ด้วยฤทธานุภาพพระนามพระเยซู

God with Us   End of Bar
หน้าบ้าน    FAQ    ฮอตฮิต    
>  พระคำ
>   บทความ
>   คำพยาน
>   บทเพลง
>   คริสตจักร
>   ดาวน์โหลด
>   หนังสือออนไลน์
>   บทเรียนออนไลน์
>   ลิงค์ต่างๆ
>   ติดต่อเรา

Online Status
F Guest
??????????? 7 ??
?????? 0 ??


[ - Login - ]

Sponsor by Web Inspirer


ด้วยฤทธานุภาพพระนามพระเยซู

"เหตุฉะนั้นพระเจ้าจึงได้ทรงยกพระองค์ขึ้นอย่างสูง และได้ประทานพระนาม เหนือนามทั้งปวงให้แก่พระองค์
เพื่อเพราะพระนามนั้น ทุกเข่า ในสวรรค์ ที่แผ่นดินโลก ใต้พื้นแผ่นดินโลก จะคุกลงกราบ พระเยซู และเพื่อทุกลิ้น
จะยอมรับ ว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า อันเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบิดาเจ้า
" [ฟิลิปปี 2:9-11]

ความสำคัญของชื่อ

    ในสมัยของพระคัมภีร์ ชื่อต่างๆ มีความสำคัญไม่เหมือนในปัจจุบัน ในวัฒนธรรมสมัยใหม่ ชื่อเป็นเพียงเครื่องหมาย บอกว่าใครเป็นใคร แต่ในสมัยพระคัมภีร์ ชื่อของคนมักจะบอกถึงเหตุการณ์ หรือสิ่งแวดล้อม ในขณะที่คนๆ นั้นเกิด และชื่ออาจแสดงถึงความหวัง หรือ เป็นคำพยากรณ์ (อิสยาห์ 8:1-4; โฮเชยา 1:4) เนื่องจาก ความสำคัญของชื่อต่างๆ ในพระคัมภีร์ พระเจ้าทรงเปลี่ยนชื่อหลายคน เช่น อับราม เป็น อับราฮัม (ปฐมกาล 17:5) ซาราย เป็น ซาราห์ และ ยาโคบ เป็นอิสราเอล
    ในพันธสัญญาใหม่ ชื่อยังคงมีความสำคัญ ซีโมน ถูกเรียกว่า เปโตร และ เซาโล กลายเป็น เปาโล ซึ่งชื่อเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นจุดหมายปลายทางของเขาในแผนการของพระเจ้า ด้วยเหตุที่ความสำคัญอยู่ในความหมายของชื่อ พระเจ้าจึงทรงเลือกชื่อพิเศษอย่างยิ่ง แก่พระบุตรองค์เดียวของพระองค์


พระนามของพระเยซู

"เธอจะประสูติบุตรชาย แล้วเจ้าจงเรียกนามท่านว่า เยซู เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่จะโปรดช่วยชนชาติของท่านให้รอดจาก ความผิดบาปของเขา" [มัทธิว 1:21]

    เยซู หมายถึง "พระผู้ช่วยให้รอด" พระองค์ยังถูกเรียกอีกว่า "พระเยซูคริสต์" "พระคริสต์" "องค์พระผู้เป็นเจ้า" (เจ้านายในภาษาอังกฤษ) "พระเยซูพระผู้เป็นเจ้า" ชื่อเหล่านี้รวมเข้าด้วยกัน ในตำแหน่งของ "พระเยซูคริสต์ จอมเจ้านาย" (หรือองค์พระผู้เป็นเจ้า) คำว่า "คริสต์" หมายถึง "ผู้ได้รับการเจิม"

    ครั้งหนึ่ง พระเยซูถูกเรียกว่า "อิมมานูเอล" หมายความว่า "พระเจ้าทรงอยู่กับเรา" แต่พระเยซูทรงเรียก พระองค์เองว่า "บุตรมนุษย์" และถูกเรียกว่า "บุตรพระเจ้า" ในพระธรรมยอห์น เรียกพระองค์ว่า "พระวาทะ" และ "พระเมษโปดก (ลูกแกะ) ของพระเจ้า" นอกจากนี้ ยังมีนามอื่นๆ อีกหลายนามที่ใช้แทนพระเยซู เช่น "อาหารแห่งชีวิต" "ความสว่างของโลก" เป็นต้น ชื่อแต่ละชื่อที่ให้แก่พระเยซู เป็นสิ่งสำคัญ ในการที่จะเข้าใจ ฐานะตำแหน่ง และงานรับใช้ของพระองค์

    แต่โดยทั่วไปแล้ว เราเรียกพระผู้ช่วยองค์นี้ว่า "เยซู" ตลอดทั่วทั้งพันธสัญญาใหม่ ชื่อนี้เอง บางครั้งรวมเข้ากับ ชื่ออื่นๆ ของพระองค์ เพื่อนำไปใช้ในการสำแดงฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า ผ่านผู้เชื่อ ในหนังสือ กิจการของอัครทูต

    พระเยซูได้รับชื่อของพระองค์ โดยกำเนิด โดยความสำเร็จของพระราชกิจ และ โดยการมอบหมาย หรือแต่งตั้ง พระองค์ได้รับมรดก คือ ชื่ออันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในจักรวาล พระนามของพระองค์ยิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์อื่นใด พระเยซูได้รับพระนามโดยความสำเร็จ เพราะพระองค์เอาชนะฤทธิ์อำนาจทั้งมวลของศัตรู (ฮีบรู 2:15) เป็นนามที่ ยิ่งใหญ่ที่สุด อยู่เหนือนามอื่นๆ ทั้งปวง "สูงยิ่งเหนือบรรดาเทพผู้ครอง เหนือศักดิเทพ เหนืออิทธิเทพ เหนือเทพ อาณาจักร และเหนือนามทั้งปวงที่เขาเอ่ยขึ้น มิใช่ในยุคนี้เท่านั้น แต่ในยุคที่จะมาถึงด้วย" [เอเฟซัส 1:21]

"แต่ในวาระสุดท้ายนี้พระองค์ได้ตรัสแก่เราทั้งหลายทางพระบุตร ผู้ซึ่งพระองค์ได้ทรงตั้ง ให้เป็นผู้รับ
สรรพสิ่งทั้งปวงเป็นมรดก พระองค์ได้ทรงสร้างกัลปจักรวาลโดยพระบุตร พระบุตรทรงเป็นแสงสะท้อนพระสิริ
ของพระเจ้า และทรงมีสภาวะเป็นพิมพ์เดียวกันกับพระองค์ และทรงผดุงโลกไว้ ด้วยพระดำรัสอันทรงฤทธิ์
ของพระองค์ เมื่อพระองค์ได้ทรงชำระบาปแล้ว ก็ได้ประทับ ณ เบื้องขวาของพระเจ้าเบื้องบน พระองค์ทรงยิ่งใหญ่
เหนือเหล่าทูตสวรรค์มากนัก ด้วยว่าพระองค์ทรงพระนาม ที่ประเสริฐกว่า นามของทูตสวรรค์
" [ฮีบรู 1:1-4]

ฤทธิ์อำนาจที่มีในพระนาม

    พระเยซูได้มอบพันธกิจอันยิ่งใหญ่ คือ การนำข่าวประเสริฐไปบอกแก่คนทั่วโลก โดยพระองค์ มอบฤทธิ์อำนาจ พิเศษแก่สาวก เพื่อให้พันธกิจนั้นสำเร็จได้ คือ สิทธิอำนาจของพระนามพระองค์เอง

"ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดี ทรงมอบไว้แก่เราแล้ว เหตุฉะนั้น
เจ้าทั้งหลาย จงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมา ในพระนามแห่ง
พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัด ซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้
นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค
" [มัทธิว 28:18-20]

    เมื่อบุคคลใดมอบชื่อของเขาเองให้แก่บุคคลอื่น หมายความว่าทั้งสอง มีความสัมพันธ์กัน อย่างใกล้ชิด เห็นได้จาก การที่พระเจ้าทรงประทานพระนามของพระองค์เองแก่ชาวอิสราเอล (เฉลยธรรมบัญญัติ 28:9-10) การถูกส่งไปพูดในนามของคนใดคนหนึ่ง คือ การมีสิทธิอำนาจของบุคคลนั้น (เยเรมีห์ 11:21-22) คนอธรรม พยายาม ฆ่าเยเรมีห์ เพราะว่าเขาพยากรณ์ในพระนามของพระเจ้า และเขารู้ว่าการพยากรณ์นั้น มีสิทธิอำนาจ ของ พระเจ้าอยู่เบื้องหลัง

    กุญแจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่ง ที่นำไปสู่ฤทธิ์อำนาจฝ่ายวิญญาณ คือ พระนามของพระเยซู เรามักล้มเหลว ในการรับใช้ เพราะว่าเราพึ่งพาความสามารถของตนเอง เพื่อปลดปล่อยช่วยเหลือคนบางคน ชื่อ ตำแหน่ง และ สิทธิอำนาจของเราไม่มีสิทธิอำนาจ แต่ฤทธิ์อำนาจที่แท้อยู่ในพระนามของพระเยซู

    แต่การท่องบ่นพระนามซ้ำๆ อาจคล้ายกับพิธีกรรมทางศาสนา เหมือนพวกฟาริสี และธรรมาจารย์ ชอบกระทำ พระนามพระองค์ไม่ใช่วลีที่มีมนต์ขลัง ฤทธิ์อำนาจในพระนามอยู่ที่ความเชื่อในพระนามนั้น สาวกของพระองค์ เน้นเรื่องนี้ภายหลังจากการรักษาโรค อย่างใน กิจการ บทที่ 3 เปโตรได้กล่าวว่า "โดยความเชื่อในพระนาม ของ พระองค์ พระนามนั้นจึงได้กระทำให้คนนี้ซึ่งท่านทั้งหลายเห็น และรู้จักมีกำลังขึ้น..." ความเชื่อในพระนามพระเยซู จะเพิ่มขึ้นได้ โดยการฟังพระวจนะของพระเจ้า เราสามารถเข้าใจสิทธิอำนาจที่อยู่เบื้องหลังพระนามนั้น และเข้าใจ แนวทางของพระคัมภีร์ในการใช้พระนามของพระองค์ อย่างสมควร [โปรดอ่าน ด้วยฤทธานุภาพแห่งความเชื่อ]

การใช้ฤทธิ์อำนาจพระนามพระเยซู

    1. เพื่อความรอด ฤทธิ์อำนาจที่ยิ่งใหญ่ในพระนาม ของพระเยซู คือ ฤทธิ์อำนาจของความรอดจากบาป ความรอดนั้น มาโดยทางพระนามของพระองค์เท่านั้น เราไม่อาจ ได้รับการอภัยบาปด้วยวิธีอื่น นอกจากทางพระนามพระเยซูเท่านั้น

"ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย ด้วยว่านามอื่นซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้
ไม่ทรงโปรดให้มีในท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า
" [กิจการ 4:12]

"ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษ ส่วนผู้ที่มิได้วางใจก็ต้องถูกพิพากษาลงโทษอยู่แล้ว
เพราะเขามิได้วางใจในพระนามพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า
" [ยอห์น 3:18]

"เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา" [ยอห์น 14:6]

    ในขณะที่เราไปประกาศข่าวประเสริฐ เราจำเป็นต้องเน้นว่า ความรอดมาโดยทางพระนามพระเยซู เท่านั้น การยอมรับ พระนามนี้ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับความรอด "คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในจิตใจว่า พระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด ด้วยว่า ความเชื่อด้วยใจ ก็นำไปสู่ ความชอบธรรม และการยอมรับสัจจะ ของพระเจ้าด้วยปาก ก็นำไปสู่ความรอด" [โรม 10:9-10;] ฤทธิ์อำนาจ ที่ให้เราเป็นบุตรของพระเจ้านั้น มาทางพระนามของพระเยซู (ยอห์น 1:12)

    2. เพื่อการชำระให้บริสุทธิ์ ไม่เพียงแต่เรา ได้รับการชำระจากบาปและถูกทำให้ชอบธรรมโดยทางพระนามพระเยซู เราได้รับการชำระให้บริสุทธิ์มา โดยทางฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า ซึ่งทำงานต่อเนื่องในเราหลังจากได้รับความรอด เพื่อทำให้เรามีชีวิตที่บริสุทธิ์ได้ ใน 1 โครินธ์ บทที่ 6 เปาโล พูดถึงความชั่วร้ายของความบาปว่า "แต่ก่อนมีบางคน ในพวกท่านเป็นคนอย่างนั้น แต่ท่านได้รับการชำระแล้ว ได้รับการทำให้บริสุทธิ์แล้ว ได้รับการทำให้เป็นผู้ชอบธรรม ในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้า และพระวิญญาณแห่งพระเจ้าของเรา"

    3. ในการอธิษฐาน ไม่ว่าเราจะขออะไรอะไร ในนามของพระองค์ เราก็จะได้รับตามนั้น แต่พระสัญญานี้ ต้องไปกันได้ กับหลักการอื่นๆ ของการอธิษฐาน [โปรดอ่าน การอธิษฐานให้ได้ผลดี] ต้องไม่ขออย่างเห็นแก่ตัว (ยากอบ 4:3)

"แม้จนบัดนี้ท่านยังไม่ได้ขอสิ่งใดในนามของเรา จงขอเถิดแล้วจะได้
เพื่อความชื่นชมยินดีของท่านจะมีเต็มเปี่ยม
" [ยอห์น 16:24]

"ในวันนั้นท่านจะไม่ถามอะไรเราอีก เราบอกความจริง แก่ท่านทั้งหลายว่า
ถ้าท่านขอสิ่งใดจากพระบิดา พระองค์จะประทานสิ่งนั้นให้แก่ท่านในนามของเรา
" [ยอห์น 16:23]

    เราต้องมีชีวิตชอบธรรมจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า ถ้าเราได้ทำบาปลงไป ต้องสารภาพและอธิษฐาน ขออภัยโทษ (ยากอบ 5:16) คำอธิษฐานของคนชอบธรรมเท่านั้นที่เกิดผล (ยอห์น 15:7) ถ้า เราอยู่ในพระคริสต์ เราจะได้ตามที่ขอ และถ้า เราดำเนินชีวิตด้วยการเชื่อฟังพระวจนะพระเจ้า จะขอในนามพระเยซูได้ เพราะการอธิษฐาน ในนามพระเยซู เป็นสิ่งที่เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า  พระเยซูอธิษฐานขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไป (ลูกา 22:42) แต่ให้เป็นไปตาม พระทัยพระบิดา
    ในบางกรณี อธิบายไว้ชัดเจนในพระคัมภีร์ว่า เรารู้น้ำพระทัยพระเจ้า และรู้แน่นอนว่าจะอธิษฐานอย่างไร แต่บางกรณี เราสามารถแสดงความประสงค์ของเราอย่างที่พระเยซูทรงกระทำ แล้วมอบความตั้งใจของเรา ให้อยู่ในน้ำพระทัยพระเจ้า เช่น เราต้องการทำอย่างหนึ่ง แต่พระเจ้าต้องการอีกอย่างหนึ่ง เราก็มอบถวายความตั้งใจของเรา และรับพระประสงค์ พระเจ้า มาปฎิบัติแทน ซึ่งทั้งหมดนี้ กระทำในพระนามพระเยซู ซึ่งเราควรขอบคุณพระเจ้า ในพระนามนี้ด้วย (เอเฟซัส 5:20; ฮีบรู 13:15)

    4. ในงานรับใช้ทุกๆ ด้าน พระนามของพระเยซู ต้องนำไปใช้ในทุกๆ ด้านของงานรับใช้ (มัทธิว 28:18-20; มาระโก 16:17-18) เพราะพระเจ้าได้ประทาน ฤทธานุภาพทั้งสิ้น ผ่านทางพระนามพระเยซูไว้แก่เราแล้ว

    5. หมายสำคัญและการอัศจรรย์ ฤทธิ์อำนาจ แห่งหมายสำคัญ การอัศจรรย์ทุกอย่าง ต้องกระทำในพระนามพระเยซู ดังที่สาวกอธิษฐานในกิจการ บทที่ 4:29-30 ว่า "บัดนี้พระองค์เจ้าข้า ขอโปรดทอดพระเนตรการขู่ของเขา และโปรดประทาน ให้ผู้รับใช้ของพระองค์ กล่าวถ้อยคำของพระองค์ด้วยใจกล้า ในเมื่อพระองค์ ได้ทรงเหยียดพระหัตถ์ ของพระองค์ออก รักษาโรคให้หาย และได้โปรดให้หมายสำคัญ กับการอัศจรรย์ บังเกิดขึ้น โดยพระนามแห่งพระเยซู ผู้รับใช้บริสุทธิ์ของพระองค์"

    6. การเทศนาและการสั่งสอน พระเยซูตรัสว่า ให้เทศนาและสั่งสอนข่าวประเสริฐ ตามที่ได้รับมอบหมาย ในพระนาม ของพระองค์ (มัทธิว 28:19-20; ลูกา 24:46-47) และด้วยเหตุที่พวกเขารู้สึกถึงฤทธิ์อำนาจในพระนามพระเยซู ศัตรูของ ข่าวประเสริฐจึงได้เตือนไม่ให้อ้างชื่อนั้นกับผู้ใดอีกเลย (กิจการ 4:17-18) แต่เปโตรกลับตอบว่า จะไม่พูดตามที่เห็น และ ได้ยินก็ไม่ได้ เหล่าสาวกได้เป็นพยานรู้เห็น ฤทธิ์อำนาจ ของพระเจ้า สิ่งที่เขาเห็นและได้ยินในพระนามพระเยซูนั้น เป็นพลังแห่งฤทธิ์อำนาจ ซึ่งขับเคลื่อนให้เข้าทำงานได้สำเร็จ โดยเราไม่เพียงแต่สอนในพระนามพระเยซูเท่านั้น เราต้อง สอนเกี่ยวกับชื่อนั้นด้วย

"แต่เมื่อฟีลิปได้ประกาศข่าวประเสริฐ ว่าด้วยแผ่นดินของพระเจ้า และพระนามแห่งพระเยซูคริสต์แล้ว
คนทั้งหลายก็เชื่อ และรับบัพติศมาทั้งชายและหญิง
" [กิจการ 8:12]

    7. การบัพติศมา ผู้เชื่อต้องบัพติศมาในน้ำ ในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ (มัทธิว 28:19; กิจการ 19:5) โดยพื้นฐานของพระนามนั้น ผู้เชื่อได้รับของประทานของพระวิญญาณบริสุทธิ์

"จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ สิ้นทุกคน เพื่อพระเจ้า
จะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย แล้วท่านจะได้รับพระราชทานพระวิญญาณบริสุทธิ์
" [กิจการ 2:38]

    8. การขับผี วิญญาณชั่วหรือมาร เป็นทูตสวรรค์ ของพระเจ้าซึ่งร่วมมือกับซาตานในการกบฎต่อพระเจ้า และตอนนี้ มันเป็นส่วนหนึ่งของพลังซาตานซึ่งกระทำการในโลกนี้ ด้วยวิธีชั่วร้ายต่างๆ มันสามารถเข้าครอบครองและกดดันผู้เชื่อได้ แต่อำนาจของซาตานต้องถูกหักออกโดยพระนามพระเยซู (มาระโก 16:17) เมื่อเปาโลเผชิญหน้ากับผู้หญิงซึ่งมีมารครอบครองอยู่ เขากล่าวแก่วิญญาณชั่วว่า

"'ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอ็งจงออกมาจากเขา' ผีนั้นก็ออกมาในเวลานั้น" [กิจการ 16:18]

    9. การรับใช้โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระเยซู ได้มอบพระวิญญาณบริสุทธิ์ไว้ในพระนามของพระองค์ (ยอห์น 14:26) การพูดภาษาต่างๆ โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้น เป็นตัวอย่างของงานรับใช้ต่างๆ ใน มาระโก 16:17 โดยของประทานทั้งหมดของพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งทรงอำนาจ ต้องกระทำในพระนามพระเยซู

    10. การรักษาโรค พระนามของพระเยซู ถูกนำมาใช้ ในการรักษาโรคแก่คนเจ็บป่วย (มาระโก 16:18; ยากอบ 5:14) เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ไม่เพียง ทนทุกข์ทรมานเพราะความบาปของเรา แต่ยังให้เราได้รับ การรักษาให้หายโรค (อิสยาห์ 53:5; มัทธิว 8:17; 1 เปโตร 2:24)
    เหตุใดเราจึงยอมรับความรอดจากบาป โดยทางพระนามของพระองค์ได้อย่างง่ายดาย แต่เป็นการยากสำหรับเรา ที่จะเชื่อในการรักษาโรค โดยทางพระนามของพระองค์? เมื่อสาวกพบกับคนง่อยที่ประตูพระวิหาร เปโตรกล่าวว่า

"เงินและทองเราไม่มี แต่ที่เรามีอยู่เราจะให้ท่าน คือในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์ชาวนาซาเร็ธ จงเดินเถิด" [กิจการ 3:6]

    เปโตรรู้จักฤทธิ์อำนาจในพระนามพระเยซู เขารู้ว่ามีการรักษาโรคในพระนามนั้น และรู้ว่า เขามีสิทธิอำนาจ ที่จะใช้ พระนามนั้น เช่นเดียวกับเรามี เป็นพระนามที่พระเยซูได้มอบหมายให้เขาเอง เราควรมุ่งเน้น การสำแดงของฤทธิ์อำนาจ ของพระเจ้า ให้มากกว่าผลกระทบทางการเงิน

    11. เพื่อการปกป้องคุ้มครอง อัครทูตเปาโล ได้ประสบการณ์จริงกับตัวเอง เมื่อท่านถูกงูพิษกัดและไม่บาดเจ็บเลย (กิจการ 28) ถือเป็นตัวอย่าง แห่งหมายสำคัญแห่งการอัศจรรย์ เพื่อปกป้องตัวเองอีกอย่างหนึ่ง

    12. ในทุกสิ่งทุกอย่าง พระคัมภีร์กล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจะกระทำ ให้กระทำในพระนามของพระเยซู เราจะทำอะไรนั้นไม่สำคัญเท่าทำสิ่งนั้นอย่างไร เราทำในพระนามของพระเยซูหรือไม่??!!!

"และเมื่อท่านจะกระทำสิ่งใดด้วยวาจาหรือด้วยกายก็ตาม จงกระทำทุกสิ่งในพระนามของพระเยซูเจ้า
และขอบพระคุณพระบิดาเจ้า โดยพระองค์นั้น
" [โคโลสี 3:17]

การทนทุกข์เพื่อพระนามพระเยซู

"ถ้าเขาข่มเหงเรา เขาก็จะข่มเหงท่านทั้งหลายด้วย ... แต่ทุกสิ่งที่เขาจะกระทำแก่พวกท่านนั้น
ก็เพราะนามของเรา เพราะเขาไม่รู้จักพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา
" [ยอห์น 15:20-21]

    เมื่อสาวกทนทุกข์เพราะข่าวประเสริฐนั้น พวกอัครทูตยินดี ยังคงสั่งสอนและประกาศข่าวประเสริฐ ทุกๆ วัน เรื่อยไป ว่าพระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด (กิจการ 5:41-42; 15:25-26) แม้พระเยซูทรงสัญญาว่า จะให้การคุ้มครองเมื่อเราทำงานรับใช้ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องทนทุกข์ เปาโล เปโตร สิลาส ล้วนอยู่ในคุกทุกคน สาวกเหล่านี้ ถูกขว้างด้วยก้อนหินและถูกทิ้งให้ตายโดยศัตรูของข่าวประเสริฐ เมื่อสิ้นสุดงานรับใช้ อัครทูตส่วนใหญ่ ยอมสละชีวิตเพื่อข่าวประเสริฐ ในฮีบรู บท 11 กล่าวถึงชายหญิง ที่ได้รับการปลดปล่อยทางความเชื่อ แต่ก็บันทึกถึงเรื่องราว ของผู้ตาย ในความเชื่อ เพื่อข่าวประเสริฐนั้น

"ถ้าท่านถูกด่าว่า เพราะพระนามของพระคริสต์ ท่านก็เป็นสุข
ด้วยว่าพระวิญญาณแห่งพระสิริและของพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน
" [1 เปโตร 4:14]

    โดยทางพระนามพระเยซู เราจึงมีส่วนในแผ่นดินพระเจ้า (โคโลสี 1:12-13) ในฐานะที่เป็นส่วน ของอาณาจักรของพระเจ้า เราจึงได้รับมรดก คือ ฤทธิ์อำนาจ ซึ่งครอบครองชีวิตเรา

"เพราะว่าถ้าโดยการละเมิดของคนนั้นคนเดียว เป็นเหตุให้ ความตายครอบงำอยู่โดยคนนั้นคนเดียว
มากยิ่งกว่านั้นคนทั้งหลายที่รับพระกรุณาอันไพบูลย์ และรับของประทาน คือความชอบธรรม
ก็จะดำรงชีวิต และครอบครองโดยพระองค์ผู้เดียว คือพระเยซูคริสต์
" [โรม 5:17]

"จะไม่มีสิ่งใดถูกสาปแช่งอีกต่อไป พระที่นั่งของพระเจ้า และของพระเมษโปดก จะตั้งอยู่ที่นั่น
และบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ จะนมัสการพระองค์ เขาเหล่านั้น จะเห็นพระพักตร์พระองค์
และพระนามของพระองค์ จะประทับอยู่ที่หน้าผากเขา
" [วิวรณ์ 22:3-4]

ด้วยพระนามพระเยซู ผู้เชื่อจะอยู่ต่อหน้าพระผู้ช่วยของเขา ในสวรรค์และแผ่นดินโลกใหม่ พระนามนั้น เป็นที่รักของเรา... พระนามนั้น เราใช้ด้วยสิทธิอำนาจเพื่อรับใช้ และอธิษฐาน ... พระนามนั้น ซึ่งครอบครองเราในชีวิต ... พระนามพระเยซู จะกลายเป็นส่วนของตัวเรา ตลอดชั่วนิรันดร์ เราเป็นคน ซึ่งเป็นที่รู้จัก โดยพระนามพระองค์



ส่งต่อเข้าเมลล์
ส่งต่อ
พิมพ์ออกกระดาษ
พิมพ์
ร่วมด้วย ช่วยโวต
โหวต
เก็บเข้าคลังส่วนตัว
เก็บ

Copyright © 2005 by GOD. Created by Web Inspirer. | Hosted by Maxx.me / คริสเตียน.net Back to Top