|
ทราบว่าจบการศึกษาจากต่างประเทศ ที่ไหนค่ะ?
หัทยา : จากประเทศอังกฤษ ทางด้านกราฟฟิค ดีไซน์ ในระดับปริญญาตรี
ชีวิตเมื่ออยู่ที่ประเทศอังกฤษมีประสบการณ์เกี่ยวกับพระเจ้าอย่างไรบ้าง?
หัทยา : ตอนที่ไปอยู่อังกฤษ อยู่โรงเรียนประจำ ซึ่งเป็นโรงเรียนคริสต์ มีการให้นมัสการตอนเช้า
ร้องเพลงอธิษฐาน ก่อนทานอาหาร ก่อนนอน ก็ให้อ่านพระคัมภีร์ อธิษฐาน วันอาทิตย์ ก็ให้ไปโบสถ์ แต่ในตอนนั้น
เปิ้ลเองไม่ได้สนใจ เรื่องพระเจ้ามากนัก เพราะเราเป็นคนต่างชาติ มีความกังวล เรื่องการปรับตัวในการเรียน
รวมทั้งเรื่องภาษาด้วย
เรียบจบ กลับมาเมืองไทยแล้ว ทำอะไรบ้าง เข้าสู่วงการแสดงเลยหรือเปล่า?
หัทยา : ทำงานในบริษัทโฆษณา อ่านสปอตโฆษณาโทรทัศน์-วิทยุ เป็นดีเจ พิธีกร และเล่นละคนบ้าง
มีความรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับงานด้านการแสดง
หัทยา : สนุกดี ได้ประสบการณ์ รู้จักคนเยอะเพื่อนเยอะ โดยเฉพาะงานดีเจ รายการวิทยุ ทำให้รับรู้
ถึงความทุกข์ความสุขของเพื่อนมนุษย์ เพราะจะมีหลายคน ที่โทรมาคุยกับทางรายการ บางคนมีความทุกข์ใจ
เปิ้ลเองเท่าที่ทำได้คือ หนุนใจด้วยพระวจนะของพระเจ้า โดยเอามาจาก พระคริสตธรรมคัมภีร์บางตอน
เพื่อหนุนใจ คนที่กำลังทุกข์ใจ เช่น พระเจ้าเป็นความรัก พระเจ้าเป็นความสว่าง ให้เราอยู่กันด้วยความรักเป็นต้น
ช่วยเล่าถึงการมาเชื่อพระเจ้าว่าเชื่อเพราะอะไร?
หัทยา : หลังจากที่เปิ้ลแต่งงานมีครอบครัว มีลูก ก็ให้เวลากับลูกมาก ได้อ่านหนังสือหลายเล่ม
ทั้งหนังสือแปล และหนังสืออื่นๆ เพื่อนให้มาบ้าง ซื้อเองบ้าง เป็นหนังสือ เกี่ยวกับแนะนำการเลี้ยงลูก มีหนังสือชื่อ
"กล้าฝึกวินัยให้ลูกรัก" ของ ดร.เจมส์ ด็อบสัน ในคำแนะนำเหล่านั้น มักจะยกข้อพระคัมภีร์
ซึ่งคัดมาจาก บางตอนในพระคัมภีร์ เช่น "จงสอนลูกในทางที่ควรจะเดินไป" อ่านในตอนแรก
ก็ไม่ทราบว่าคืออะไร ทำให้อยากอ่านพระคัมภีร์ จึงได้มาที่สมาคมพระคริสตธรรมไทย เพื่อซื้อพระคัมภีร์
เมื่อซื้อพระคัมภีร์มาแล้ว ก็ได้อ่าน และรู้สึกว่า มีความจริงหลายอย่าง ที่อยู่ในพระคัมภีร์ จึงหวนกลับมาดู หนังสือหลายๆ เล่ม
ที่พี่ปุ๊เคยให้ไว้ ทำให้เข้าใจ น้ำพระทัยของพระเจ้ามากขึ้น ยิ่งอ่าน ก็ยิ่งติดตามอยากค้นหาตอนต่อไป พระวจนะของพระเจ้า
ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป เช่น เมื่อมีความโกรธ ความอาฆาตแค้น พอได้อ่านพระคัมภีร์ จะรุ้สึกสงบลง
เพราะได้รับการเตือน จากพระเจ้า รู้สึกสบายใจ และในพระคัมภีร์ ยังมีการสอนถึงการเลื้ยงลูก ก่อนนอนให้อธิษฐาน
วันอาทิตย์ได้ไปโบสถ์ เปิ้ลมีความสุขมาก ที่ได้ไปโบสถ์
ได้ยินว่าชีวิตของคุณอัญชลี
จงคดีกิจ ที่เชื่อพระเจ้าแล้ว เป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้คุณเปิ้ล มาสนใจเรื่องพระเจ้า
หัทยา : พี่ปุ๊รู้จักกัน ในฐานะเพื่อนในวงการเดียวกัน สนิทกันพอสมควร พี่ปุ๊เป็นรุ่นพี่ที่น่ารัก แต่ส่วนตัว
อย่างที่เราทราบๆ กันดี เขาเป็นตัวของตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำ อยากเป็นอะไรเป็น ไม่ค่อยสนใจใครเท่าไหร่
ตั้งแต่พี่ปุ๊ ได้รู้จักกับพระเจ้า ชีวิตพี่ปุ๊ เปลี่ยนแปลงไปมาก สุขุม ใจเย็นขึ้น ไปแต่โบสถ์ เพื่อรับใจพระเจ้า
พี่ปุ๊บอกว่า พระเจ้าคือผู้ที่ เค้าจะฝากชีวิต และถวายชีวิต ให้เขาสัตย์ซื่อ ต่อพระเจ้ามาก พี่ปุ๊เอง มีส่วนในการแบ่งปัน
เรื่องพระเจ้าให้แก่เปิ้ล สอนเปิ้ล หนุนใจเปิ้ลด้วย
การเป็นคริสเตียน มีอุปสรรคอะไรกับอาชีพที่ทำอยู่ไหม?
หัทยา : ไม่มี เป็นการดีด้วยซ้ำ เมื่อเป็นดีเจ เวลาที่จัดรายการออกอากาศ
จะได้ใช้พระวจนะของพระเจ้า หนุนใจคนฟังด้วย
คุณศรัณยู รู้สึกอย่างไรบ้าง กับการที่คุณเปิ้ลมาเป็นคริสเตียน?
หัทยา : ก็ไม่ว่าอะไร เพราะพี่ตั้วเองเคยเรียนโรงเรียนคริสต์ เขาบอกเขา ก็เชื่อในพระเจ้า
แต่ยังไม่มีโอกาสไปโบสถ์ บางครั้งพี่ตั้ว ก็จะฝากให้เปิ้ลอธิษฐานเผื่อด้วย
ไปนมัสการพระเจ้าที่คริสตจักรไหน? ใครชวนไป?
หัทยา : คริสจักรมหาพร สุขุมวิทซอย 10 พี่ปุ๊ชวนไป
อยากบอก หรือหนุนใจคนทั่วไปอย่างไรบ้าง?
หัทยา : เราต้องยอมรับว่า คนเราทุกคนเป็นคนบาป ทั้งๆ ที่จริงแล้ว อยากจะเป็นคนดี เป็นคนบริสุทธิ์
แต่เราเอง ก็มีกิเลสมีตัณหา เพราะเรายึดมั่น ในร่างกาย ฝ่ายเนื้อหนัง มากกว่าจิตวิญญาณ ฉะนั้น เราต้องชำระล้าง
ความบาปของเรา เราต้องเชื่อ ในพระเยซูคริสต์เจ้า เพื่อพระองค์ จะทรงไถ่บาปเรา และให้พระวิญญาณบริสุทธิ์
ช่วยให้ชีวิตเรา เหมือนกับพระองค์มากขึ้น โดยการเชื่อฟัง ในคำสอนของพระองค์ หมั่นศึกษา อ่านพระคัมภีร์
เพื่อเราจะไม่ขาดสิ่งดี
ช่วยแบ่งปันข้พระคัมภีร์ที่ประทับใจ?
หัทยา : ใน สุภาษิต 31:30-31
"เสน่ห์เป็นของหลอกลวง และความงามก็เปล่าประโยชน์ แต่สตรีที่ยำเกรงพระเจ้า
สมควรได้รับคำสรรเสริญ จงให้เธอ รับผลแห่งน้ำมือของเธอ และให้การงานของเธอ สรรเสริญเธอที่ประตูเมือง"
โรม 13:8 "อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากความรักซึ่งมีต่อกัน
เพราะว่าผู้ที่รักเพื่อนบ้าน ก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติ ครบถ้วนแล้ว"
|