|
ชีวิตครอบครัว และความเชื่อ
ผมนายสัตวแพทย์สุพจน์ กิจคติ ก้มลงมองดูเท้าของตัวเอง
พลางนึกถึงเท้าเปล่าคู่เล็กๆคู่หนึ่ง ที่กำลังวิ่งตะลุยสู่ท้องทุ่งนาที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องของครอบครัวของผม
อันประกอบไปด้วย พ่อ แม่ และลูกชาย 5 คน
สำหรับผม แน่นอนว่า มันไม่เพียงพอ ที่จะส่งพี่ชายคนโตเรียนต่อ
หลังจากจบ ป.4 ได้ ส่วนผมเอง มีเพียงเสื้อกันหนาวสีแดง 1 ตัว ที่พอจะใส่ไปโรงเรียนได้ในวันแรก
และต่อมาแม้ผมจะได้เข้าเรียนในระดับมัธยม แต่นั่นก็หมายถึง เวลาปิดเทอมภาคฤดูร้อน
ผมต้องไปเลี้ยงควายที่อีกหมู่บ้านหนึ่ง เพื่อแลกกับค่าเทอม ค่าเสื้อผ้าและรถจักรยานเพื่อใช้ถีบไปโรงเรียน
เป็นครั้งแรกที่เท้าเปล่าเล็กๆ คู่นั้น ได้มีโอกาสสัมผัสกับเกิบโบก
(รองเท้านันยางสีน้ำตาล) ผมต้องปั่นจักรยานคู่ชีพไปโรงเรียนพุทไธสงที่อยู่ห่างจากบ้านผมไป 12 กิโลเมตร
ตลอด 6 ปี ท่ามกลางปัญหาหนี้สินของครอบครัว ผมได้แต่ตั้งใจเรียน จนสามารถสอบโควต้า
ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ แต่ต้องนอนร้องไห้เพราะไม่มีแม้แต่เงินเพียง 700 บาท
เพื่อมัดจำค่าหอพัก จนในที่สุด ผมสอบได้ทุนของคณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นั่นทำให้ผม กลายเป็นความหวังเดียว ที่จะช่วยกอบกู้ครอบครัวได้ เมื่อเรียนจบ
การสัมผัสในความรักของพระเจ้า
เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ผมคิดแต่เพียงว่า 12 เทอมนี้ จะทำให้ดีที่สุด
แต่ในปีที่ 2 ผมได้รู้จักพระเจ้าจากเพื่อนร่วมชั้น จนกระทั่งปีที่ 5 ผมตัดสินใจไปค่ายอบรมผู้นำ (LTI)
กับแคมปัสครูเสดที่ภูเรือ ที่นี่ พระเจ้าได้ทรงเรียกผมให้มารับใช้
พระองค์เต็มเวลา
แต่แล้วผมกลับต้องเผชิญความกดดันจากหลายสิ่ง แม่บอกกับผมว่า
ที่นากำลังจะถูกยึด ผมได้แต่ร้องไห้และอธิษฐาน อย่างไรก็ตาม ผมยังยอมจำนน ที่จะรับใช้พระองค์ต่อไป
ในที่สุดพระเจ้า ทรงช่วยเหลือผ่านพี่บุญช่วย พี่น้องคริสเตียนที่อยู่คริสตจักรเดียวกับผม (คริสตจักรนิมิตใหม่)
ผมกอดเงิน 4 หมื่นบาท ขึ้นรถบัสกลับบ้าน และตระหนักว่า ค่านิยมของสังคม
ไม่สามารถจะเอาชนะ การทรงเรียกของพระองค์ได้
การมีส่วนให้พระมหาบัญชาสำเร็จในยุคนี้ โดยการแบ่งปันความรักของพระเจ้า
นั่นคือ องค์พระเยซูคริสต์ แก่คนไทยทุกคน ผมไม่อยากเห็นหลายคน จากโลกนี้ไป
โดยไม่รู้จักพระเจ้า เมล็ดข้าวกำลังร่วงหล่น ลงสู่พื้นดิน หากมีเพียงผม และเพื่อนผู้รับใช้
เป้าหมายก็คงเกินกำลัง ท่านสามารถมีส่วน ในการเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณ ที่กำลังรอคอยความรอดได้ด้วยการถวาย
ไม่ว่ากำลังกาย กำลังทรัพย์ และคำอธิษฐาน เพราะท่านเป็นคนหนึ่ง ที่มีส่วนในชีวิตของคนเหล่านี้ได้ เช่นเดียวกันกับผม
"เท้าของผู้รับใช้ช่างงามจริงหนอ สำหรับผม
ย่างเท้าที่มั่นคง บนหนทางที่สดใส แต่ไม่มีพระเจ้า ก็ไร้ความหมาย 9 ปี ที่ผมเลือกเดินในทางของพระองค์
ผมได้รับพระพรมากมาย ผมมีภรรยาที่น่ารัก มีน้องเลี้ยงที่สัตย์ซื่อ และปัจจุบันนี้ ครอบครัวของเรา
กำลังจะเดินทาง ไปศึกษาต่อด้านศาสนศาสตร์ที่อเมริกา"
สัตวแพทย์ สุพจน์ กิจคติ
|