เพราะว่าตาบอดของข้าพระองค์ ได้เห็นความรอดแล้ว

God with Us   End of Bar
หน้าบ้าน    FAQ    ฮอตฮิต    
>  พระคำ
>   บทความ
>   คำพยาน
>   บทเพลง
>   คริสตจักร
>   ดาวน์โหลด
>   หนังสือออนไลน์
>   บทเรียนออนไลน์
>   ลิงค์ต่างๆ
>   ติดต่อเรา

Online Status
F Guest
??????????? 8 ??
?????? 0 ??


[ - Login - ]

Sponsor by Web Inspirer


เพราะว่าตาบอดของข้าพระองค์ ได้เห็นความรอดแล้ว

      สมรรถพล ตันคณิตเลิศ เป็นเพื่อนสนิทที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จักมา เขาเป็นคนหนุ่ม ไฟแรง จวบจนเมื่อเขาอายุได้ 25 ปี เขาประสบอุบัติเหตุขับรถชนเสาไฟฟ้า กระจกบาดเข้าที่ดวงตาทั้ง 2 ข้าง หมอบอกว่าเขามีโอกาสมองเห็น 50:50 สำหรับตาข้างซ้าย ส่วนตาข้างขวามีโอกาสแค่ 5% เท่านั้น จากการฝ่าตัดใหญ่ 2 ครั้ง พักรักษาตัวใน โรงพยาบาลจนมาพักฟื้นที่บ้าน ในระยะแรกเขาเริ่มมองเห็นจากจุดเล็กๆ ของแสงไฟ เหมือนห้องมืด ที่มีจุดขาว เพียงจุดเดียว รวมใช้เวลาพักรักษาตัว จากอุบัติเหตุครั้งนั้น นานกว่า 2 ปี ตาที่เกือบบอดในขณะนั้น ดูเหมือนจะ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เมื่อเทียบกับจิตใจที่บอดสนิท ไม่หลงเหลือความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ ไม่มีความสุขอีกต่อไป

      เขาร้องไห้อยู่ในห้องมืดสี่เหลี่ยมเป็นร้อยๆครั้ง ใช้ชีวิตจากกลางวันเป็นกลางคืน ไม่อยากพบใคร ไม่อยากคุยกับใคร แม้อาการทางร่างกายจะดีขึ้นแต่จิตใจที่มีบาดแผลยังคงฝังลึก เป็นรากที่ขมขื่นของชีวิต จวบจนเมื่อเขาได้มารู้จักกับพระเยซูคริสต์และต้อนรับพระองค์มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1999 ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป จากชีวิตที่มีแต่ความทุกข์ เริ่มมีความสุข มีความหวังในชีวิต มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ ในปัจจุบันแม้ว่าตาที่เห็นอยู่จะมองเห็นเพียงแค่ข้างเดียว (โดยต้องใช้คอนแท็คส์เลนส์ และต้องใช้แว่นตาอีก 3 เท่าครึ่ง เพื่อใช้ในการอ่านหนังสือ) แต่เขากลับมีความสุขมากกว่า ก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุ เสียอีก นั่นเพราะว่าตาที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นตาที่มองเห็นแสงสว่างแห่งชีวิต


      ความรักของพระเยซูคริสต์ที่ทรงตายแทนเราที่ไม้กางเขน เพื่อที่จะทรงไถ่เรา ออกจากความตาย ยอมรับว่าตัวเองคือคนบาป และขอพระองค์ให้ช่วยเราเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ ตายต่อบาป ไม่กระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องและดำเนินตามน้ำพระทัยของพระองค์สืบไป เหตุผลที่ผมสามารถ เล่าเรื่องราวของเพื่อนสนิทคนนี้ ได้อย่างชัดเจนคุณรู้ไหมครับว่าเพราะอะไร? ก็เพราะว่าเพื่อนคนนั้น ก็คือผมคนนี้นั่นเอง

ตาเกือบบอดเป็นคนบาปในโลกนี้       แต่ยังคงมีโอกาสให้ได้เห็น
ข่าวประเสริฐของพระองค์เป็นร่มเย็น       ส่องให้เห็นนำทางนิรันดร์
กลับใจใหม่ขอพระองค์เป็นผู้ช่วย       ยามเมื่อป่วยอธิษฐานสมปรารถนา
รักพระองค์พระเยซูยิ่งชีวา       ขอบุตราน้อมใจภักดีรับใช้พระองค์

“การทดลองที่มืดมนที่สุดของชีวิต ไม่สามารถทำให้แสงแห่งความรักของพระเจ้าริบหรี่ลงได้”

      มันนานกว่า 3 ปีแล้วที่ผมไม่เคยมีความสุขเลย จนกระทั่งผม ได้รู้จักคุณศุภชัย และคุณจุทาพร ซึ่งเป็นคริสเตียน ท่านเอาใจใส่ มอบความรักความเป็นเพื่อน ความรักเพื่อนบ้าน คอยช่วยเหลือทั้งแรงกาย แรงใจ ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ซึ่งนอกจากความรักของพ่อ และแม่ผมยังไม่เคยเห็นความรัก ที่เป็นแบบอย่าง จนรู้สึกถึงความรัก ความสุข ความปรารถนาดีได้อีกเลย มีด้วยหรือความปรารถนาดีแบบนี้? มีด้วยหรือความรักที่มีแต่การให้? ผมมีจิตใจแบบนี้ได้อย่างไร? ใครสอนผม? ใครเป็นแบบอย่างในชีวิตผม


      จวบจนทราบว่าพี่ชายไปโบสถ์และได้มาชวนในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1999 เขาเองรู้สึกดีใจ และอยากไปโบสถ์มานานแล้ว เคยเห็นแต่ในโทรทัศน์ ไม่เคยไปจริงๆเลย พอไปถึง ก็มีคนมากันเยอะแยะ ร้องเพลงกัน ดูเขามีความสุขดี พี่ศุภชัยก็คอยบอกเนื้อเพลงข้างหู เพราะเขามองไม่เห็นตัวหนังสือเลย เนื่องจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น แต่ก็ร้องเพลงได้อย่างมีความสุข ก่อนถึงโบสถ์ นึกอยู่ในใจว่า วันนี้เป็นวันแห่งความรัก (Valentine’s Day) หากวันนี้ เราได้รับดอกกุหลาบสีแดง ก็คงดี คงมีความสุข...ซึ่งเป็นจริง... ประตูแห่งจิตใจเปิดออกในการกล่าวต้อนรับผู้ที่มาเยี่ยม เขาได้รับดอกกุหลาบสีแดงสมปรารถนาจริงๆ เหมือนพระเจ้าประทานให้ และเขาก็เดินออกไป ด้านหน้าห้องประชุม ตัดสินใจรับเชื่อในวันนั้นทันที

สมรรถพล ตันคณิตเลิศ


ส่งต่อเข้าเมลล์
ส่งต่อ
พิมพ์ออกกระดาษ
พิมพ์
ร่วมด้วย ช่วยโวต
โหวต
เก็บเข้าคลังส่วนตัว
เก็บ

Copyright © 2005 by GOD. Created by Web Inspirer. | Hosted by Maxx.me / คริสเตียน.net Back to Top