มงกุฎที่ไม่ร่วงโรย ของนางสาวไทยปี 2541

God with Us   End of Bar
หน้าบ้าน    FAQ    ฮอตฮิต    
>  พระคำ
>   บทความ
>   คำพยาน
>   บทเพลง
>   คริสตจักร
>   ดาวน์โหลด
>   หนังสือออนไลน์
>   บทเรียนออนไลน์
>   ลิงค์ต่างๆ
>   ติดต่อเรา

Online Status
F Guest
??????????? 3 ??
?????? 0 ??


[ - Login - ]

Sponsor by Web Inspirer


มงกุฎที่ไม่ร่วงโรย ของนางสาวไทยปี 2541

ก้าวย่าง...สู่นางสาวไทยของ "นก"

      นก...เป็นคนไทยแท้ค่ะ เกิดที่อเมริกา พอ 5 ขวบก็ย้ายมาอยู่เมืองไทย ตอนนั้นพูด ภาษาไทยไม่ได้ เคยถูกซ้ำชั้นอยู่ หนึ่งปี ย้ายโรงเรียนถึง 5 ครั้ง กว่าจะจบมัธยม พออายุ 16 ปี ต้องกลับไปอเมริกาอีก การปรับตัว แต่ละครั้งยากมาก ทั้งใน ด้านภาษา และวัฒนธรรม ขณะที่นกอยู่อเมริกา นกถูกเลี้ยงดูแบบไทยๆ ในขณะที่เพื่อนๆ และน้องสาว ซึ่งอายุอ่อนกว่า 5 ปี กลับมีอิสระมากกว่า ไปเที่ยวกับเพื่อนได้ ตอนนั้นนกจะมีคำถามอยู่ตลอดเวลาว่า “ทำไม” พ่อแม่จึงอยากให้นกอยู่ในกรอบ ในกฏเกณฑ์ตลอดเวลา นกไม่เข้าใจ แล้วนกก็ได้รับคำตอบ เมื่อนกเข้าประกวดนางสาวไทย ทางกองประกวด เขาจะมีแบบฟอร์มเช็คข้อมูลส่วนตัว ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เกี่ยวกับการเรียน การทำกิจกรรมต่างๆ สิ่งที่นกกรอกลงไปทุกอย่างนั้น ทางกองประกวด เขาก็จะมีสายของเขา ติดต่อเช็คไปที่อเมริกา และถ้าก่อนนั้น นกใช้ชีวิต แบบหนุ่มสาวอเมริกันทั่วๆไป ก็จะมีข้อที่จะติได้ในส่วนนี้

Nok: Miss Thailand World


เมื่อนกน้อย หลงทาง

      ชีวิต ในโลกนี้มีสิ่งล่อลวงเรามากมาย แม้แต่การที่เราให้ความภาคภูมิใจ กับเกียรติยศชื่อเสียง หน้าตาในสังคม ของเรา จนทำให้เราเผลอ คิดว่าตัวเองฉลาด ฉันเก่ง แต่หารู้ไม่ว่า ไม่ใช่เราทำได้ แต่เป็นพระเจ้าประทานให้ ส่วนเล่ห์กลของมารที่ล่อลวงนั้น มันจะทำให้มนุษย์หลงตัวเอง ทำให้มนุษย์ยึดตนเอง เป็นจุดศูนย์กลาง พึ่งพากำลัง และสติปัญญาของตัวเองนี้ก็เป็นความบาปอย่างหนึ่ง ในอีกหลายแสนหลายล้านอย่าง ที่มนุษย์เราทำผิดพลาด พระคริสตธรรมคัมภีร์กล่าวไว้ว่า “เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า” เพราะความดื้อรั้น ไม่เชื่อฟังของมนุษย์เรานั่นเอง “นกเคยหลงทาง” แล้วเวลาที่เราหลงทางนั้น มันเจ็บปวดเหมือนเราอยู่คนเดียว เหมือนอยู่ในเครื่องปั่นผ้า ที่มันไม่มีทิศทาง กระแทกตรงโน้นตรงนี้ ไม่สามารถหันไปทางไหนได้ นกไม่อยาก ให้ใครต้องหลงทาง รู้ไหมว่าพระเยซู ทรงอยู่ตรงหน้าเรา พระองค์อ้าแขนรอเราทุกคอยู่ ...เรากลับปิดหูปิดตา ไม่มองและไม่ฟังพระองค์ แต่เมื่อเราหยุดและยอมจำนนจริงๆ พูดกับพระองค์ ให้พระองค์เข้ามาช่วย ใจของเรา ก็ถ่อมลงสงบ และความช่วยเหลือของพระองค์ ก็มาถึงเราทันเวลาเสมอ



ชายในดวงใจ....ของ“นก”

      พระเยซูคริสต์คือชายในดวงใจของนกค่ะ นกรู้จักพระองค์จากคุณแม่ ตอนนั้น คุณแม่เป็นพยาบาล ที่โรงพยาบาล คาทอลิกที่จังหวัดราชบุรี นกก็เรียนที่โรงเรียนคาทอลิก ช่วงนั้นมีปัญหาบางอย่าง ซึ่งหนักมาก เกิดขึ้นกับคุณแม่ มีคนเล่าเรื่อง “พระผู้ช่วยให้รอด” คือพระเยซูให้ฟัง ท่านจึงตัดสินใจต้อนรับพระเยซู และท่านก็รู้ ว่าท่านได้เลือกทางที่ถูกแล้ว ส่วนนกเองนั้น ก็ได้รู้จักพระเจ้าจริงๆ ตอนอายุ 16 เมื่อเราย้ายครอบครัว ไปอยู่ที่ อเมริกา คุณแม่ซึ่งเป็นคริสเตียน ท่านก็พานกและน้องสาวไปโบสถ์ เราก็ตัดสินใจอธิษฐาน ต้อนรับพระองค์ เข้ามาในใจของเรา พร้อมกันที่นั่น ตอนแรกที่รู้จักพระเจ้า นกรู้สึกอบอุ่น มั่นใจ เพราะนกรู้ว่านกได้รับสิทธิพิเศษ จากพระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งในโลก ให้นกอธิษฐานพูดคุยกับพระองค์ ได้ทุกเรื่องทุกเวลา เพราะพระองค์เป็น ที่ปรึกษาที่ดีเลิศ และเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของนกเลยค่ะ



รักนี้...มีแต่ให้

      เมื่อก่อนนกรู้สึกว่า การที่นกได้รับความรักจากทุกๆ คนอย่างเต็มๆ เป็นคนรับร้อย % เลย นั้นคือความสุข สุขเมื่อได้ในสิ่งที่ถูกใจ แต่เมื่อมองย้อนไปดูจะรู้ว่า มันไม่คง ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ และสิ่งแวดล้อมภายนอกมากกว่า มาเร็ว แล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกัน แต่พอนกได้รู้จักกับพระเยซูคริสต์ นกได้รู้ว่า “การให้เป็นเหตุให้ มีความสุข ยิ่งกว่าการรับ” พระองค์ช่วยให้นกเปลี่ยนมุมมองใหม่ ความรักของพระองค์ที่มีต่อนก ทำให้นก นึกถึงคนอื่นมากขึ้น นึกถึงตัวเองน้อยลง แม้เวลาที่มีชื่อเสียงในสังคม มันเป็นเวลาที่เหนื่อยมีคิวเยอะ แต่ถึงแม้ จะเหนื่อย เราก็เต็มใจจะทำ เต็มใจจะให้คือให้ด้วยใจ ถึงแม้นก จะมีเวลาแค่หนึ่งนาที ที่นกจะมีโอกาส ได้รับฟัง ปัญหา และภาระของบางคน นกเชื่อว่าอย่างน้อยๆ เขาต้องการระบายต้องการเพื่อน มือของเราที่ได้จับเขา ยามที่เขา มีทุกข์ และแบ่งปัน เรื่องราวความรักของพระเจ้า ที่มีต่อเขา หรือเรื่องราวที่พระเจ้า เปลี่ยนแปลงชีวิต ของนกให้เป็นคนที่สดใส มีความสุขให้จิตใจนี้ มันอิ่มเล่าให้เขาฟัง แค่นี้เราก็มีความสุขมาก นกสามารถเห็นความสุข มันเป็นประกายเล็กๆ ในตาพวกเขาค่ะ เป็นสันติสุขไม่ใช่ความสุขที่ซื้อหาได้ด้วยเงิน


      “พี่น้องที่รักคะ.......มีคนอีกมากมายที่รู้ตัวว่าตัวเองเจ็บป่วย ไม่ว่าด้วยพิษแห่งความบาป พิษแห่งเศรษฐกิจ พิษแห่งการหลอกลวง นานาชนิด หรือบางคนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าตัวเองเจ็บป่วยอยู่ หากท่านรู้ และต้องการการ รักษา เวลานั้พระเจ้าได้ทรงยื่นยานั้นไว้ตรงหน้าท่านแล้ว ยาเม็ดนี้ จะออกฤทธิ์รักษาท่าน ไม่ได้เลย ถ้าไม่กินลงไป ท่านก็ไม่มีทางรู้หรอกค่ะ”

ชลิดา เถาว์ชาลี


ส่งต่อเข้าเมลล์
ส่งต่อ
พิมพ์ออกกระดาษ
พิมพ์
ร่วมด้วย ช่วยโวต
โหวต
เก็บเข้าคลังส่วนตัว
เก็บ

Copyright © 2005 by GOD. Created by Web Inspirer. | Hosted by Maxx.me / คริสเตียน.net Back to Top