|
พบว่าตนเองเป็นคนโง่
วัยรุ่นหญิงคนหนึ่ง เดินทางจากกรุงเทพฯ เข้าเป็นคนไข้ที่โรงพยาบาล แมคคอร์มิค
จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อไปถึงเตียงคนไข้ ก็ได้เพื่อนคนหนึ่งคือ คุณสงวน ลายดี มาจากจังหวัดตรัง และได้มาถึงก่อนเพียง 3 วัน
ทั้งสองนอนห้องติดกัน และป่วยเป็นวัณโรคเหมือนกัน ถึงแม้ว่าทั้งสอง จะต่างวัยกันแต่ก็เป็นเพื่อนกันได้ดี
คุณสงวนมีเพื่อนจากตรัง มาเยี่ยมเสมอ วันหนึ่งเพื่อนจากตรังมาเยี่ยมคือ คุณเทียมแข เชาว์ชูเวช
และได้มอบพระคัมภีร์เล่มใหญ่ ให้แก่วัยรุ่นคนนี้ด้วย แต่ปรากฏว่าผู้รับพระคัมภีร์ไม่สนใจเลย ทิ้งไว้ข้างเตียงเกือบ 3 ปี
เมื่อเวลาผ่านไป วันหนึ่งวัยรุ่นคนนี้ ได้หยิบพระคัมภีร์มาอ่าน โดยไม่ได้เปิดจากหน้าแรก
แต่เปิดกลางเล่ม ปรากฏว่าเป็นพระธรรม อิสยาห์ 44:14-20 เป็นเรื่องชายคนหนึ่ง เข้าป่าตัดต้นไม้ มาทำฟืน
เพื่อย่างเนื้อรับประทาน เมื่อเขาอิ่มแล้ว ก็ได้รับความอบอุ่นด้วยไฟจากฟืนนั้น แล้วเขาก็เอาไม้ที่เหลือ
ทำรูปเคารพ และกราบไหว้รูปเคารพ ที่เขาทำขึ้น ว่าเป็นพระเจ้าของเขา พร้อมทั้งร้องต่อรูปนั้น ขอให้ช่วยเขาด้วย
เมื่อวัยรุ่นคนนี้อ่านแล้ว ก็ร้องออกมาดังๆ ว่า "ชายคนนี้โง่ชะมัดเลย ที่กราบไหว้สิ่ง ซึ่งมือของตนเอง
ประดิษฐ์ขึ้นมาจากท่อนไม้ ที่ตนเองนำมาทำฟืน" แต่เสียงอันดังนั้น ได้สะท้อนกลับมาถึงตัวเธอเอง
ทำให้เธอคิดถึงตนเองว่า แล้วตัวเธอเองเล่า โง่เหมือนชายคนนั้นหรือไม่
พบพระเป็นเจ้าในพระคัมภีร์
เธอจึงอ่านพระคัมภีร์ต่อไป เมื่อถึงข้อ 24 จึงพบว่ามีพระเป็นเจ้า
พระองค์ทรงสร้างสารพัด ทั้งจักรวาล ทรงเป็นเจ้าของทั้งหมด และทรงครอบครองอยู่ เธอจึงท้าทาย
ออกมาด้วยเสียงอันดังว่า "ถ้าพระเป็นเจ้ามีจริง เธอต้องการรู้จัก" และเธอก็ตั้งต้น อ่านหาคำตอบ
จากพระคัมภีร์เล่มนั้น เธออ่านตั้งแต่หน้าแรกของปฐมกาล จนถึงหน้าสุดท้ายของวิวรณ์ รวมเวลาอ่าน 11 เดือนกว่า
คำตอบจากการอ่าน เธอได้พบความจริง ที่ว่า พระเป็นเจ้ามีจริง
พระองค์ทรงเป็นพระผู้สร้าง ไม่ใช่ถูกสร้าง จากพระคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม พระองค์ทรงสร้างโลก ดวงอาทิตย์
ดวงดาวต่างๆ ภูเขา แผ่นดิน แม่น้ำ ทะเล สรรพสัตว์ สรรพสิ่งและมนุษย์ พระองค์ทรงเป็นเจ้าของ
ทรงครอบครองทั้งสากลจักรวาล รวมทั้งมนุษย์ทุกคน และตัวของเธอเองด้วย ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่
เธอพบพระเยซูคริสต์ พระผู้เสด็จเข้ามาในโลกนี้ เพื่อไถ่มนุษย์ ออกจากการเป็นทาสของบาป ออกจากการทนทุกข์
พระองค์ทรงสั่งสอน เพื่อปลดปล่อยมนุษย์ให้เป็นไท ทรงรักษาคนป่วยให้หาย คนตายแล้วให้กลับเป็นขึ้นมาอีก
และทรงตายที่กางเขนเพื่อแทนมนุษย์ทุกคน เพราะพระเป็นเจ้า ทรงรักมนุษย์ทุกคน นี่คือคำตอบจากพระคัมภีร์
ซึ่งได้ตอบคำท้าทายของเธอ
พระเยซูคริสต์ แพทย์ผู้ประเสริฐ และพระผู้ไถ่ชีวิต
เมื่อเธออ่านพระคัมภีร์จบ เธอมีความเชื่อทุกอย่าง ตามที่ได้อ่านมา
เธอจึงขอพระเยซูคริสต์ ให้ทรงรักษาเธอ ให้หายจากวัณโรค และเธอก็หายจากวัณโรค เธอจึงประกาศความเชื่อ
และรับบัพติศมา ณ คริสตจักรที่ 1 เชียงใหม่ แพทย์ผู้รักษาเธอบอกว่า หลังจากรักษาเธอมา 3 ปีกว่าแล้ว ก็ไม่หาย
คณะแพทย์จึงลงความเห็นว่า เธอจะต้องตายภายในอีก 6 เดือนข้างหน้า แต่บัดนี้เธอหายแล้วอย่างน่าอัศจรรย์
เธอจึงออกจากโรงพยาบาล ด้วยความปิติยินดี และบอกทุคน ถึงความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเธอ
พระเยซูคริสต์ ทรงรักษาเธอให้หายป่วย และรอดพ้นจากความตาย
เธอกลับบ้านที่กรุงเทพฯ เธออยู่กับครอบครัวของคุณลุง เธอต้องต่อสู้กับคุณลุง
ตั้งแต่วินาทีแรกที่กลับมา คุณลุงเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ ท่านมีเพื่อนสนิท 2-3 คน ได้พยายามชวนเธอ ให้เลิกเป็นคริสเตียน
แต่เธอกลับทำตรงกันข้าม ยิ่งต่อสู้เธอก็ยิ่งเข้มแข็ง เธอไปนมัสการ ที่คริสตจักรแห่งหนึ่ง ทุกอาทิตย์
และได้ไปร่วม การประกาศพระกิตติคุณ กับพี่น้องในคริสตจักรนี้ เพื่อนๆ ของคุณลุงพบเข้า
จึงรายงานให้คุณลุงทราบ ทำให้คุณลุงไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
ขอไปเพื่อประกาศพระกิตติคุณ
เธอรู้สึกสุขใจ ถ้ามีชีวิตอยู่ และได้พูดสิ่งที่เกิดขึ้น ในชีวิตของเธอ
เพราะเธอพบคนอีกมากมาย ที่อยู่ในความทุกข์ และต้องการความช่วยเหลือ ต้องการพระคุณ ความรักจากพระเป็นเจ้า
ดังนั้นถ้าเธอจะอยู่กับครอบครัว ของคุณลุงต่อไป โอกาสที่จะประกาศนั้น มีจำกัดมาก และไม่ได้ทำให้ คุณลุงมีความสุขด้วย
เธอจึงตัดสินใจ กลับไปเชียงใหม่ ที่เชียงใหม่ เธอมีโอกาสประกาศอย่างอิสระ และกว้างขวางมาก
ในโรงพยาบาลแมคคอร์มิค ในโรงพยาบาลส่วนตัว ของแพทย์ที่เธอเคยรู้จัก และประกาศกับคนป่วย รวมทั้งญาติที่มาเฝ้า
มีปัญหาใหม่เกิดขึ้น คือ เมื่อมีคำถามเกี่ยวกับพระเป็นเจ้า ศาสนศาสตร์
และพระคัมภีร์ ซึ่งเกินความสามารถ ที่เธอจะตอบได้ แต่มีศาสนาจารย์ท่านหนึ่ง มาเป็นเพื่อนเธอ และพบกัน
สัปดาห์ละครั้ง พร้อมทั้งช่วยอธิบายคำถามต่างๆ ที่เธอถูกถามมา เมื่อประกาศแก่คนทั้งหลาย ศาสนาจารย์ท่านนี้
ได้กรุณาช่วยอธิบาย เช่นนี้มาประมาณ 2 ปีกว่า แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเธอพบท่านและได้ถามคำถามหนึ่ง ท่านโกรธมาก
บอกว่าตอบไม่ได้ ให้ไปศึกษาเอง ที่วิทยาลัยพระคริสตธรรม ตั้งแต่วันนั้นมาท่านก็หายไป เธอหมดที่พึ่ง
เพราะไม่มีใครที่เธอจะถามได้
พระวจนะ ซึ่งตรัสโดยพระเป็นเจ้า ผู้ทรงพระชนม์อยู่
เธอปรารถนาที่จะรู้พระคัมภีร์ เพราะเป็นพระวจนะ ซึ่งตรัสโดยพระเป็นเจ้า
ผู้ทรงพระชนม์อยู่ เธอจึงตัดสินใจไปศึกษา ที่วิทยาลัยพระคริสตธรรม แมคกิลวารี ซึ่งอยู่ที่เชียงใหม่นั้นเอง
เมื่อเธอจบหลักสูตร 4 ปี ทางพระคริสตธรรมนั้น ได้ส่งเธอไปศึกษาต่อ ที่พระคริสตธรรม ในต่างประเทศอีก 4 ปี
แต่พระพรของพระเป็นเจ้า ที่ประทานแก่เธอนั้น มากกว่าที่เธอขอหรือคิดไว้ เพราะเมื่อไปศึกษาต่างประเทศ
จบมาแล้ว พระคริสตธรรมนั้น ได้ส่งเธอไปศึกษาต่อยังอีกประเทศหนึ่ง เป็นเวลา 6 ปี ทั้งหมดนี้ คือพระพรที่พระเป็นเจ้า
ผู้ทรงพระชนม์อยู่ โปรดให้เธอ ได้ศึกษาพระวจนะของพระองค์ อย่างเต็มที่ เธอน้อมรับพระพรนี้
ด้วยความขอบคุณพระเป็นเจ้า ตลอดเวลาของการศึกษา และการทำงาน ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน ประเทศอะไร
เธอจะไปร่วมกับทุกคน ที่ทำการประกาศพระวจนะเพื่อให้ทุกคนได้ฟังข่าวดี ทุกวันตลอดชีวิตที่ผ่านมา
ทั้งในอดีตและปัจจุบันนี้ เธอก็ยังรักที่จะทำการประกาศ พระวจนะแห่งชีวิต เพื่อเป็นข่าวดีแก่ทุกคน
ซึ่งอยู่ในวิถีที่ต่างกัน ทั้งระดับชาวบ้าน คนในชนบท คนในเมือง ผู้มีการศึกษาน้อย หรือผู้มีการศึกษาสูง
แม้แต่บรรดานักปราชญ์ เธอจะประกาศแก่ทุกคน เพื่อให้ทุกคนรู้ว่า พระคัมภีร์เป็นพระวจนะ ซึ่งตรัสโดยพระผู้เป็นเจ้า
ผู้ทรงพระชนม์อยู่ และเป็นข่าวดีแก่มนุษย์ทุกคน เพราะพระองค์ทรงรักทุกคน และทรงประสงค์จะช่วยให้ทุกคน
พ้นจากความทุกข์ ความบาป พ้นโรคภัยไข้เจ็บ ทรงช่วยให้ทุกคนมีชีวิตใหม่ เป็นชีวิตที่มีความสุข มีความปีติยินดี
และดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีความหมายต่อไป
จึงขอถือโอกาสเชิญชวนให้ทุกท่าน เปิดใจอ่านพระคัมภีร์ด้วยตนเอง
ฟังพระเป็นเจ้าตรัสกับท่าน โดยตรง และให้ท่านพูดกับพระองค์โดยตรง แล้วพระองค์ จะทรงตอบท่าน
เพราะพระองค์ทรงรักท่าน จนกระทั่งส่งพระเยซูคริสต์มาช่วยท่าน มาไถ่ท่านออกจากความบาป ออกจากความทุกข์
พระองค์ประทานพร ให้แก่ท่านยิ่งกว่าที่ท่านทูลขอต่อพระองค์ ถ้าท่านเชื่อ และยอมรับว่า พระองค์ทรงเป็นพระเป็นเจ้า
ผู้ทรงพระชนม์อยู่ และทรงเป็นพระผู้ช่วยท่านให้รอดได้ นั่นเป็นคำเชิญชวนจากเธอ ผู้ที่ได้พบแล้ว ว่าพระเป็นเจ้ามีจริง
และทรงพระชนม์อยู่
ศจ.ดร.กมล อารยะประทีป - เรื่อง
อาลียา พันธ์ผดุงกูล - สัมภาษณ์
กนิษฐา จารุวงศ์วณิชย์ - เรียบเรียง
|