Spiritual Gifts
ของประทานจากฟ้าสวรรค์
[ หัวข้อที่เกี่ยวข้อง -- พระวิญญาณบริสุทธิ์
และ หลักตรีเอกานุภาพ ]
1 โครินธ์ 12:1
ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าอยากให้ท่านเข้าใจ เรื่องของประทาน ฝ่ายพระวิญญาณนั้น
|
อาจารย์เปาโล ได้เขียนจดหมาย ไปยังคริสตจักร ในเมืองโครินธ์ เพื่อทำความเข้าใจปัญหาต่างๆ
และการละเลยในการใช้ของประทาน ซึ่งการเพิกเฉยกับของประทานนั้น ก็ยังมีอยู่ ท่านจึงหวังจะให้คริสเตียน
ได้เห็นความสำคัญในการใช้ของประทาน
มัทธิว 28:19-20
เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลาย จงออกไปสั่งสอน ชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา
ให้รับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัด
ซึ่งเราได้สั่งพวกท่านไว้ นี่แหละ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค
|
ขณะที่เรารอการเสด็จกลับมาขององค์พระเยซู คริสเตียนต้องทำงานให้พระองค์
ด้วยการประกาศเรื่องความรอด โดยทางของพระเยซู
ยอห์น 14:16
เราจะทูลขอพระบิดา และพระองค์จะทรงประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้แก่ท่าน เพื่อจะได้อยู่กับท่านตลอดไป
กิจการ 1:8
แต่ท่านทั้งหลาย จะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดช เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะเสด็จมาเหนือท่าน
และท่านทั้งหลาย จะเป็นพยานฝ่ายเรา ทั้งในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย แคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก
|
สิ่งหนึ่งที่พระเยซูสัญญาไว้ หลังจากที่พระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ คือ พระวิญญาณบริสุทธิ์
เราจำเป็นต้องพึ่งพาฤทธิ์เดช จากพระวิญญาณ ในการทำงานกิจการของพระเยซู แก่ชนชาติต่างๆ
กิจการ 2:1-4,16-17
เมื่อวันเทศกาลเพ็นเทคอสต์มาถึง จำพวกศิษย์จึงรวมอยู่ในที่แห่งเดียวกัน ในทันใดนั้น มีเสียงมาจากฟ้า
เหมือนเสียงพายุกล้า สั่นก้องทั่วตึกที่เขานั่งอยู่นั้น มีเปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้น ปรากฏแก่เขา กระจายอยู่บนเขาสิ้นทุกคน
เขาเหล่านั้น ก็ประกอบด้วย พระวิญญาณบริสุทธิ์ จึงตั้งต้นพูดภาษาอื่นๆ ตามที่พระวิญญาณ ทรงโปรดให้พูด
แต่เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นตามคำซึ่ง โยเอล ผู้เผยพระวจนะ ได้กล่าวไว้ว่า 'พระเจ้าตรัสว่า ในวาระสุดท้าย
เราจะเทฤทธิ์เดช แห่งพระวิญญาณของเรา โปรดประทานแก่มนุษย์ทั้งปวง บุตราบุตรีของท่านทั้งหลาย จะกล่าวคำพยากรณ์
คนหนุ่มของท่านจะเห็นนิมิต และคนแก่จะฝันเห็น
|
การเทลงมาครั้งแรก ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เกิดขึ้นในวันเพนเทคอส
ซึ่งทำให้คริสตจักรต่างๆ ขยาย และเติบโต

กิจการ 4:31
เมื่อเขาอธิษฐานแล้ว ที่ซึ่งเขาประชุมอยู่นั้นได้หวั่นไหว และคนเหล่านั้น ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
ได้กล่าวพระวจนะของพระเจ้าด้วยใจกล้าหาญ
กิจการ 10:44
เมื่อเปโตรยังกล่าวคำเหล่านั้นอยู่ พระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็เสด็จลงมา สถิตกับคนทั้งปวง ที่ฟังพระวจนะนั้น
|
1 โครินธ์ 6:11
เมื่อเขาอธิษฐานแล้ว ที่ซึ่งเขาประชุมอยู่นั้นได้หวั่นไหว และคนเหล่านั้น ประกอบ ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
ได้กล่าวพระวจนะของพระเจ้าด้วยใจกล้าหาญ
2 เธสะโลนิกา 2:13
ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ผู้เป็นที่รักขององค์พระผู้เป็นเจ้า เราจำต้อง ขอบพระคุณพระเจ้า เพราะท่านอยู่เสมอ
เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงเลือกท่าน ไว้ตั้งแต่เดิม ให้ถึงที่รอด โดยพระวิญญาณทรงชำระตั้งท่านไว้ให้บริสุทธิ์
และโดยท่านได้เชื่อความจริง
|
หลังจากนั้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็ทำงานอย่างต่อเนื่อง หลังจากชำระ
ความผิดบาป พระวิญญาณบริสุทธิ์ มีบทบาทสำคัญต่อจิตสำนึกของเรา และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

1 ซามูเอล 10:6
แล้วพระวิญญาณของพระเจ้า จะมาสถิตกับท่านอย่างมาก และท่านจะเผยพระวจนะกับคนเหล่านั้น
เปลี่ยนเป็นคนละคน
ยอห์น 14:17
คือพระวิญญาณแห่งความจริง ซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้ เพราะแลไม่เห็นพระองค์ และไม่รู้จักพระองค์
ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสถิตอยู่กับท่าน และจะประทับอยู่ในท่าน
กาลาเทีย 2:20
ข้าพเจ้าถูกตรึงไว้กับพระคริสต์แล้ว ข้าพเจ้าเอง ไม่มีชีวิตอยู่ต่อไป แต่พระคริสต์ต่างหาก
ที่ทรงมีชีวิตอยู่ในข้าพเจ้า ชีวิตซึ่งข้าพเจ้าดำเนินอยู่ในร่างกาย ขณะนี้ ข้าพเจ้าดำเนินอยู่ โดยศรัทธา ในพระบุตรของพระเจ้า
ผู้ได้ทรงรักข้าพเจ้า และได้ทรงสละพระองค์เองเพื่อข้าพเจ้า
|
การเติบโตของพระวิญญาณบริสุทธิ์นี้ เกิดขึ้นได้ ด้วยฤทธิ์อำนาจ
ของพระวิญญาณเท่านั้น ซึ่งจะเปลี่ยนเรา ให้มีลักษณะเหมือนกับพระเยซู พระผู้ช่วยให้รอด
กาลาเทีย 5:16-17, 25
แต่ข้าพเจ้าขอบอกว่า จงดำเนินชีวิต ตามพระวิญญาณ
อย่าสนองความต้องการ ของเนื้อหนัง เพราะว่าความต้องการของเนื้อหนัง ต่อสู้พระวิญญาณ และพระวิญญาณก็ต่อสู้เนื้อหนัง
เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูกัน ดังนั้น สิ่งที่ท่านทั้งหลายปรารถนาทำ จึงกระทำไม่ได้ ... ถ้าเรามีชีวิตอยู่โดยพระวิญญาณ
ก็จงดำเนินชีวิต ตามพระวิญญาณด้วย
|
มนุษย์มีความบาปเป็นธรรมชาติติดตัว มักจะขัดขวาง ความต้องการ
ของพระเจ้า มีเพียงพระวิญญาณ บริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะทำให้เรามีฤทธิ์เดช ที่จะเชื่อฟังพระเจ้า
1 เธสะโลนิกา 4:1
พี่น้องทั้งหลาย ในที่สุดนี้ เราขอวิงวอน และเตือนสติท่านในพระเยซูเจ้าว่า ท่านได้เรียนจากเราแล้ว
ว่าควรจะประพฤติอย่างไร จึงจะเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า ท่านกำลังประพฤติอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ขอประพฤติให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
กาลาเทีย 5:19-23
แล้วการงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการเล่นชู้ การล่วงประเวณี การโสโครก การลามก
การนับถือรูปเคารพ การนับถือพ่อมดหมอผี การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การริษยากัน การโกรธกัน การทุ่มเถียงกัน
การใฝ่สูง การแตกก๊กกัน การอิจฉากัน การฆาตกรรม การเมาเหล้า การเล่นเป็นพาลเกเร และการอื่นๆ ในทำนองนี้อีก
เหมือนที่ข้าพเจ้า ได้เตือนท่านมาก่อน บัดนี้ข้าพเจ้าขอเตือนท่าน เหมือนกับที่เคยเตือนมาแล้วว่า คนที่ประพฤติเช่นนั้น
จะไม่ได้รับอาณาจักร ของพระเจ้าเป็นมรดก ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น คือ ความรัก
ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความเชื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน
เรื่องอย่างนี้ ไม่มีพระราชบัญญัติห้ามไว้เลย
|
การแสดงความบริสุทธิ์ในพระเยซูคริสต์ เรียกได้ว่า เข้าใจความต้องการของพระเจ้า
มากยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น การทำงานของพระวิญญาณในเรา พระเจ้าถือว่า เป็นการเชื่อฟังน้ำพระทัยพระองค์
และเราก็ควรเต็มล้นมากยิ่งขึ้น
การที่เราจะทำตามพระเยซูคริสต์นั้น พระวิญญาณจะก่อให้เกิดผล ภายในจิตใจของผู้เชื่อ
ทุกๆ คน การเปลี่ยนผลของพระวิญญาณนั้น ทำให้เราลุล่วงไปได้ ถ้าเรายอมให้พระวิญญาณทำงานในชีวิตของเรา

กิจการ 5:32
เราทั้งหลาย จึงเป็นพยานของพระองค์ ถึงเรื่องเหล่านี้ และพระวิญญาณบริสุทธิ์
ซึ่งพระเจ้าได้ทรงประทาน ให้ทุกคน ที่เชื่อฟังพระองค์นั้น ก็เป็นพยานด้วย"
1 เปโตร 4:10-11
ตามซึ่งทุกคน ได้รับของประทาน ที่ทรงประทานให้แล้ว ก็ให้ใช้ของประทานนั้น
เพื่อประโยชน์แก่กันและกัน เป็นผู้รับมอบฉันทะที่ดี ที่แจกและสำแดงพระคุณ นานานาประการ
ของพระเจ้า ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดจะพูด ก็ให้กล่าวเหมือนหนึ่งกล่าวภาษิต ของพระเจ้า ถ้าคนใดกระทำบริการ
ก็จงให้บริการตามกำลัง ซึ่งพระเจ้าทรงโปรด ประทาน เพื่อว่าพระเจ้าจะทรงได้เกียรติ ในการทั้งปวง
โดยพระเยซูคริสต์ พระสิริ และไอศวรรยานุภาพจงมีแด่พระองค์ตลอดไปเป็นนิตย์ เอเมน
|
พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทำให้เราเจริญเติบโต ฝ่ายจิตวิญญาณ
ตามที่เราได้เชื่อ และรับเอาความจริง ที่พระองค์ทรงเปิดเผยให้เราตลอดเวลา
ยิ่งกว่านั้น แต่ละคน ก็มีของประทาน ในการทำให้คริสตจักรเติบโต
พระวิญญาณก็ได้มอบของประทาน ฝ่ายวิญญาณ (Spiritual Gifts - ตลันท์)
และทำการในงานของพระเจ้า ซึ่งไม่ได้ทำ เพื่อเกียรติศักดิ์ศรีของตัวเอง และไม่ใช่เพื่อยกตนให้สูงขึ้น
หากแต่เพื่อพระเกรียติขององค์พระเยซู พระผู้ช่วยให้รอด
ทำไมพระเจ้าจึงได้แบ่งของประทานแต่ละอย่างให้กับเรา?
1. เพื่อจะทำให้คริสตจักรมีหลักคำสอนเป็นหนึ่งเดียวกัน และมีความสมัครสมาน สามัคคีด้วยกัน
2. เพื่อช่วยให้คริสตจักรเติบโตขึ้นทางฝ่ายจิตวิญญาณ ตามแบบอย่างของพระเยซู
3. เพื่อให้คริสตจักรรับใช้ประชาชาติ และร่วมกันเป็นครอบครัวของพระคริสต์
4. เพื่อปกป้องคริสตจักร จากหลักคำสอนที่ผิดๆ และอิทธิพลของมารซาตาน
5. เพื่อช่วยรักษาคริสตจักรให้เตรียมพร้อมตามอำนาจ หน้าที่ ที่แตกต่างกัน
1 โครินธ์ 12:4-7
ของประทานนั้นมีต่างๆ กัน แต่มีพระวิญญาณองค์เดียวกัน งานรับใช้มีต่างๆ กัน
แต่มีองค์พระผู้เป็นเจ้า องค์เดียวกัน กิจกรรมมีต่างๆ กัน แต่มีพระเจ้าองค์เดียวกัน เป็นต้นเหตุแห่งกิจกรรมนั้นๆ ในทุกคน
การสำแดงของพระวิญญาณนั้น มีแก่ทุกคน เพื่อประโยชน์ร่วมกัน
|
ในพระคัมภีร์ ได้แสดงของประทานฝ่ายวิญญาณ ที่ต่างกัน
หลากหลาย ของประทานกำหนดให้ครอบคลุม 26 อย่าง ซึ่งมีปรากฎอยู่ในภาคพันธสัญญาใหม่
แต่ของประทานเหล่านั้น มีจุดประสงค์ร่วมกันคือ ให้แต่ละคน ทำประโยชน์ ด้วยกัน เพื่อสมาชิก
[1 โครินธ์ 12: 8-10,28-30; เอเฟซัส 4:11; โรม 12:6-8]
- อัครทูต (Apostles - Apostleship)
- ผู้เผยพระวจนะ (Prophets - Prophecy)
- ครูบาอาจารย์ (Teachers - Teaching)
- ผู้กระทำการอันเป็นอิทธิฤทธิ์ (Miracles)
- การรักษาโรคผู้ป่วย คนไข้ คนเจ็บ (Gifts of Healings - Healing)
- ผู้อุปการะ (Gifts of Helps - Helps)
- ผู้ดูแล ผู้ปกครอง (Administrations - Administrator)
- ผู้พูดภาษาต่างๆ ผู้แปลภาษาต่างๆ (Varieties Tongues and Interpretation)
- ผู้เผยแพร่ข่าวประเสริฐ (Evangelism)
- ถ้อยคำแห่งสติปัญญา (Word of Wisdom)
- ถ้อยคำแห่งความรู้ (Word of Knowledge)
- ความเชื่อ (Faith)
- ความชำนาญ (Craftsmanship)
- อัธยาศัยไมตรีดี (Creative Communication)
- การสังเกตุวิญญาณต่างๆ (Discernment)
- การเตือนสติและหนุนใจ (Exhortation)
- การถวาย การบริจาค (Giving)
- การต้อนรับ งานปฎิคม (Hospitality)
- การอธิษฐานเผื่อ (Intercession)
- ความเป็นผู้นำ (Leadership)
- ความเมตตา ปรานี (Mercy)
- ผู้เผยแผ่ศาสนาในต่างถิ่น (Missionary)
- ดนตรี (Music)
- การปรนนิบัติ และงานบริการ (Service)
- การเลี้ยงดูคน งานอภิบาลศิษย์ (Shepherding)
- การเขียนบันทึก (Writing)
มัทธิว 25:14-15
อาณาจักรแห่งสวรรค์ ยังเปรียบเหมือนชายผู้หนึ่ง จะออกเดินทางไป จึงเรียกพวกทาสของตน
มาฝากทรัพย์สมบัติไว้ คนหนึ่งท่านให้ห้าตะลันต์ คนหนึ่งสองตะลันต์ และอีกคนหนึ่ง ตะลันต์เดียว
ตามความสามารถ ของแต่ละคน แล้วท่านก็ไป
โคโลสี 1:9-10
เพราะเหตุนี้ นับแต่วันที่เราได้ยิน เราก็ไม่ได้หยุด ในการที่จะอธิษฐานขอเพื่อท่าน ให้ท่าน
เพียบพร้อม ด้วยความรู้ถึงพระทัยของพระองค์ ในสรรพปัญญา และในความเข้าใจ ฝ่าย จิตวิญญาณ เพื่อท่านจะได้ประพฤติ
อย่างที่สมควร ต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และทำตน ให้เป็นที่ชอบพระทัยพระองค์ ให้เกิดผลในการดี ทุกอย่าง และจำเริญขึ้น
ในความรู้ถึงพระเจ้า
|
ของประทานฝ่ายวิญญาณ (Spiritual Gifts) ไม่ใช่การขยาย
หรือการใช้ประโยชน์ จากพรสวรรค์ (Natural Talents) และความสามารถ (Abilities) ใช่หรือไม่?
จริงๆ แล้ว พระวิญญาณบริสุทธิ์อาจตัดสินใจขยาย พรสวรรค์ และ
ปรับแต่งให้เป็นประโยชน์ ในกิจการสำหรับพระเจ้า หรืออีกนัยหนึ่ง พระวิญญาณ ตัดสินใจที่จะกำหนด
ให้แต่ละคนมีของประทานเล็กน้อย หรืออาจไม่มีเลย เพื่อใช้ร่วมกับพรสวรรค์หรือความสามารถต่างๆ
อย่าเอาของประทานฝ่ายวิญญาณ (Spiritual Gifts) กับ
การฝึกฝนฝ่ายวิญญาณ (Spiritual Disciplines) มาปนกัน สิ่งที่เราฝึกกันมา ตลอดจน
การศึกษาพระคัมภีร์ (Bible Study) การอธิษฐาน (Prayer) การอดอาหาร (Fasting)
การถวายทรัพย์ (Tithing) และ การฝึกฝนอย่างอื่น ก็เพื่อช่วยให้เราเติบในความเชื่อ และควบคุม
ความต้องการที่เป็นบาป และพัฒนาบุคลิกของเรา ขณะที่ของประทานฝ่ายวิญญาณช่วยเราให้
รับใช้ เป็น พระกายของพระคริสต์ การฝึกฝนฝ่ายวิญญาณนั้น จะช่วยให้เรา เติบโต
และมีความสัมพันธ์กับพระเจ้ามากขึ้น

ตารางแสดงลักษณะพิเศษระหว่าง ของประทานฝ่ายวิญญาณ และ การฝึกฝนฝ่ายวิญญาณ
| ไม่ได้เรียกทุกคน ให้รับใช้ ด้วยการใช้ ของประทาน ฝ่ายวิญญาณ |
แต่ เรียกทุกคน ให้เติบโต ในการฝึกฝน ฝ่ายวิญญาณ เหล่านี้ |
| ความรู้ | การศึกษาพระคัมภีร์ |
| อธิษฐานเผื่อผู้อื่น | การอธิษฐาน |
| การเผยแพร่ข่าวประเสริฐ | การเป็นพยาน |
| การให้ | การถวายสิบลดและการบริจาค |
| 1 โครินธ์ 12:31 | 2 เปโตร 3:17-18 |
1 โครินธ์ 12:12
ถึงกายนั้นเป็นกายเดียว ก็ยังมีอวัยวะหลายส่วน และบรรดาอวัยวะต่างๆ ของกายเดียวนั้น แม้จะมีหลายส่วน
ก็ยังเป็นกายเดียวกันฉันใด พระคริสต์ก็ทรงเป็นฉันนั้น
โรม 12:6-8
และเราทุกคน มีของประทานที่ต่างกัน ตามพระคุณที่ได้ทรงประทานให้แก่เรา คือถ้าเป็น การเผยพระวจนะ
ก็จงเผยตามกำลังความเชื่อ ถ้าเป็นการปรนนิบัติ ก็จงปรนนิบัติ ถ้าเป็นการสั่งสอน ก็จงสั่งสอน ถ้าเป็นการเตือนสติ
ก็จงเตือนสติ ถ้าเป็นการบริจาค ก็จงให้ด้วยใจกว้างขวาง ผู้ที่ครอบครองก็จงครอบครองด้วยเอาใจใส่ ผู้ที่แสดงความเมตตา
ก็จงแสดงด้วยใจยินดี
|
อัครทูตเปาโลได้ใช้คำอุปมา โดยเปรียบเทียบ หน้าที่การทำงานร่วมกัน ของอวัยวะในร่างกาย
แทนภาพว่า ของประทานฝ่ายวิญญาณ สร้างความเป็นหนึ่งเดียวในร่างกาย ซึ่งเปรียบเหมือนคริสตจักร. ดังนั้น ของประทาน
ฝ่ายวิญญาณนั้นสำคัญ และต้องทำงานประสานร่วมกัน ประกอบด้วยกันเป็นทั้งหมด ไม่มีของประทานซักสิ่งเดียว
ที่ไม่มีความสำคัญ การใช้ของประทานก็เป็นส่วนสำคัญ ซึ่งบอกถึงการทำงานที่ดำเนินอยู่
ในคริสตจักรของพระเจ้า ซึ่งจะก่อ ให้เกิดประสบการณ์ใหม่ๆ กับพระเจ้าอยู่เสมอ แม้ว่าการเกิดคริสตจักรใหม่ๆ
จะมีมากกว่าประสบการณ์ส่วนตัว แต่มันก็ทำให้แต่ละคน เป็นกองกำลังของพระคริสต์ และพร้อมจะต่อสู้
เพื่ออาณาจักรของพระเจ้า
1 โครินธ์ 13:1-3
แม้ข้าพเจ้าพูดภาษาแปลกๆ ได้ เป็นภาษามนุษย์ก็ดี เป็นภาษาทูตสวรรค์ก็ดี แต่ไม่มีความรัก
ข้าพเจ้าเป็น เหมือนฆ้องหรือฉาบที่กำลังส่งเสียง แม้ข้าพเจ้าจะเผยพระวจนะได้ และเข้าใจในความล้ำลึก ทั้งปวง
และมี ความรู้ทั้งสิ้น และมีความเชื่อมากยิ่งที่สุด พอจะยกภูเขาไปได้ แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย
แม้ข้าพเจ้า จะสละของสารพัด หรือยอมให้เอาตัวข้าพเจ้า ไปเผาไฟเสีย แต่ไม่มีความรัก จะหาเป็นประโยชน์
แก่ข้าพเจ้าไม่
|
ทัศนคติที่แท้จริงซึ่งเป็นรากฐานในการใช้ของประทานฝ่ายวิญญาณ คือความรัก
ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ที่จะทำให้ระบบทั้งหมดทำงานได้ ความรักเป็นตัวเชื่อมให้เป็นหนึ่งเดียว และทำให้เกิด
ประสิทธิภาพและทัศนคติ ที่ดีต่อกัน โดยลักษณะของแต่ละคน ด้วยความรัก เราสามารถรู้ได้ว่า ของประทานฝ่ายวิญญาณ
ของเรา ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และไม่มีลำดับชั้นของคุณค่าของประทานแต่ละอย่าง แม้ว่างานบางอย่าง
เป็นสิ่งที่มองเห็นค่าได้มากกว่างานอื่นๆ
1 ทิโมธี 4:14
อย่าละเลยความสามารถที่มีอยู่ในตัวท่าน ซึ่งได้ทรงประทานแก่ท่าน ตามคำพยากรณ์
เมื่อคณะผู้ปกครอง ได้เอามือวางบนท่าน
1 เปโตร 4:7
อวสานของสิ่งทั้งปวงก็ใกล้จะมาถึงแล้ว เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงมีสติสัมปชัญญะ และจงรู้จักสงบใจ
เพื่อแก่การอธิษฐาน
โรม 13:12
กลางคืนล่วงไปมากแล้ว และรุ่งเช้าก็ใกล้เข้ามา เราจงเลิกการกระทำของความมืด
และจงสวมเครื่องอาวุธของความสว่าง
|
การประเมินของประทานฝ่ายวิญญาณของเรา จะช่วยให้จำแนกแยกแยะของประทานได้
แล้วก็จะพัฒนา ของประทานเหล่านั้นให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และจะเตรียมลำดับในการรับใช้เพื่อ
อาณาจักรของพระเจ้าได้อย่างเหมาะสม เราจะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้ามากขึ้นและรู้ว่าเราทำสิ่งที่พระเจ้า ต้องการให้เราทำในคริสตจักรได้อย่างชัดเจน
เอเฟซัส 4:11-16
ของประทานของพระองค์ ก็คือ ให้บางคนเป็นอัครทูต บางคนเป็นผู้เผยพระวจนะ บางคนเป็นผู้เผยแพร่
ข่าวประเสริฐ บางคนเป็นศิษยาภิบาลและอาจารย์. เพื่อเตรียมธรรมิกชนให้เป็นคนที่จะรับใช้ เพื่อเสริมสร้าง พระกาย
ของพระคริสต์ให้จำเริญขึ้น. จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุ ถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในความเชื่อ และในความรู้
ถึงพระบุตรของพระเจ้า จนกว่าเราจะโตเป็นผู้ใหญ่ เต็มที่ คือ เต็มถึงขนาดความไพบูลย์ ของพระคริสต์.
เพื่อเราจะไม่เป็นเด็ก อีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและหันไปเหมา ด้วยลมปากแห่งคำสั่งสอน ทุกอย่าง และด้วยเล่ห์กล
ของมนุษย์ ตามอุบายฉลาด อันเป็นการล่อลวง แต่ให้เรายึดความจริงด้วยใจรัก เพื่อจะจำเริญขึ้นทุกอย่าง สู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะ
คือพระคริสต์. คือเนื่องจากพระองค์นั้น ร่างกายทั้งสิ้น ที่ติดต่อสนิทและประสานกัน โดยทุกๆ ข้อต่อ ที่ทรงประทาน
ได้จำเริญเติบโตขึ้น ด้วยความรัก เมื่ออวัยวะทุกอย่าง ทำงานตามความเหมาะสมแล้ว
ลูกา 11:13
เพราะฉะนั้น ถ้าท่านทั้งหลายเอง ผู้เป็นคนบาป ยังรู้จักให้ของดีแก่บุตรของตน ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด
พระบิดาผู้ทรงสถิตในสวรรค์ จะทรงประทาน พระวิญญาณบริสุทธิ์ แก่ผู้ที่ขอต่อพระองค์
กิจการ 2:38-39
ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า "จงกลับใจใหม่ และรับบัพติศมา ในพระนาม แห่งพระเยซูคริสต์ สิ้นทุกคน
เพื่อว่าพระเจ้า จะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย และท่านจะได้รับพระราชทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ ด้วยว่าพระสัญญานั้น
ตกแก่ท่านทั้งหลาย กับลูกหลานของท่านด้วย และแก่คนทั้งหลายที่อยู่ไกล คือทุกคน ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเรา
ทรงเรียกมาเฝ้าพระองค์"
|
ถ้าเรายังไม่ได้ยอมรับการไถ่บาป และเรายังไม่ได้รับเอาพระวิญญาณบริสุทธิ์ เรายังมีเวลา
ถ้าเราต้องการให้พระวิญญาณ ทำงานในเรา อย่างจริงใจ เพื่อจะเปลี่ยนเรา สอนเรา และนำทางให้เรา ให้เราอธิษฐานขอ
กับพระองค์ว่า "ขอพระเจ้า โปรดเจิมเราด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และเราพร้อมจะรับเอา ของประทานฝ่ายวิญญาณ
จากพระองค์"

1 โครินธ์ 14:12
"เหตุฉะนั้น เมื่อท่านทั้งหลาย กำลังร้อนใจแสวงหาของประทาน
ฝ่ายพระวิญญาณแล้ว ก็จงอุตส่าห์กระทำตัวของท่าน ให้สามารถที่จะทำให้คริสตจักรจำเริญขึ้น"
|
|