ่ง (ยอห์น 14:26; ลูกา 12:12)
    • ทรงเสียพระทัยเมื่อเราทำบาป (เอเฟซัส 4:30-31) หรือเมื่อปฎิเสธพระองค์ (กิจการ 7:51) หรือเมื่อเราไม่ยอมให้พระราชกิจเกิดผล (1 เธสะโลนิกา 5:19-20)
    • ทรงนำเราในการประกาศ หรือห้ามเราไม่ให้ทำการในที่ไม่เหมาะสม (กิจการ 13:2-4; 16:6-10)

  8. เกิดความกระตือรือร้นในการรับใช้ และร้อนใจเมื่อเห็นความผิดบาป (มัทธิว 3:11-12)

"พระหัตถ์ของพระองค์ถือพลั่วพร้อมแล้ว และจะทรงชำระลานข้าวของพระองค์ให้ทั่ว พระองค์จะทรง
เก็บข้าวของพระองค์ไว้ในยุ้งฉาง แต่พระองค์จะทรงเผาแกลบด้วยไฟที่ไม่รู้ดับ
" [มัทธิว 3:11-12]

      เช่น พระเยซูคริสต์ ถูกเจิมด้วยพระวิญญาณและฤทธานุภาพอย่างไร พระเยซู จะเสด็จไปกระทำคุณประโยชน์ รักษาบรรดาคน ซึ่งถูกมารเบียดเบียนอย่างนั้น (กิจการ 10:38) และ เซาโล ไม่ได้รีรอ ประกาศเรื่องพระเยซู หลังจากรับเชื่อ และรับพระวิญญาณแล้ว (กิจการ 9:17-20)


เราจะรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้อย่างไร?

      พระสัญญา ที่พระเยซูตรัสกับสาวก ว่าจะประทานพระวิญญาณให้แก่พวกเขานั้น บ่งชี้ว่า พวกเขาจะรับได้ อย่างง่ายโดยความเชื่อ เพราะเป็นพระประสงค์ของพระองค์อยู่แล้ว (กิจการ 1:4-5,8; ลูกา 11:10-13) พระสัญญานี้ บางคนบอกว่า สำหรับสาวก ในสมัยหนังสือกิจการฯ เท่านั้น แต่เปโตรได้ตอบคำถามนี้อย่างชัดเจนที่สุด

"พระเจ้าตรัสว่าในวาระสุดท้าย เราจะเทฤทธิ์เดช แห่งพระวิญญาณของเรา โปรดประทานแก่มนุษย์ทั้งปวง
บุตราบุตรีของท่านทั้งหลาย จะกล่าวคำพยากรณ์ คนหนุ่มของท่านจะเห็นนิมิต และคนแก่จะฝันเห็น
ในคราวนั้น เราจะเทฤทธิ์เดช แห่งพระวิญญาณของเรา บนทาสทาสีของเรา
" [กิจการ 2:17]

"ด้วยว่าพระสัญญานั้นตกแก่ท่านทั้งหลาย กับลูกหลานของท่านด้วย และแก่คนทั้งหลายที่อยู่ไกล
คือทุกคนที่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเรา ทรงเรียกมาเฝ้าพระองค์
" [กิจการ 2:39]

      ลูกหลานของท่าน หมายถึงเราในปัจจุบัน และแก่คนทั้งหลายที่อยู่ไกล หมายถึง เราซึ่งอยู่ห่างไกลอิสราเอล คือ คริสเตียนในประเทศด้วย แต่ในการรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ มีเงื่อนไขบางอย่าง ในพระคัมภีร์

  1. ทรงสัญญาประทานแก่คริสเตียนที่ได้บังเกิดใหม่ไปแล้ว

  2. ทรงสัญญาประทานแก่ผู้เชื่อ ที่ยังคงดำเนินชีวิตกับพระองค์ในปัจจุบัน
    • ก่อนพระเยซูตรัสเรื่องการทูลขอพระวิญญาณ พระองค์สอนสาวก ให้ตรวจสอบท่าทีตนเอง โดยอธิษฐานขอตามแบบพระองค์ (ลูกา 11:2-4)
    • ทรงสัญญาประทานแก่คนที่เชื่อฟังพระองค์ (กิจการ 5:32) ถ้าเรามีความผิดบาปเป็นกำแพงการขอ เราต้องสารภาพ และละทิ้งความบาปเสียก่อน (อิสยาห์ 59:2; สดุดี 66:18)

  3. ทรงสัญญาประทานแก่คริสเตียนที่หิวกระหาย คือมีความปรารถนาอย่างแท้จริง (ยอห์น 7:37-39) "ถ้าผู้ใดกระหาย ผู้นั้นจงมาหาเราและดื่ม", ความปรารถนาเหมือนแผ่นดินกระหายน้ำ, เหมือนคนหิวน้ำ ทำให้เราแสวงหาจากพระองค์ ด้วยสุดใจของเรา (อิสยาห์ 44:3)
    • ไม่จุใจในการดำเนินชีวิตคริสเตียน อย่างขาดกำลัง (กิจการ 19:2-6)
    • ไม่จุใจในการปฎิบัติพระเจ้าอย่างขาดประสิทธิภาพ (1 โครินธ์ 12:1)
    • ไม่จุใจที่ขาดฤทธิ์เดช (ลูกา 24:49)
    • ไม่จุใจที่ขาดสติปัญญาและความเข้าใจ (ลูกา 12:2; กิจการ 4:8)
    • ไม่จุใจที่ความสัมพันธ์กับพระเจ้ายังแห้งแล้ง (ยอห์น 4:14-15)
    • ตระหนักว่า ตนเองขาดความสามารถช่วยเหลือคนอื่น (ลูกา 11:6; ลูกา 18:26-27) ความรู้สึกว่าตนเองเก่งแล้ว แข็งแรงดีแล้ว มีความสามารถทำงานของพระเจ้าได้สำเร็จ เป็นอุปสรรคในการทูลขอบัพติศมา ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และการงานที่เกิดผล

  4. ทรงสัญญาแก่ผู้ที่พร้อมรับมหาบัญชาของพระองค์ (กิจการ 1:8) สาวกพร้อมออกไปประกาศนำวิญญาณ นำคนมาเป็นสาวก รับใช้พระเจ้า ไม่ใช่ สำหรับไว้อวดใคร หรือเพื่อประโยชน์ของตนเอง ดังเช่น เปโตร ปฎิเสธและตำหนิซีโมน คนทำวิทยาคมอย่างรุนแรง เมื่อคิดจะรับเพื่อได้ฤทธิ์เดช ไปกอบโกยประโยชน์ ของตัวเอง (กิจการ 8:18-24) เมื่อไหร่ก็ตาม ที่ท่านเต็มใจรับใช้ เต็มใจนำวิญญาณ เต็มใจสร้างสาวก พระเจ้าพร้อมประทานบัพติศมา ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้แก่ท่าน

  5. ทรงสัญญาประทานให้แก่ทุกคนที่ขอโดยความเชื่อ คือ ผู้ที่ทูลขอ (ลูกา 11:13) ผู้ที่วางใจ (ยอห์น 7:37-39) ผู้ที่ทูลขอด้วยความตั้งใจจริง วิงวอนอย่างเอาจริงเอาจัง และไม่หยุด (ลูกา 11:8-9) อาจโดยการวางมือ เพื่อหนุนความเชื่อผู้ขอ (กิจการ 8:15-17; 9:17; 19:6) หรืออาจโดยไม่ต้องมีการวางมือ (กิจการ 2:2; 10:44)

      หลังจากบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว เราควรดำเนินชีวิต โดยประกอบด้วยพระวิญญาณเสมอ (เอเฟซัส 5:18; กาลาเทีย 5:16) เหมือนกิ่งที่ต้องสนิทกับต้น (ยอห์น 15:5) บัพติศมาด้วยพระวิญญาณนั้น ไม่ใช่จุดสุดท้าย แต่เป็นจุดเริ่มต้น ให้พระเจ้าใช้เราอย่างกว้างขวาง และมีประสิทธิภาพ ให้เราเริ่มต้น โดยการแสวงหา และอธิษฐาน ทูลขอจากพระองค์ .....

อ้างอิง: คู่มือฟูมฟักผู้เชื่อใหม่ (เล่ม 3)      
ศาสนาจารย์ สมเกียรติ กิตติพงษ์      
คริสตจักรสามัคคีธรรมกรุงเทพ
     


ส่งต่อเข้าเมลล์
ส่งต่อ
พิมพ์ออกกระดาษ
พิมพ์
ร่วมด้วย ช่วยโวต
โหวต
เก็บเข้าคลังส่วนตัว
เก็บ

Copyright © 2005 by GOD. Created by Web Inspirer. | Hosted by Maxx.me / คริสเตียน.net Back to Top