|
ในปี พ.ศ. 2546 นี้ ประชาชนคนไทย ได้เห็นภาพโฆษณา แป้งเด็กยี่ห้อหนึ่ง ทางโทรทัศน์
เป็นภาพเด็กทารก อายุ 5-6 เดือน ดำน้ำอยู่ในสระ พร้อมกับคุณแม่สาวสวย ความน่ารักน่าเอ็นดู ของเด็กและรอยยิ้ม
อันอบอุ่น ที่เด็กและผู้เป็นแม่มีต่อกัน ชวนให้ผู้ชม รู้สึกมีความสุข และอดยิ้มด้วยไม่ได้
นอกจากนั้น เราก็ยังได้เห็นแม่ลูกน่ารักคู่นี้ ในการให้สัมภาษณ์ทางทีวี อีกหลายรายการ
คุณแม่ได้ย้ำ ในทุกรายการว่า เธอปรารถนาให้ลูก เป็นเด็กที่มีความสุข และเธอก็ได้ใช้โอกาสเหล่านั้น
ถวายเกียรติแก่พระนามพระเจ้า โดยเล่าผ่านจอทีวี ถึงวิธีการเลี้ยงลูกสาวตัวน้อย ในทางของคริสเตียน
เช่น การร้องเพลงและอธิษฐานกับพระเจ้า
 |
บุคคลผู้นี้คือ "ลอร่า" หรือ คุณศศิธร (รามโกมุท) วัฒนกุล
จบการศึกษาปริญญาตรี วารสารศาสตร์ และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมรสกับ ร.ต.สิษฐ วัฒนกุล
ผู้ช่วยนักบิน บริษัทการบินไทย บุตรสาวชื่อ ด.ญ.โมณีค วัฒนกุล (ยืนยันว่าใช้ "ณ") อายุ 6 เดือน
ปัจจุบันคุณลอร่า เป็นพิธีกรร่วมในรายการทีวี "ที่นี่ประเทศไทย" เราจะนำเสนอ เรื่องของเธอในฐานะแม่
ที่ดำเนินชีวิต ด้วยการอธิษฐานกับพระเจ้า และมีพระคำ อยู่ใน จิตใจ ในทุกสถานการณ์ |
ก่อนจะมาเป็น "ลอร่า" ในวันนี้
ลอร่าเรียนที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยตั้งแต่อนุบาล เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน
ทำให้บางสิ่งบางอย่างในชีวิตขาดหายไป และรู้สึกว่าได้รับความรักที่ไม่เท่าเทียมกัน จึงไม่เห็นคุณค่าของตนเอง
แต่ที่โรงเรียนนี้ ลอร่าได้ยินเรื่อง "พระเจ้าเป็นความรัก" และได้ยินว่าเราไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกต่อไป
ผ่านทางเนื้อเพลงของคริสเตียน คำพยาน และการเทศนา สิ่งนี้ได้โดนใจเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ต้องการความรักคนนี้
เธอจึงได้ตัดสินใจรับเชื่อพระเจ้า เมื่ออยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แต่ไม่ได้ไปโบสถ์ เพราะคุณปู่ต่อต้านมาก
แม้แต่คุณแม่ซึ่งเป็นอเมริกัน ก็ไม่ได้เป็นคริสเตียน และทั้งบ้านต่อต้านคริสเตียน ดังนั้น ความเชื่อพระเจ้าในตอนนั้น
จึงขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม คือความเชื่อจะสูง ถ้าอยู่ใกล้คนที่เชื่อ หรือได้อ่านหนังสือ แต่เพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่
ก็ไม่ได้เป็นคริสเตียน ความเชื่อจึงลุ่มๆ ดอนๆ อย่างไรก็ดี บรรยากาศของโรงเรียนคริสเตียน ก็ประคับประคองลอร่าไว้
ได้พอสมควร
ลอร่ามีความเชื่อเข้มแข็งขึ้น ตอนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เมื่อได้ยินอาจารย์ที่โรงเรียน
เทศนาเรื่องโลกจะแตก ประกอบกับเวลานั้น เกิดสงครามอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ลอร่ารู้สึกว่า พระเยซูจะกลับมาแล้ว
และเราจะต้องสำแดงความเชื่อแล้ว ลอร่าจึงเริ่มไปโบสถ์แบบหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ให้ทางบ้านรู้ และค่อนข้างสับสน
ที่จะต้องรักษา ทั้งความเชื่อในพระเจ้า และต้องรักษาครอบครัวด้วย ช่วงนั้นคุณครู ได้ช่วยอธิษฐานเผื่อเยอะมาก
และให้คำแนะนำว่า จะพูดกับพ่อแม่อย่างไร ลอร่าขอบคุณพระเจ้า ที่ให้ผ่านช่วงนั้นมาได้ โดยไม่ต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
พระเจ้าให้หนทางที่เหมาะกับแต่ละคน ลอร่าเคยถูกคุณปู่ไล่ออกจากบ้าน เพื่อนก็แนะนำ ให้ตัดสินใจเด็ดขาดไปเลย
แต่คุณครูที่โรงเรียน เตือนสติว่าพระเจ้า เป็นพระเจ้าแห่งความรัก ย่อมไม่ต้องการให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง
และพระองค์จะเป็นผู้เติมชีวิตของเราให้เต็ม คุณครูสอนให้ลอร่าถ่อมใจ และใช้ความอ่อนน้อม ดังนั้น
แทนที่ลอร่าจะออกจากบ้านไปเลย ก็มีคำพูดที่สุภาพและจริงใจว่า "จะไล่หนูไปทำไม เพราะว่าหนูรักคุณปู่นะคะ"
ทำให้บรรยากาศที่เลวร้าย กลับทรงตัว ต่อมาเมื่อคุณปู่เสียชีวิตแล้ว เธอจึงได้ไปโบสถ์ ในช่วงเวลานั้น ลอร่าอธิษฐาน
กับพระเจ้าเยอะมาก อ่านพระคัมภีร์ และเขียนบันทึกเป็นคำอธิษฐานเยอะมาก แล้วครอบครัวก็เริ่มเข้าใจในตัวลอร่า
บรรยากาศในบ้านก็ดีขึ้นเรื่อยๆ
ลอร่าเป็นคนช่างคิด ความรู้สึกของเธอ เกี่ยวกับครอบครัวยังเป็นสีเทาอยู่ ไม่ยอมหายไป
จนเธอได้อ่านเจอในพระคัมภีร์ เรื่องมารธากับมารีย์ (มารธาวุ่นวายอยู่ กับการเตรียมอาหารเลี้ยงพระเยซู และไม่พอใจ
ที่มารีย์น้องสาวของเธอ ไม่ช่วยเหลือ แต่กลับไปนั่งฟังพระเยซูสอน - ลูกาบทที่ 11 ข้อ 38 42) จากเรื่องนี้
พระเจ้าสอนเธอเรื่องความใกล้ชิด พระเยซูโปรดมารีย์ แต่ไม่โปรดมารธา ทั้งที่มารธาต้องการปรนนิบัติพระองค์
ด้วยข้าวปลาอาหาร ลอร่าเป็นเหมือนมารธา ที่สาระวนอยู่ กับสิ่งที่จะทำให้ครอบครัวยอมรับ คือ พยายามทำกิจกรรม
และเรียนให้ดี แต่ไม่ได้ใกล้ชิดกับครอบครัว พระธรรมตอนนี้ ให้ข้อคิดว่า สิ่งที่นำความพึงพอใจมาสู่คน
ไม่จำเป็นต้องเป็นการปรนบัติ เพียงอย่างเดียว ความใกล้ชิดจะเอาชนะใจครอบครัวได้ เธอจึงปรับปรุงตัวใหม่
ลดกิจกรรมลง และหันมาใช้เวลา ใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป สภาพบ้านมีความสุขสดใสขึ้น
เธอได้รับการยอมรับ ครอบครัวรู้สึกว่า เธอได้เปลี่ยนแปลงจริงๆ เมื่อเธอได้สัมผัสกับความรักของพระเจ้า
เธอก็กล้าที่จะ ถ่ายทอดความรักนั้น ต่อครอบครัวอย่างเต็มที่ ซึ่งเมื่อก่อนเธอไม่กล้า เพราะรู้สึกไม่ดีต่อคนรอบข้าง
แล้วพระเจ้า ก็ให้เธออยู่ร่วมกับครอบครัว ที่ไม่เชื่อพระเจ้า อย่างมีความสุข
เมื่อได้ไปโบสถ์ ความรู้สึกต้องการรับใช้พระเจ้า ก็เอ่อล้น เพราะได้ผ่านช่วงเวลา
ที่สับสน มาด้วยพระคุณของพระเจ้า เมื่อลอร่าเรียนอยู่ปี 2 ในมหาวิทยาลัย ได้มาช่วยงานที่ วาย เอฟ ซี
(องค์การเยาวชนไทยเพื่อพระคริสต์) เธอช่วยงานทุกด้าน เท่าที่ทำได้ด้วยความขอบคุณพระเจ้า เมื่ออยู่ปี 4
ได้รับการทรงนำ ให้ทำงานที่เกี่ยวข้อง กับวิทยานิพนธ์ คืองาน Youth 2000 และเธอมี "สัญญาใจ"
(ขอไม่ใช้ "ภาระใจ") ในการทำงาน ด้านการประกาศเรื่องพระเจ้า ซึ่งต่อมาก็ได้ร่วมงานกับ In Touch
จนกระทั่งแต่งงาน จึงได้ออกมาร่วมรับใช้ กับคริสตจักรวัฒนา ซึ่งเธอเป็นสมาชิกอยู่
พระเจ้าคือผู้จัดการส่วนตัว
จากการได้อ่านพระธรรมสดุดี ตอนที่กล่าวว่า " ข้าพระองค์ จะประกาศด้วย ริมฝีปากของข้าพระองค์
" [ สดุดี 119:13 ] ลอร่ารู้สึกว่าพระเจ้าจะใช้เธอ ในเรื่องการพูดได้อย่างไร เพราะเป็นคนที่พูดเก่ง
แต่พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่พระเจ้าก็นำพา ให้เธอแก้ไขปรับปรุง ส่วนที่บกพร่อง ประกอบกับ การรับใช้ในคริสตจักร
เป็นโอกาสให้เธอ ได้ฝึกและพัฒนา ด้านการพูดมากขึ้น จากนั้นได้เริ่มงานพิธีกรในรายการ "คำตอบชีวิต"
ของคุณอัญชลี จงคดีกิจ ทำให้คนรู้จักเธอมากขึ้น จนวันหนึ่ง มีคนเรียกไปทดสอบเป็นพิธีกรรายการ
"ที่นี่ประเทศไทย" และผลที่สุด ได้ทำรายการนี้ เธอบอกว่าพระเจ้า คือผู้จัดการส่วนตัวในทุกเรื่อง
เพราะถ้าเรื่องใด ที่ไม่ใช่น้ำพระทัยพระเจ้า ก็จะไม่สำเร็จ แต่รายการ "ที่นี่ประเทศไทย" พระเจ้านำพา
โดยไม่ต้องขวนขวาย เมื่อก่อนตนจะเป็นคน ขวนขวายหาลาภยศ เพื่อให้ครอบครัวยอมรับ แต่ตอนนี้
ฝากทุกเรื่องไว้กับพระเจ้า และพระเจ้าก็ให้มีคน ป้อนงานเข้ามาเรื่อยๆ งานพิธีกรนี้ ทางบ้านเห็นด้วย และทำมา
2 ปีกว่าแล้ว ส่วนงานโฆษณา ทำมาก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมๆ กับทำงานรับใช้พระเจ้า
ต่อคำถามที่ว่า เธอทำอย่างไร หากงานในวงการบันเทิง มีความขัดแย้งกับ
การดำเนินชีวิตคริสเตียน? เธอเล่าว่า ก่อนทำรายการเธอจะอธิษฐาน ขอพระเจ้าให้มีสติปัญญ าในการเลือกใช้คำพูด
ที่ไม่กระทบกระเทือน ความเชื่อของคนอื่น และตัวเธอ ก็สำแดงจุดยืนความเป็นคริสเตียน เธอจะขออนุญาต
ทีมงานไม่ทำ ในสิ่งที่ทำไม่ได้ เธอขอบคุณพระเจ้า ที่พระองค์ทรงอยู่ด้วยตลอดเวลา เธอเคยเป็นพยาน กับทีมงานอยู่เสมอ
และชวนมาฟังเพลงที่โบสถ์ มาร่วมงานแต่งงาน เพื่อเขาจะได้ฟังคำเทศนา มางานรับศีลบัพติศมาของลูก
เขาก็มาร่วมงานด้วยความเอ็นดู
การแต่งงานมีครอบครัว
เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน เธอได้อธิษฐานกับพระเจ้า ตั้งแต่ อายุน้อยๆ
ทั้งที่ยังไม่รู้จักความรัก ขอให้พระเจ้า ดูแลเรื่องคู่ครอง และตั้งมาตรฐานว่า อยากได้คู่ครองแบบไหน พระเจ้าทรงแสนดี
ทรงให้ทุกข้อที่ขอไว้ แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตอนที่รู้จักกับคุณสิษฐ์ จากการแนะนำของเพื่อนนั้น เขายังไม่ได้เป็นคริสเตียน
"ตอนนั้น เมื่อรู้สึกชอบกัน เราก็บอกเขาว่า เราเคยรู้จักกับ คนที่ไม่ได้เป็นคริสเตียน แต่ต้องเลิกกัน
เพราะฉันจะไม่แต่งงาน กับคนที่ไม่เป็นเคริสเตียน ตอนนี้เรายังไม่ถึงกับเป็นแฟน เราเลิกคบกันเถอะ
เพื่อจะไม่ต้อง เสียใจทั้งคู่" แต่คุณสิษฐ ก็ขอโอกาส และขอเวลา เพราะการเปลี่ยนแปลง ความเชื่อนั้น
ไม่ใช่ทำกันง่ายๆ ตอนนั้นลอร่าอธิษฐานเผื่อเขา พาเขาไปโบสถ์ เอาหนังสือให้อ่าน ให้ฟังเพลง
แนะนำให้รู้จักกับ คริสเตียนหลายๆ คนเพื่อเป็นพยานกับเขา ในเวลาไม่นานนัก เขาก็รับเชื่อ คนรอบข้าง
ก็ยืนยันว่า เป็นความเชื่อที่แท้จริง ไม่จอมปลอม จากจุดนั้นใช้เวลาประมาณ 4 ปี จึงได้แต่งงานกัน
ต่างก็เป็นคู่พระพร ให้แก่กันและกัน ในการเติมเต็มชีวิตของทั้งสองฝ่าย |
 |
" เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์
ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือ คนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียก ตามพระประสงค์ของพระองค์ "
[ โรม 8:28 ]
ลอร่า - ศศิธร วัฒนกุล
พิธีกรรายการโทรทัศน์ และนางแบบ
|